ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 30 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของไตรมาส 3 เคลื่อนไหวแบบผสม โดยแรงกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดก็ตาม
หุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์ร่วง แนสแด็กสวนทางปิดบวก
ดัชนีหลักของสหรัฐแยกทางกันอย่างชัดเจน
- ดาวโจนส์ ปิดที่ 50,906.05 จุด ลดลง 443.87 จุด หรือ -0.9%
- S&P 500 ปิดที่ 7,651.54 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.3%
- แนสแด็ก ปิดที่ 26,861.06 จุด เพิ่มขึ้น 63.52 จุด หรือ +0.2%
- Russell 2000 (หุ้นขนาดเล็ก) ปิดที่ 2,796.86 จุด ลดลง 11.06 จุด หรือ -0.4%
สาเหตุที่ภาพแตกต่างกันคือ ตลอดเดือนกันยายนกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มเดียวใน S&P 500 ที่ปรับขึ้น (ราว +5%) จากกระแสการลงทุนในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่กลุ่มการเงิน วัสดุพื้นฐาน สาธารณูปโภค และสินค้าฟุ่มเฟือย ถูกกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ทำให้ดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดเดือนกันยายนในแดนลบ ส่วนแนสแด็กยังพอรักษาแรงหนุนไว้ได้ นอกจากนี้ ดัชนียังอ่อนตัวลงในช่วงท้ายตลาด ซึ่งเป็นลักษณะของแรงปรับพอร์ตช่วงสิ้นไตรมาส
เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด แต่ตลาดโฟกัสที่ "เศรษฐกิจแข็งเกินไป"
ตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน และ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.7% ส่วน Core PCE ที่ตัดอาหารและพลังงานออก อยู่ที่ 3.0% ต่ำกว่าคาดที่ 3.3%
ปกติข่าวเงินเฟ้อชะลอควรเป็นบวกต่อหุ้น แต่ในวันเดียวกันตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นถึง 90,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังร้อนแรง ตลาดจึงตีความว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่มีเหตุผลต้องรีบผ่อนคลายนโยบาย สอดคล้องกับที่ประธานเฟดสาขานิวยอร์กระบุว่า "ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ" ในการประชุมเดือนตุลาคม
พันธบัตรและค่าเงิน: ยีลด์ 10 ปีสูงสุดตั้งแต่ปี 2002
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นประมาณ 3 จุดเบสิส มาที่ราว 5.29% และระหว่างวันแตะ 5.304% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2002 ขณะที่อายุ 30 ปีขึ้นเหนือ 5.65% ทั้งสองรุ่นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์
ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับขึ้นมาที่ราว 101.37 แข็งค่าขึ้นกว่า 3% นับจากต้นปี โดยยูโรอ่อนค่าลงมาที่ประมาณ 1.1333 ดอลลาร์ต่อยูโร การที่ยีลด์และดอลลาร์ขึ้นพร้อมกันคือกลไกสำคัญที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผลในวันนี้
ทองคำและน้ำมัน
ทองคำ สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมปิดที่ 4,186.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นเพียง 7.00 ดอลลาร์ หรือ +0.17% โดยระหว่างวันเคยขึ้นไปแรงกว่านี้ แต่ถูกทอนลงจากยีลด์และดอลลาร์ที่แข็งค่า
น้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ +1.16% ปิดที่ราว 90.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้แรงหนุนจากอัตราการกลั่นที่ลดลงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐที่น้อยลง
คริปโตเคอร์เรนซี
บิตคอยน์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดวันที่ราว 83,400 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.3% ส่วน อีเทอเรียม ปิดที่ราว 2,681 ดอลลาร์ ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 0.2% ภาพรวมคริปโตยังขาดแรงซื้อใหม่ สอดคล้องกับภาวะที่ดอลลาร์แข็งและต้นทุนการถือสินทรัพย์เสี่ยงสูงขึ้น
สิ่งที่ควรติดตาม
ประเด็นที่เชื่อมโยงทุกตลาดในขณะนี้คือทิศทางยีลด์พันธบัตรสหรัฐ หากยีลด์ยังยืนเหนือระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี แรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ทองคำ และคริปโต ก็มีแนวโน้มดำเนินต่อ ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปเริ่มอ่อนแรงลง มุมมองต่อนโยบายของเฟดก็อาจเปลี่ยนได้เร็ว
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน