ตลาดการเงินทั่วโลกในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หุ้นสหรัฐกลับฟื้นตัวได้อย่างน่าสนใจ โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และราคาน้ำมันที่ย่อตัวลง
หุ้นสหรัฐปิดบวก นำโดยกลุ่มชิป
ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนบวกทั้งสามดัชนี โดย S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ 7,543.64 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่งขึ้น 1.30% ปิดที่ 26,206.89 จุด ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวแรง ส่วน Dow Jones บวก 139.02 จุด หรือ 0.27% ปิดที่ 52,487.41 จุด ปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อลงบางส่วน
น้ำมันย่อตัว หลังมีความหวังการเจรจา
ราคาน้ำมันดิบซึ่งพุ่งขึ้นแรงในช่วงต้นสัปดาห์จากเหตุโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กลับปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี โดย Brent ลดลง 2.2% ปิดที่ 76.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลงราว 2% ปิดที่ 72.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุมาจากรายงานว่ามีคนกลางพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ แม้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังชะงักเกือบสิ้นเชิงก็ตาม
ทองคำแกว่งตัว แรงหนุนถูกหักล้างด้วยความกังวลดอกเบี้ย
ราคาทองคำเปิดตลาดอ่อนตัวลงก่อนจะฟื้นขึ้นมาซื้อขายบริเวณ 4,110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงก่อนหน้าได้จุดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เฟดคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น จึงจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ
คริปโตยังอ่อนตัวต่อเนื่อง
Bitcoin เปิดวันที่ราว 62,233 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 1.7% จากวันก่อนหน้า ก่อนฟื้นขึ้นมาบริเวณ 62,800 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ซื้อขายบริเวณ 1,744 ดอลลาร์ สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงถูกกดดันจากบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ที่เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ค่าเงินและพันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวใกล้ระดับ 101 และยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในแดนบวก จากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่บริเวณ 4.56% ขณะที่รายงานการประชุมเฟดเดือนมิถุนายนสะท้อนว่ากรรมการส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แม้มีเพียงส่วนน้อยที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย
โดยสรุป ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กับความหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อคือความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และทิศทางราคาน้ำมันซึ่งส่งผลตรงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน