ตลาดการเงินโลกในวันอังคารที่ 1 กันยายน 2026 เปิดเดือนใหม่ด้วยแรงกดดันรอบด้าน หลังราคาน้ำมันพุ่งแรงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ลามไปกดดันตลาดพันธบัตรทั่วโลก และผลักให้นักลงทุนกลับมาเดิมพันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้
หุ้นสหรัฐ: ปิดลบทั้งกระดาน เทคโนโลยีนำร่วง
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปิดลบพร้อมกัน โดยดัชนี Nasdaq Composite ลดลงราว 1.03% มาที่ประมาณ 26,100 จุด ดัชนี Dow Jones ลดลงราว 419 จุด หรือ 0.79% มาที่ประมาณ 52,767 จุด และดัชนี S&P 500 ลดลงราว 0.70% มาที่บริเวณ 7,631–7,633 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรับแรงขายหนักที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากที่สุด เมื่อยีลด์ขยับขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตจะถูกคิดลดมากขึ้น ราคาหุ้นเติบโตจึงถูกกดดันก่อนกลุ่มอื่น ขณะที่กลุ่มสื่อสารและสินค้าจำเป็นทำผลงานได้ดีกว่าตลาด สะท้อนการโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์เชิงตั้งรับ
น้ำมันและทองคำ: คนละทิศทาง
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 5% หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายขึ้นไปแถว 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบอีกสัญญาหนึ่งขยับขึ้นมาราว 90.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่น่าสนใจคือทองคำกลับไม่ได้ทำหน้าที่สินทรัพย์ปลอดภัยตามปกติ ราคาทองคำตลาดโลกอ่อนตัวลงมาบริเวณ 4,330–4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังร่วงเกือบ 6% ในช่วงสามวันทำการก่อนหน้า เหตุผลคือแรงกดดันจากดอกเบี้ย เมื่อตลาดเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทอง (ซึ่งไม่มีดอกผล) จะสูงขึ้น แรงนี้ในวันดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ค่าเงินและพันธบัตร: ยีลด์ขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาที่ราว 4.81% ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 5 และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรในหลายประเทศพร้อมกัน ด้านดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปิดที่ประมาณ 99.65 เพิ่มขึ้นราว 0.21% สอดคล้องกับยีลด์ที่สูงขึ้น
คริปโท: อ่อนแรงตามสินทรัพย์เสี่ยง
บิตคอยน์เปิดตลาดวันดังกล่าวที่ราว 78,559 ดอลลาร์ ก่อนย่อลงมาบริเวณ 77,900 ดอลลาร์ ส่วนอีเธอเรียมเปิดที่ราว 2,467 ดอลลาร์ แล้วอ่อนตัวลงมาแถว 2,454 ดอลลาร์ รูปแบบการเคลื่อนไหวคล้ายกับทองคำและโลหะเงิน คือเปิดแข็งแต่ไล่ระดับลงระหว่างวัน เมื่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นเข้ามามีน้ำหนัก
สรุปเหตุ-ผลของวัน
- ต้นทาง: ข่าวความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
- ผลลำดับแรก: ราคาน้ำมันพุ่ง จุดความกังวลเงินเฟ้อด้านอุปทาน
- ผลลำดับสอง: ตลาดเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ยีลด์พันธบัตรและดอลลาร์ปรับขึ้น
- ผลลำดับสาม: หุ้นเติบโต ทองคำ และคริปโท ถูกกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือความชัดเจนของสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก และท่าทีของเฟดในการประชุมเดือนนี้
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน