ตลาดการเงินโลกในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2026 พลิกกลับมาเป็นบวก หลังจากหุ้นสหรัฐปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วันทำการ โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ย่อตัวลงแรง และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมที่ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ทำให้ความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานผ่อนคลายลงชั่วคราว
หุ้นสหรัฐ: รีบาวด์ทั้งกระดาน
- ดาวโจนส์ ปิดที่ 52,573.29 จุด เพิ่มขึ้น 509.19 จุด หรือราว 1.0%
- S&P 500 ปิดที่ 7,656.98 จุด เพิ่มขึ้น 65.28 จุด หรือราว 0.9%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,333.04 จุด เพิ่มขึ้น 251.31 จุด หรือราว 1.0%
- Russell 2000 (หุ้นขนาดเล็ก) ปิดที่ 2,903.94 จุด เพิ่มขึ้นราว 0.4%
การรีบาวด์ครั้งนี้ช่วยลดผลขาดทุนสะสมของทั้งสัปดาห์ลงได้มาก แต่ยังไม่ลบล้างภาพอ่อนแรงในเชิงเทคนิค เพราะก่อนหน้านี้ดัชนีหลักหลายตัวเพิ่งหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ในฝั่งรายตัว หุ้น Oracle บวกราว 7% จากผลประกอบการและการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ขณะที่ Adobe ปรับลงราว 3% แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาด
เงินเฟ้อและมุมมองดอกเบี้ยเฟด
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ตรงกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ แต่ Core CPI ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.3% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่คลายตัวอย่างที่เฟดต้องการเห็น
ผลที่ตามมาคือตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์ถัดไปขึ้นไปอยู่ในระดับสูงราว 85-88% จากก่อนหน้าที่อยู่แถว 60-70% ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดทุกสินทรัพย์ต้องจับตาต่อ
พันธบัตรและค่าเงิน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ขยับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์หลายช่วงอายุ โดยรุ่นอายุ 2 ปีอยู่แถว 4.63% รุ่น 10 ปีราว 4.96% และรุ่น 30 ปีราว 5.35% ยีลด์ 10 ปีขยับขึ้นมากกว่า 25 basis points นับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่หุ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ด้านดัชนีดอลลาร์ (DXY) แกว่งตัวแคบและปิดบวกเล็กน้อยราว 0.06% เพราะแม้แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ แต่บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในตลาดหุ้นช่วยลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลง
น้ำมันและทองคำ
ราคาน้ำมันคือตัวแปรสำคัญของวัน โดย WTI ปรับลงราว 3.3% มาอยู่แถว 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ลงราว 3.6% มาแถว 103-104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการย่อตัวหลังจากพุ่งขึ้นแรงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งดันราคา Brent ขึ้นกว่า 8% ในรอบ 5 วัน และกว่า 16% ในรอบเดือน การที่ราคาน้ำมันย่อลงจึงช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุนได้ชั่วคราว
ทองคำ เปิดตลาดที่ราว 4,359 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงราว 1.1% จากวันก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 6 สิงหาคม ก่อนจะฟื้นขึ้นมาแถว 4,387 ดอลลาร์ในช่วงเช้า สาเหตุหลักมาจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นที่ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำสูงขึ้น แม้ในภาพรายปีทองคำยังบวกราว 20%
คริปโต
Bitcoin หลุดระดับ 77,000 ดอลลาร์ ลงมาซื้อขายแถว 76,500-76,800 ดอลลาร์ ลดลงราว 2.2% ขณะที่ Ethereum อยู่แถว 2,440-2,455 ดอลลาร์ ลดลงราว 1.2% เหตุผลหลักคือความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย บวกกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ Bitcoin เปิดตลาดต่ำสุดในรอบราว 2 สัปดาห์
สรุปภาพรวม
ภาพของวันศุกร์คือ "ตลาดหุ้นฟื้นเพราะน้ำมันย่อ" ขณะที่สินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยอย่างทองคำและคริปโตยังถูกกดดันจากความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ตัวแปรที่จะกำหนดทิศทางต่อไปคือผลการประชุมเฟดในสัปดาห์ถัดไป และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน