"ลงทุน S&P 500" และ "กองทุน S&P 500" เป็นคำค้นที่คนไทยพิมพ์กันมาก เพราะหลายคนได้ยินว่าการลงทุนในดัชนีนี้ระยะยาว เป็นวิธีที่เรียบง่ายและได้ผลดีในอดีต ไม่ต้องเลือกหุ้นเอง ไม่ต้องเฝ้าจอ
บทความนี้จะอธิบายว่า S&P 500 คืออะไรแบบสั้น ๆ คนไทยลงทุนได้ทางไหนบ้าง แต่ละทางต่างกันตรงไหน ค่าธรรมเนียมสำคัญแค่ไหน และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
S&P 500 คืออะไร
S&P 500 คือดัชนีที่รวมหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ประมาณ 500 บริษัท เริ่มใช้ในรูปแบบ 500 บริษัทตั้งแต่ 4 มีนาคม 1957 และครอบคลุมมูลค่าตลาดราว 83% ของหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด ดัชนีให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด บริษัทยิ่งใหญ่ยิ่งมีผลต่อดัชนีมาก
ตัวดัชนีซื้อตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นแค่ตัวเลขที่คำนวณขึ้นมา สิ่งที่เราซื้อได้คือ กองทุนหรือ ETF ที่ลงทุนตามดัชนีนี้ ซึ่งจะถือหุ้นทั้ง 500 บริษัทในสัดส่วนเดียวกับดัชนี
ทำไมคนนิยมลงทุนระยะยาวใน S&P 500
- กระจายความเสี่ยงในตัว ซื้อครั้งเดียวได้หุ้นหลายร้อยบริษัท หลายอุตสาหกรรม
- ปรับรายชื่อให้อัตโนมัติ บริษัทที่เล็กลงจะถูกนำออก บริษัทที่โตขึ้นจะถูกนำเข้า
- ค่าธรรมเนียมต่ำ กองทุนดัชนีไม่ต้องจ้างผู้จัดการมาเลือกหุ้น ค่าใช้จ่ายจึงต่ำกว่ากองทุนเชิงรุก
4 ทางลงทุน S&P 500 สำหรับคนไทย
กองทุนรวมดัชนีในไทย เป็นทางที่ง่ายที่สุด ซื้อผ่านแอปของธนาคารหรือบริษัทจัดการกองทุนได้ด้วยเงินบาท บางกองเป็นกองทุนที่ไปลงทุนต่อใน ETF ต่างประเทศอีกที ค่าใช้จ่ายรวมจึงสูงกว่าการซื้อ ETF ตรง ๆ และมักมีให้เลือกทั้งแบบ ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และแบบไม่ป้องกัน
ETF ในตลาดสหรัฐฯ เช่น VOO, IVV และ SPY เป็น ETF ที่อิงดัชนี S&P 500 ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ค่าธรรมเนียมรายปีของ VOO และ IVV อยู่ที่ราว 0.03% ส่วน SPY ราว 0.09% ต้องซื้อผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศ และมีเรื่องภาษีปันผลกับค่าแลกเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
CFD ดัชนี ไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง มีค่าธรรมเนียมถือข้ามคืน และใช้เลเวอเรจ จึงเหมาะกับการเทรดระยะสั้น ไม่เหมาะกับการถือยาวหลายปี
ค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ กลายเป็นเงินก้อนใหญ่
หลายคนมองข้ามค่าธรรมเนียมรายปี เพราะดูเป็นตัวเลขเล็ก แต่เมื่อถือนานหลายสิบปี ผลต่างจะใหญ่มาก ลองดูตัวอย่างสมมตินี้
ความต่างระหว่างค่าธรรมเนียม 0.03% กับ 1.5% ในตัวอย่างนี้ คือเงินราว 111,000 บาท มากกว่าเงินต้นที่ลงไปตอนแรกเสียอีก ก่อนเลือกกองทุน จึงควรเปิดดู ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด ในหนังสือชี้ชวนทุกครั้ง
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
ดัชนีเคยร่วงหนักหลายครั้ง การลงทุนใน S&P 500 ไม่ได้ปลอดภัยเหมือนเงินฝาก ในอดีตดัชนีลดลงจากจุดสูงสุดหลายครั้ง และบางครั้งใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับมา
ความเสี่ยงค่าเงิน ถ้าลงทุนแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เมื่อเงินบาทแข็งค่า ผลตอบแทนเมื่อคิดเป็นเงินบาทจะลดลง ส่วนแบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงินก็มีต้นทุนการป้องกันของมันเอง
กระจุกตัวในหุ้นใหญ่ไม่กี่ตัว เพราะดัชนีให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด ในบางช่วงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไม่กี่บริษัทมีน้ำหนักรวมกันสูงมาก ดัชนีจึงอาจผันผวนตามหุ้นกลุ่มนี้
วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้รับมือ คือ ทยอยลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน และตั้งใจถือยาวพอที่จะผ่านช่วงตลาดลงได้ โดยใช้เงินที่ไม่ต้องใช้ในหลายปีข้างหน้า
สิ่งที่ต้องจำ
- S&P 500 ดัชนีหุ้นใหญ่สหรัฐฯ ราว 500 บริษัท ครอบคลุมราว 83% ของมูลค่าตลาดสหรัฐฯ
- ช่องทาง กองทุนรวมดัชนีในไทย · DR อ้างอิง ETF · ETF ในสหรัฐฯ อย่าง VOO IVV SPY · CFD (ไม่เหมาะถือยาว)
- ค่าธรรมเนียมสำคัญมาก ต่างกันไม่ถึง 1.5% ต่อปี ถือ 20 ปีอาจต่างกันเป็นแสนบาท
- ดัชนีเคยร่วง -49.1% · -56.8% · -33.9% ในวิกฤตที่ผ่านมา
- ทยอยลงทุน ถือยาว และเข้าใจความเสี่ยงค่าเงินก่อนเลือกกองทุน
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายกองทุนหรือหลักทรัพย์ใด ตัวเลขผลตอบแทนเป็นการสมมติ ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุน