ตลาดการเงินวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2026 ปิดในโทนบวก หุ้นสหรัฐปรับขึ้นพร้อมกันทั้งสามดัชนีหลัก โดยมีแรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ที่ย่อตัวลงและราคาน้ำมันที่ถอยจากระดับสูง ทำให้นักลงทุนหันกลับมาให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น
หุ้นสหรัฐ: S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติใหม่
- S&P 500 ปิดที่ 7,818.93 จุด เพิ่มขึ้น 44.98 จุด หรือ +0.58% เป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- Dow Jones ปิดที่ 51,521.28 จุด เพิ่มขึ้น 253.38 จุด หรือ +0.49%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 27,599.79 จุด เพิ่มขึ้น 122.48 จุด หรือ +0.45% ทำสถิติปิดสูงสุดใหม่เช่นกัน
แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และธีมปัญญาประดิษฐ์ หุ้น Nvidia และ AMD ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ โดย AMD บวกราว 2.8% หลังผู้บริหารระบุว่าความต้องการพลังประมวลผลยังมากกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ ขณะที่มูลค่าตลาดของ Nvidia ขยับเข้าใกล้ระดับ 6 ล้านล้านดอลลาร์
อีกหนึ่งดีลที่ตลาดให้ความสนใจคือ Constellation Energy ที่ราคาพุ่งกว่า 12% หลังบรรลุสัญญาขายไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ระยะยาว 20 ปี กำลังผลิต 890 เมกะวัตต์ ให้กับ Google เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลด้าน AI สะท้อนว่าธีมการลงทุน AI กำลังลามไปถึงกลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน
อย่างไรก็ดี ภาพตลาดไม่ได้แข็งแรงทั่วทั้งกระดาน ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ปรับลง 0.57% และกลุ่มการแพทย์ปรับตัวได้แย่กว่าตลาด ประเด็นที่นักวิเคราะห์เริ่มพูดถึงมากขึ้นคือการกระจุกตัว เพราะ Nvidia, Apple และ Microsoft รวมกันมีน้ำหนักเกิน 21% ของดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นสัดส่วนจากหุ้นสามตัวที่สูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้
พันธบัตรและค่าเงิน: ยีลด์ย่อ แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงราว 3-4 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ประมาณ 5.27% จากระดับ 5.31% ในวันก่อนหน้า ส่วนรุ่นอายุ 30 ปี อยู่ราว 5.64% การที่ยีลด์ย่อลงช่วยลดแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเติบโตที่อ่อนไหวกับต้นทุนทางการเงิน
แต่ภาพเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ดัชนีราคาภาคบริการของ ISM ขึ้นไปแตะระดับ 74 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ทำให้ประเด็นความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยยังไม่หายไปจากบทสนทนาของตลาด ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ยังให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 27-28 ตุลาคม ไว้ไม่สูง ประมาณ 20% ส่วนด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวแถวบริเวณ 102 จุด หลังแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนหน้าตามยีลด์ที่ปรับขึ้น
ทองคำและน้ำมัน
ราคาทองคำปรับขึ้นต่อ ปิดบริเวณ 4,187 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว +0.7% ได้แรงหนุนจากยีลด์ที่ย่อลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล ด้านโลหะเงินทรงตัวแถว 61 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ฝั่งน้ำมันเป็นประเด็นที่น่าติดตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวแถวระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังย่อลงจากกว่า 102 ดอลลาร์ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ปัจจัยสำคัญคือกลุ่ม G7 ประกาศปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์รวม 100 ล้านบาร์เรล ภายในระยะเวลา 4 เดือน ประกอบกับการส่งออกจากตะวันออกกลางที่ยังไม่สะดุด ทำให้ความกังวลด้านอุปทานผ่อนคลายลง การที่ราคาพลังงานถอยลงถือเป็นข่าวดีต่อภาพเงินเฟ้อโดยรวม และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้ตลาดหุ้นเดินหน้าต่อได้
คริปโต: แกว่งในกรอบ ไม่ตามหุ้น
Bitcoin เคลื่อนไหวแถว 85,500 ดอลลาร์ ปรับลงเล็กน้อยราว 0.2-0.4% ขณะที่ Ethereum อยู่บริเวณ 2,696 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.5% สะท้อนว่าคริปโตยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการทำสถิติใหม่ของหุ้นสหรัฐ และแกว่งตัวในกรอบแคบของตัวเอง
สรุปภาพรวม
ภาพของวันคือ "ยีลด์ย่อ น้ำมันถอย หุ้นเทคนำ" ตลาดหุ้นสหรัฐได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ผ่อนคลายลงชั่วคราวและราคาพลังงานที่ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ทองคำยังได้แรงหนุนจากยีลด์ที่ลดลง ส่วนประเด็นที่ตลาดจะจับตาต่อคือรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งจะเป็นตัวชี้ทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน