ตลาดการเงินวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2026 เปิดสัปดาห์ด้วยบรรยากาศระวังตัว จุดเริ่มต้นมาจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซกลับมา แต่สิ่งที่ครอบงำราคาสินทรัพย์จริงๆ ตลอดวันคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวกดดันทั้งหุ้น ทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
หุ้นสหรัฐปิดลบทั้งสามดัชนี
- Dow Jones ปิดที่ 51,481.51 จุด ลดลง 0.67%
- S&P 500 ปิดที่ 7,683.69 จุด ลดลง 0.77%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,820.38 จุด ลดลง 0.92%
แรงขายกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะหุ้นเติบโตมีความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยระยะยาวสูง เมื่อยีลด์ขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตจะถูกคิดลดหนักขึ้น ราคาจึงย่อก่อนกลุ่มอื่น ด้านหุ้นรายตัวมีทั้งข่าวดีและข่าวลบผสมกัน Nvidia ปรับขึ้นหลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Boeing ร่วงราว 6.2% หลัง FAA เลื่อนการรับรองเครื่องบินรุ่น 737 MAX 10 จากปัญหาด้านซอฟต์แวร์
พันธบัตรและค่าเงิน: ต้นตอของแรงกดดัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขึ้นไปแตะระดับราว 5.24% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2007 ส่วนอายุ 30 ปี ขึ้นไปราว 5.56% สูงสุดตั้งแต่ปี 2004 สาเหตุมาจากตลาดประเมินว่าเงินเฟ้อจะยังไม่ยอมลงง่าย ทั้งจากราคาน้ำมันที่ส่งผ่านเข้าสู่ต้นทุน และจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของผู้ว่าการเฟด Lisa Cook ที่ระบุว่าคาดจะเห็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อจากสองปัจจัยนี้ต่อไป
ผลคือตลาดขยับความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมขึ้นมาอยู่ราว 70% จากประมาณ 64% ในวันก่อนหน้า (อ้างอิงเครื่องมือ CME FedWatch) ดัชนีดอลลาร์ (DXY) จึงแข็งค่าขึ้นราว 0.2% โดยแข็งค่าเทียบฟรังก์สวิส ดอลลาร์แคนาดา และยูโร แต่อ่อนค่าเทียบปอนด์และดอลลาร์นิวซีแลนด์ ด้าน USD/JPY ปิดใกล้ 157.4 หลังทางการญี่ปุ่นออกมาเตือนเรื่องเงินเยนที่อ่อนค่า
ทองคำและน้ำมัน: สวนทางกันชัดเจน
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ถูกกระทบหนักที่สุดของวัน ราคาร่วงลงราว 3% กว่า มาอยู่ในโซน 4,120-4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังหลุดแนวรับบริเวณ 4,250 ดอลลาร์ ส่วนเงิน (Silver) ร่วงแรงกว่า ลงราว 4.3% มาที่ราว 61.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จุดที่น่าสังเกตคือ ทองคำร่วงแม้มีข่าวภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสะท้อนว่ากลไกที่ทำงานคือ ยีลด์จริงและดอลลาร์ที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการถือทองคำแพงขึ้น จนกลบความต้องการถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในวันนั้น
ฝั่งน้ำมันเคลื่อนไหวเป็นสองจังหวะ ช่วงตลาดลอนดอน WTI พุ่งขึ้นไปเหนือ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงฮอร์มุซ ก่อนจะย่อลงในช่วงตลาดสหรัฐ ปิดใกล้ 96 ดอลลาร์ ถือว่าเกือบทรงตัวจากวันก่อน ขณะที่ Brent เคลื่อนไหวแถว 98 ดอลลาร์ แปลว่าตลาดยังคงส่วนเพิ่มความเสี่ยงไว้ในราคา แต่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงขึ้นอีกภายในวัน
คริปโต: ย่อแต่ยืนได้
Bitcoin ลงไปทดสอบราว 82,600 ดอลลาร์ระหว่างวัน ก่อนฟื้นกลับมาปิดแถว 83,000-83,400 ดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 2% ส่วน Ethereum อยู่บริเวณ 2,670 ดอลลาร์ ถือว่าคริปโตทนแรงกดดันได้ดีกว่าทองคำในวันนี้ แม้บรรยากาศโดยรวมจะเป็นการลดความเสี่ยง
สิ่งที่ตลาดจับตาต่อ
สัปดาห์นี้มีตัวเลขสำคัญสองตัวที่จะชี้ทิศทางยีลด์และดอลลาร์ต่อ คือรายงานเงินเฟ้อ PCE กลางสัปดาห์ และตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนปลายสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีผลประกอบการของ Micron และ Nike ให้ติดตาม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน