ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาบริเวณ 5.24% หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวันใกล้ 5.34% เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่อายุ 30 ปีอยู่ราว 5.64% และอายุ 2 ปีราว 4.79% ทำให้ส่วนต่างยีลด์ 2 ปี-10 ปี กว้างขึ้นเป็นประมาณ 48 จุดพื้นฐาน
แต่ประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักไม่ใช่แค่ "ยีลด์สูง" หากเป็น องค์ประกอบ ของการขึ้นครั้งนี้ เพราะนักวิเคราะห์หลายสำนักชี้ว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก ยีลด์แท้จริง (real yield) ไม่ใช่เงินเฟ้อคาดการณ์ ซึ่งยังทรงตัวในกรอบราว 2.0-2.5% พูดง่ายๆ คือ ต้นทุนเงินที่หักเงินเฟ้อออกแล้วกำลังแพงขึ้นจริง
ยีลด์แท้จริง ต่างจากเงินเฟ้อคาดการณ์อย่างไร
ยีลด์ที่เราเห็นเป็นตัวเลขรวม แยกคร่าวๆ ได้สองส่วน คือ เงินเฟ้อคาดการณ์ (ส่วนชดเชยเพื่อรักษาอำนาจซื้อ) และ ยีลด์แท้จริง (ผลตอบแทนที่เหลือหลังหักเงินเฟ้อ ซึ่งสะท้อนอุปสงค์-อุปทานพันธบัตร ความเสี่ยงด้านการคลัง และมุมมองดอกเบี้ยระยะยาว)
ถ้ายีลด์ขึ้นเพราะเงินเฟ้อคาดการณ์ สินทรัพย์เสี่ยงมักกระทบไม่รุนแรงเท่า เพราะกำไรบริษัทในรูปตัวเงินโตตามเงินเฟ้อได้บ้าง แต่ถ้าขึ้นเพราะยีลด์แท้จริง หมายถึง อัตราคิดลดที่สูงขึ้นทั้งระบบ ซึ่งกดมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตโดยตรง
ส่งผลต่อแต่ละตลาดอย่างไร
- หุ้นสหรัฐ — ดัชนีหลักยังยืนใกล้จุดสูงสุด S&P 500 ปิดบริเวณ 7,811 จุด Nasdaq 27,366 จุด Dow 51,654 จุด และ VIX ลงมาที่ 14.84 แต่ใต้ดัชนีที่ดูแข็ง ยีลด์แท้จริงกดกลุ่มที่ประเมินมูลค่าจากกำไรไกลๆ มากที่สุด สังเกตจากกลุ่มชิปที่ลง 4.5% ในสัปดาห์เดียว ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีสินทรัพย์จับต้องได้กลับขึ้นได้
- ทองคำ — ยีลด์แท้จริงสูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผล สอดคล้องกับที่ราคาเพิ่งลงทำจุดต่ำสุดสองเดือนช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนฟื้นปิดที่ 4,216.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สัญญาธันวาคม) การแกว่งสองทางสะท้อนการถ่วงน้ำหนักระหว่างต้นทุนค่าเสียโอกาส กับความต้องการป้องกันความเสี่ยงด้านการคลังและภูมิรัฐศาสตร์
- สินค้าโภคภัณฑ์ — Brent ส่งมอบธันวาคมปิด 104.72 ดอลลาร์ WTI พฤศจิกายน 91.85 ดอลลาร์ ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานรวมถึงเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จุดนี้สำคัญ เพราะถ้าน้ำมันขึ้นต่อจะดันเงินเฟ้อคาดการณ์เข้าไปทับยีลด์แท้จริงที่สูงอยู่แล้ว
- ค่าเงิน — ดอลลาร์แข็งค่าสอดคล้องกับส่วนต่างยีลด์ที่กว้างขึ้น ดัชนีดอลลาร์ขึ้นมาราว 102.2 บวกต่อเนื่องรายสัปดาห์นานที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2025 ยูโรทรงตัวใกล้ 1.12 ดอลลาร์ เยนอ่อนลงที่ 158.31 เยนต่อดอลลาร์
- คริปโต — เป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่องและยีลด์แท้จริงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะไม่มีกระแสเงินสดรองรับการประเมินมูลค่า เมื่อผลตอบแทนปลอดความเสี่ยงหลังหักเงินเฟ้อสูงขึ้น เกณฑ์ผลตอบแทนขั้นต่ำที่นักลงทุนเรียกร้องจากกลุ่มนี้ก็สูงขึ้นตาม
จุดชี้วัดสัปดาห์นี้
CPI เดือนกันยายนของสหรัฐประกาศ วันพุธที่ 14 ตุลาคม ตลาดคาดหัวข้อหลักราว 3.7% เทียบปีก่อน (สิงหาคมอยู่ที่ 3.4%) และเงินเฟ้อพื้นฐานราว 2.4% ส่วนแบบจำลองของเฟดสาขาคลีฟแลนด์ประเมินไว้ที่ 3.60% และ 2.39% ตามลำดับ
ขณะที่ตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 27-28 ตุลาคม ราว 20% แต่ให้โอกาสถึงราว 81% ว่าจะมีการขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในการประชุมเดือนธันวาคม ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้คือสิ่งที่ CPI รอบนี้จะเข้ามาปรับ
อีกด้านที่ต้องจับตาคู่กันคือฝั่งผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนลงมาที่ 46.3 ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เดือนพฤษภาคม ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ล่วงหน้า 1 ปีของผู้บริโภคขึ้นสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเช่นกัน ภาพรวมจึงเป็นต้นทุนเงินที่แพงขึ้นพร้อมกับกำลังซื้อที่อ่อนแรง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการขึ้นของยีลด์ที่มาจากเศรษฐกิจร้อนแรง
สำหรับเทรดเดอร์ สิ่งที่ใช้ติดตามได้คือองค์ประกอบของยีลด์ว่ามาจากฝั่งใด ราคาน้ำมันซึ่งส่งผ่านเข้าเงินเฟ้อคาดการณ์เร็วที่สุด และส่วนต่างยีลด์ระหว่างประเทศที่กำหนดทิศทางค่าเงินในระยะนี้
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน