ตลาดการเงินวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2026 เคลื่อนไหวในลักษณะ "รอข้อมูล" มากกว่าเลือกทิศทาง เพราะนักลงทุนตั้งหลักรอตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐที่ประกาศวันถัดไป ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวตัดสินว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้หรือไม่ ผลคือหุ้นสหรัฐปิดคละเคล้าในกรอบแคบ ทองคำย่อเล็กน้อย น้ำมันปรับลง ขณะที่คริปโตฟื้นตัวสวนทาง
หุ้นสหรัฐ: ปิดลบเล็กน้อย แรงกดจากหุ้นชิป
- ดาวโจนส์ ปิดที่ 51,670.10 จุด ลดลงราว 0.35% เป็นดัชนีที่ปรับลงมากที่สุด
- S&P 500 ปิดที่ 7,805.45 จุด เกือบไม่เปลี่ยนแปลง (-0.02%)
- Nasdaq Composite ปิดที่ 27,204.38 จุด ลดลงราว 0.15%
แรงกดหลักมาจากกลุ่มหน่วยความจำและชิป หลังมีรายงานว่าผู้ผลิต DRAM ของจีนคืบหน้าทางเทคโนโลยีเร็วกว่าที่ตลาดคาด ทำให้หุ้นอย่าง Micron, SK Hynix และ Samsung ถูกเทขาย และแรงขายลุกลามในตลาดเอเชียจนดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงแรง
อีกด้านหนึ่งคือฤดูประกาศงบธนาคารใหญ่ที่ออกมาไม่เหมือนกัน JPMorgan รายงานกำไรต่อหุ้น 5.57 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 5.90 ดอลลาร์ แม้รายได้สุทธิโต 8% เป็น 5.02 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Goldman Sachs ทำกำไรต่อหุ้น 17.01 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดมาก โดยรายได้ธุรกิจหุ้นพุ่งราว 72% ส่วนหุ้นรายตัวที่เคลื่อนไหวเด่น ได้แก่ Johnson & Johnson ที่ร่วงกว่า 5% จากผลประกอบการกลุ่ม MedTech ที่พลาดเป้าและการตั้งสำรองคดีความ สะท้อนว่าแรงขายรอบนี้กระจุกตัวเป็นรายกลุ่ม ไม่ใช่การขายทั้งตลาด
ทองคำและน้ำมัน: ย่อลงทั้งคู่ก่อนรู้ตัวเลขเงินเฟ้อ
ทองคำ ปรับลงราว 0.3% มาบริเวณ 4,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จุดที่น่าสนใจคือทองคำย่อลงแม้ดอลลาร์จะอ่อนค่า ซึ่งต่างจากความสัมพันธ์ที่คุ้นเคย เหตุผลที่ตลาดให้คือรอบนี้ทองคำเคลื่อนไหวตามแรงเก็งกำไรก่อนตัวเลข CPI มากกว่าตามค่าเงิน นักลงทุนบางส่วนจึงชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอความชัดเจนเรื่องดอกเบี้ย
น้ำมันดิบ ปรับลงราว 2% โดย WTI เคลื่อนไหวแถว 92-93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent บริเวณ 105-106 ดอลลาร์ ตัวกระตุ้นคือแนวโน้มอุปทานดีเซลจากรัสเซียที่ผ่อนคลายขึ้น ช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะขาดแคลนน้ำมันกลั่นในตลาดโลก แต่ราคายังยืนในระดับสูงเพราะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังไม่หาย ทั้งประเด็นอิหร่านและการโจมตีเรือพาณิชย์ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
คริปโต: ฟื้นตัวสวนทางตลาดหุ้น
- Bitcoin ขยับขึ้นราว 1.7% กลับมายืนเหนือ 83,000 ดอลลาร์
- Ethereum เพิ่มขึ้นราว 2.2% มาแถว 2,499 ดอลลาร์
ไม่มีข่าวเฉพาะตัวของเหรียญใดที่ชัดเจน ตลาดจึงมองว่าแรงหนุนมาจากดอลลาร์ที่อ่อนลงและบอนด์ยีลด์ที่ย่อตัว ซึ่งช่วยบรรยากาศสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง แม้ช่วงต้นวันยังถูกกดจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีก็ตาม
ค่าเงินและพันธบัตร: ตัวแปรหลักของวัน
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าราว 0.35% มาบริเวณ 102 จุด และอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักเกือบทั้งกระดาน โดยสาเหตุหลักผูกกับ บอนด์ยีลด์ ที่ย่อลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงราว 3 จุดพื้นฐาน มาใกล้ 5.22% ขณะที่อายุ 2 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อยแถว 4.80%
ตัวจุดประเด็นคือถ้อยแถลงของจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ที่ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้อาจเหมาะสม แต่มองว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นต่อในปี 2027 ตลาดตีความส่วนหลังว่าเป็นสัญญาณว่าวงจรดอกเบี้ยใกล้จุดสิ้นสุด จึงกดยีลด์และดอลลาร์ลงแทนที่จะดันขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีว่าตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อ "ขึ้นหรือไม่ขึ้น" เท่ากับ "ปลายทางของดอกเบี้ยอยู่ที่ไหน"
ประเด็นที่ตลาดจับตาต่อ
ตัวเลข CPI เดือนกันยายนของสหรัฐเป็นด่านถัดไป หากเงินเฟ้อพื้นฐานออกมาต่ำกว่าคาด แรงกดบนยีลด์และดอลลาร์น่าจะยังอยู่ แต่ถ้าออกมาร้อนกว่าคาด โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม จะเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบทั้งหุ้น ทองคำ และคริปโตพร้อมกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน