ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2026 ด้วยภาพ "หมุนเงิน" (rotation) ที่ชัดเจน นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิป แล้วโยกเงินเข้าหุ้นกลุ่มอื่นแทน ทำให้ดัชนีหลักทั้งสามตัวเดินคนละทาง
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ
- Dow Jones พุ่งขึ้น 874.86 จุด (+1.73%) ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 51,561.93 จุด
- S&P 500 บวก 0.41% ปิดที่ 7,584.31 จุด
- Nasdaq ย่อลงเล็กน้อย 0.09% ปิดที่ 26,830.96 จุด สวนทางตลาดเพราะถูกกดจากหุ้นชิป
ทำไมตลาดถึงวิ่งแบบนี้
ตัวจุดชนวนคือผลประกอบการของ Broadcom ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 22.19 พันล้านดอลลาร์ น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 22.27 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นร่วงแรงราว 15% และลากหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลงตามไปด้วย
เงินที่ไหลออกจากกลุ่มเทคถูกโยกเข้าหุ้นกลุ่มตั้งรับและกลุ่มมูลค่า (value) แทน โดยกลุ่ม สุขภาพ (+3.14%), การเงิน (+2.67%) และ อสังหาริมทรัพย์ (+1.87%) นำตลาด หุ้น UnitedHealth พุ่งกว่า 5% เป็นแรงหนุนหลักให้ Dow ขณะที่ JPMorgan และ Walmart ก็บวกตาม
ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
- ทองคำ เคลื่อนไหวราว 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ติดลบเกือบ 2% ในรอบสัปดาห์ จากความกังวลเงินเฟ้อและแรงกดดันด้านนโยบายการเงินที่อาจตึงตัวขึ้น
- น้ำมัน ยังทรงตัวระดับสูง โดย Brent อยู่ในกรอบ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปัญหาช่องแคบฮอร์มุซที่ยังติดขัด
- Bitcoin ร่วงลงมาที่ราว 63,649 ดอลลาร์ ติดลบกว่า 13% ในรอบสัปดาห์ และต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมเมื่อ ต.ค. 2025 ถึงราว 50% โดยมีแรงขายจากกองทุน ETF ไหลออกต่อเนื่อง 11 วัน รวมกว่า 3.45 พันล้านดอลลาร์
ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงใหม่ ทั้งจากผลประกอบการกลุ่มเทคที่ชะลอ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังกดดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน