ตลาดการเงินโลกในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2026 เคลื่อนไหวในโทน "ผ่อนคลายความเสี่ยง" หลังสหรัฐและอิหร่านหยุดการโจมตีระหว่างกันต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เปิดทางให้การเจรจาเดินหน้า ราคาน้ำมันที่ร่วงลงแรงกลายเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางสินทรัพย์แทบทุกประเภทในวันนั้น
หุ้นสหรัฐปิดคละกัน
ดัชนีหลักของสหรัฐปิดไม่ไปทางเดียวกัน สะท้อนการสับเปลี่ยนกลุ่มลงทุนมากกว่าการปรับตัวทั้งตลาด
- Dow Jones +0.51% หรือ +262.83 จุด ปิดที่ 52,210.08 จุด
- S&P 500 +0.02% ปิดที่ 7,413.18 จุด
- Nasdaq Composite -0.18% ปิดที่ 24,932.08 จุด
กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและกลุ่มสื่อสารนำตลาดขึ้น ขณะที่กลุ่มพลังงานถูกกดดันโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ร่วง และกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนตัว โดยหุ้นที่ถูกจับตาคือ Sandisk ที่ดิ่งราว 11% จากความกังวลเรื่องความต้องการชิปหน่วยความจำ
น้ำมันร่วงแรง — ตัวแปรหลักของวัน
ราคาน้ำมันดิบปรับลงราว 6% แตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ โดยซื้อขายบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent เคยลงไปลึกถึงราว 7.4% ต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นคืนมาได้ราวครึ่งหนึ่งของการปรับลง สาเหตุมาจากการหยุดยิงชั่วคราวที่ลดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าราคาน้ำมันยังปรับขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นการย่อครั้งนี้จึงเป็นการคลายความตึงเครียด ไม่ใช่การกลับทิศของแนวโน้มใหญ่
ทองคำยังได้แรงหนุน
ราคาทองคำ spot ปรับขึ้นราว 0.9% สู่ระดับประมาณ 4,087 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเปิดตลาดเอเชียด้วยการกระโดดขึ้นแตะจุดสูงสุดบริเวณ 4,116 ดอลลาร์ ที่น่าสนใจคือทองขึ้นพร้อมกับน้ำมันที่ลง ซึ่งอธิบายได้ว่าแรงซื้อทองรอบนี้ไม่ได้มาจากความกลัวสงครามอย่างเดียว แต่มาจากการที่ตลาดกำลังรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้เป็นสำคัญ
คริปโตฟื้นตัว
Bitcoin เปิดวันจันทร์ที่ราว 65,300 ดอลลาร์ สูงขึ้นประมาณ 1.6% จากวันก่อนหน้า ก่อนจะทรงตัวแถว 64,800-65,200 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum โดดเด่นกว่า โดยขยับขึ้นราว 4% สู่บริเวณ 1,950-1,960 ดอลลาร์ ภาพรวมคริปโตขานรับข่าวการหยุดโจมตี แต่ยังไม่กล้าไปไกล เพราะรอความชัดเจนจากเฟดเช่นเดียวกับสินทรัพย์อื่น
ค่าเงินและพันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปิดสัปดาห์ก่อนบริเวณ 101.5 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในหลายสัปดาห์ ได้แรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 0.2% ในวันจันทร์
ฝั่งพันธบัตรคือจุดที่ตึงตัวที่สุด ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ระดับราว 4.69-4.70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี 2026 ส่วนอายุ 30 ปี แตะราว 5.19% ใกล้จุดสูงสุดในรอบหลายสิบปี และอายุ 2 ปี ขึ้น 5 bps สู่ 4.35% สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 แรงกดดันมาจากทั้งความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ปริมาณการออกพันธบัตรที่หนาแน่น และการที่ตลาดเริ่มกลับมาคิดถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
สรุปภาพรวม
วันจันทร์ที่ผ่านมาจึงเป็นวันที่ "ข่าวภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลาย แต่ข่าวนโยบายการเงินยังกดดัน" น้ำมันลงช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน แต่ผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังยืนสูงบอกว่าตลาดยังไม่วางใจเรื่องดอกเบี้ย นักลงทุนส่วนใหญ่จึงเลือกชะลอการตัดสินใจเพื่อรอผลการประชุมเฟดวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน