ประเด็นที่ขับเคลื่อนตลาดมากที่สุดในช่วงนี้คือ ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่มาพร้อมการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดของโลกอีกครั้ง
เกิดอะไรขึ้น
สหรัฐและอิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงยุติการสู้รบ โดยมีกำหนดมีผลในวันศุกร์และคาดว่าจะลงนามอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์วันที่ 19 มิถุนายน ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบ "ไม่เก็บค่าผ่านทาง" พร้อมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน
ทำไมช่องแคบฮอร์มุซจึงสำคัญ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่น้ำมันราว 20% ของโลก ต้องผ่าน ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ อิหร่านควบคุมช่องแคบและปิดเส้นทางนี้เกือบทั้งหมด ทำให้อุปทานน้ำมันโลกหายไปราว 2 พันล้านบาร์เรลภายในเวลาเพียง 3 เดือน หลายประเทศต้องดึงน้ำมันสำรองออกมาใช้ในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์
ผลต่อตลาดและเทรดเดอร์
- น้ำมันร่วงแรง — WTI และ Brent ดิ่งกว่า 4% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน เพราะตลาดมองว่าอุปทานกำลังจะกลับมา
- หุ้นทั่วโลกปรับขึ้น — ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงหนุนสินทรัพย์เสี่ยง
- เงินเฟ้อมีโอกาสผ่อนคลาย — ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางในระยะถัดไป
สิ่งที่ต้องจับตา
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการกลับสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลา เจ้าของเรือ บริษัทประกัน และลูกเรือ ต้องมั่นใจในความปลอดภัยก่อนการเดินเรือเต็มรูปแบบจะกลับมา บางการประเมินมองว่ากระแสพลังงานอาจยังไม่กลับสู่ระดับปกติจนถึงปีหน้า ดังนั้นความผันผวนของราคาน้ำมันจึงยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้หากการบังคับใช้ข้อตกลงสะดุด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน