การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินโลกในขณะนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนรุนแรง และเป็นประเด็นที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องจับตา
เกิดอะไรขึ้น
สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ดำเนินมาเกือบ 3 เดือนกำลังเข้าสู่ช่วงเจรจาสำคัญ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่าการเจรจา "อาจต้องใช้เวลาอีกไม่กี่วัน" แต่ยังมีประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้ ได้แก่
- การบริหารจัดการ ช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
- โครงการ นิวเคลียร์ ของอิหร่าน
ราคาน้ำมันสะท้อนความไม่แน่นอน
- วันอาทิตย์ที่ผ่านมา Brent ร่วงกว่า 5% หลัง Trump ส่งสัญญาณบวกเรื่องดีล
- วันอังคารเช้า Brent กลับมาแตะ $100 ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านเพิ่ม
- เทียบ 1 เดือนก่อนหน้า Brent ยังต่ำกว่าราว 9% แต่ สูงกว่าก่อนสงครามถึง 1/3
ผลกระทบหากดีลสำเร็จ
ตลาดคาดว่าหากตกลงกันได้ น้ำมันราว 100 ล้านบาร์เรล ที่ติดอยู่บนเรือจะถูกปล่อยออกสู่ตลาด แต่ต้องใช้เวลา 3-6 เดือนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ รวมเวลาในการกลับมาเดินสายการผลิตและโรงกลั่น
ผลต่อเทรดเดอร์ทุกตลาด
- น้ำมัน WTI/Brent: ผันผวนสูง ข่าวเดียวเขย่าราคาได้ 5% — เทรดเดอร์ต้องระวัง gap และ news shock
- ทองคำ: ยังเป็น safe haven หลัก แต่หากดีลสำเร็จ อาจถูกเทขายแรงเพราะความตึงเครียดคลาย
- หุ้นสหรัฐ: หุ้นเทค/Growth วิ่งบวกตามความหวังดีล ส่วนหุ้นพลังงานจะสวนทาง
- ดอลลาร์ (DXY): ยังแข็งจากความต้องการ safe haven บวกกับเงินเฟ้อจากน้ำมันแพง
- Forex: JPY, CHF ยังถูกใช้เป็น safe haven ในระหว่างที่ดีลยังไม่ชัด
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เทรดเดอร์ควรติดตามถ้อยแถลงจากทั้งฝั่งสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข่าวจากช่องแคบ Hormuz เพราะทุกข่าวสามารถทำให้ราคาน้ำมันและทองคำเคลื่อนไหวรุนแรงในเวลาอันสั้น การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงนี้
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน