"ลงทุนหุ้นอเมริกา" เป็นคำค้นที่มาแรงต่อเนื่องหลายปี เพราะบริษัทใหญ่ที่คนไทยใช้สินค้าทุกวัน ทั้งมือถือ โซเชียลมีเดีย ชิปคอมพิวเตอร์ ล้วนจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลายคนจึงอยากเป็นเจ้าของบริษัทเหล่านี้ด้วย
ข่าวดีคือ ทุกวันนี้คนไทยลงทุนหุ้นอเมริกาได้หลายทาง ตั้งแต่ซื้อผ่านตลาดหุ้นไทยด้วยเงินบาท ไปจนถึงเปิดบัญชีซื้อหุ้นตัวจริงในตลาดสหรัฐฯ แต่ละทางมีต้นทุน ภาษี และความสะดวกต่างกัน บทความนี้จะเทียบให้เห็นชัด ๆ
4 ช่องทางหลักที่คนไทยใช้
1. DR ในตลาดหุ้นไทย DR (Depositary Receipt) คือใบแสดงสิทธิ์ที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วยเงินบาท ใช้บัญชีหุ้นไทยที่มีอยู่แล้วได้เลย ไม่ต้องโอนเงินออกนอกประเทศ
2. กองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ซื้อผ่านบริษัทจัดการกองทุนในไทย มีทั้งกองทุนที่เลือกหุ้นให้ และกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี เหมาะกับคนที่ไม่อยากเลือกหุ้นเอง เริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก
3. บัญชีหุ้นต่างประเทศผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในไทย หลายบริษัทหลักทรัพย์เปิดบริการให้ซื้อหุ้นตัวจริงในตลาดสหรัฐฯ ได้ เราจะเป็นเจ้าของหุ้นนั้นโดยตรง ต้องแลกเงินเป็นดอลลาร์ก่อนซื้อ
4. บัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ในต่างประเทศโดยตรง ซื้อหุ้นตัวจริงเหมือนข้อ 3 แต่ต้องโอนเงินออกไปต่างประเทศเอง และอยู่ภายใต้กฎของประเทศนั้น การคุ้มครองและการติดต่อเมื่อมีปัญหาจึงซับซ้อนกว่า
นอกจากสี่ช่องทางนี้ ยังมีการเทรดหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน CFD ซึ่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง เป็นแค่สัญญาเก็งกำไรส่วนต่างราคา เหมาะกับการเทรดระยะสั้นมากกว่าการลงทุนระยะยาว
ต้นทุนที่มักมองข้าม
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก เพราะการลงทุนหุ้นอเมริกา มีความเสี่ยงค่าเงินเสมอ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางไหน ถ้าหุ้นขึ้น 10% แต่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 10% ในช่วงเดียวกัน ผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นเงินบาทแทบไม่เหลือ
ภาษีที่ต้องรู้
ภาษีปันผลฝั่งสหรัฐฯ ถ้าถือหุ้นตัวจริงผ่านบัญชีต่างประเทศ ปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ 30% แต่ถ้ากรอกแบบฟอร์ม W-8BEN เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีกับสหรัฐฯ อย่างไทย จะลดเหลือ 15% แบบฟอร์มนี้มีอายุ 3 ปีปฏิทิน ต้องต่ออายุเมื่อครบกำหนด
ภาษีฝั่งไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 กรมสรรพากรวางแนวทางว่า เงินได้จากต่างประเทศที่นำกลับเข้าไทย ต้องนำมาคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ว่าจะได้มาในปีไหน ซึ่งรวมกำไรจากหุ้นต่างประเทศด้วย ภายหลังมีข่าวว่ากรมสรรพากรเสนอผ่อนเกณฑ์ให้ยกเว้นภาษีบางกรณี ก่อนนำเงินกลับ ควรตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญภาษี
ส่วนกองทุนรวมในไทย กำไรจากการขายหน่วยลงทุนของบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนเลือกช่องทางนี้
เลือกช่องทางไหนดี
สำหรับคนที่อยาก ลงทุนหุ้นอเมริการะยะยาว สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกช่องทาง คือการลงทุนสม่ำเสมอ กระจายความเสี่ยง และถือได้นานพอผ่านช่วงตลาดผันผวน การทยอยซื้อทุกเดือนในกองทุนหรือ ETF ที่อิงดัชนีใหญ่ เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายเพราะไม่ต้องเดาจังหวะตลาด
ก่อนเปิดบัญชีใด ๆ ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้อง และอ่านเงื่อนไขค่าธรรมเนียมให้ครบ
สิ่งที่ต้องจำ
- 4 ช่องทาง DR ในตลาดไทย · กองทุนรวมในไทย · บัญชีต่างประเทศผ่านโบรกไทย · บัญชีโบรกต่างประเทศ
- CFD ไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง เหมาะกับการเทรดระยะสั้น
- ต้นทุนแฝง ค่าแลกเงิน ค่าธรรมเนียมกองทุน และความเสี่ยงค่าเงินบาท
- ปันผลสหรัฐฯ ถูกหัก 30% หรือ 15% ถ้ากรอก W-8BEN (อายุ 3 ปีปฏิทิน)
- ภาษีไทย เงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทยมีเกณฑ์ภาษี ควรเช็กกฎล่าสุดก่อนนำเงินกลับ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษี และไม่ได้แนะนำผู้ให้บริการรายใด ข้อมูลภาษีและค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน