เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
จิตวิทยาการเทรด

Anchoring Bias — ยึดติดตัวเลขแรกที่เห็นจนอ่านราคาผิด

Anchoring Bias — ยึดติดตัวเลขแรกที่เห็นจนอ่านราคาผิด

ราคาเคยขึ้นไป 100 ตอนนี้เหลือ 60 · หัวเราบอกว่า "ถูกแล้ว" ทันที ทั้งที่ 100 เป็นแค่ตัวเลขที่มันเคยไปถึงในอดีต ไม่ได้แปลว่าจะกลับไปอีก

สินทรัพย์ตัวหนึ่งเคยขึ้นไปที่ 100 บาท ตอนนี้เหลือ 60 บาท · ความคิดแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวเกือบทุกคนคือ "ลงมาตั้ง 40% แล้ว ถือว่าถูกแล้วนะ"

แต่ถ้าลองถามกลับว่าถูกเมื่อเทียบกับอะไร คำตอบจริง ๆ คือถูกเมื่อเทียบกับตัวเลข 100 ซึ่งเป็นแค่ราคาที่มันเคยไปถึงในอดีต ไม่ได้แปลว่ามันควรกลับไปที่นั่นอีก · กับดักนี้เรียกว่า Anchoring Bias หรือการยึดติดกับตัวเลขที่เห็นก่อน และมันทำงานเงียบจนแทบไม่มีใครจับได้

ตัวเลขที่ไม่เกี่ยวอะไรเลย ก็ยังเปลี่ยนคำตอบเราได้

งานทดลองคลาสสิกของ Tversky และ Kahneman ในปี 1974 แสดงเรื่องนี้ได้ชัดจนน่าตกใจ · นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมหมุนวงล้อที่ออกตัวเลขแบบสุ่มก่อน แล้วค่อยถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับวงล้อเลย คือให้ประมาณว่าประเทศในทวีปแอฟริกาคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกสหประชาชาติ

ผลคือ กลุ่มที่วงล้อออกเลข 10 ตอบค่ากลางที่ 25% ส่วนกลุ่มที่วงล้อออกเลข 65 ตอบค่ากลางที่ 45% · ทั้งที่ทุกคนเห็นกับตาว่าตัวเลขนั้นมาจากการสุ่มและไม่มีความหมายอะไรเลย

บทเรียนจากการทดลองนี้ไม่ใช่ว่าคนโง่ · แต่คือสมองใช้วิธีเริ่มจากตัวเลขที่มีอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยปรับขึ้นลง ซึ่งการปรับนั้นมักไม่พอเสมอ · ในการเทรด ตัวเลขที่อยู่ตรงหน้าเรามีเต็มไปหมด และหลายตัวก็ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าเลขจากวงล้อ

ตัวเลขสุ่มเปลี่ยนคำตอบได้จริง การทดลองวงล้อสุ่ม ปี 1974 · คำถามเดียวกันทั้งสองกลุ่ม กลุ่มที่เห็นเลข 10 ตอบ 25% ค่ากลางของกลุ่ม กลุ่มที่เห็นเลข 65 ตอบ 45% ค่ากลางของกลุ่ม ทุกคนรู้ว่าตัวเลขมาจากการสุ่ม แต่มันก็ยังลากคำตอบไปคนละทางอยู่ดี

จุดยึดในกราฟมาจากไหนบ้าง

จุดยึดที่พบบ่อยที่สุดคือราคาสูงสุดเดิม · พอราคาเคยไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ตัวเลขนั้นจะกลายเป็นมาตรฐานในหัวทันที และทุกราคาหลังจากนั้นถูกอ่านว่าถูกหรือแพงเทียบกับมัน

จุดยึดที่สองคือราคาที่เราเห็นครั้งแรกตอนเริ่มสนใจ · ถ้าวันแรกที่รู้จักมันอยู่ที่ 40 บาท ต่อให้ผ่านไปสองปีและพื้นฐานเปลี่ยนไปหมดแล้ว ตัวเลข 40 ก็ยังลอยอยู่ในหัว

จุดยึดที่สามคือเลขกลม อย่างระดับ 100 หรือ 1,000 ซึ่งคนทั้งตลาดยึดพร้อมกันจนกลายเป็นแนวจริง ๆ ขึ้นมา · และจุดยึดที่สี่คือตัวเลขที่คนอื่นพูด เช่นเป้าราคาที่เห็นในโพสต์หรือในบทวิเคราะห์ ซึ่งบ่อยครั้งเราจำตัวเลขได้แต่จำเหตุผลเบื้องหลังไม่ได้

4 จุดยึดที่เจอบ่อยที่สุดในกราฟ ราคาสูงสุดเดิม ทุกราคาถูกอ่านเทียบกับมัน ราคาที่เห็นครั้งแรก ค้างในหัวได้เป็นปี เลขกลม คนยึดพร้อมกันจนเป็นแนวจริง เป้าราคาที่คนอื่นพูด จำตัวเลขได้ แต่ลืมเหตุผล

ราคาสูงสุดรอบปีคือจุดยึดที่ทั้งตลาดใช้ร่วมกัน

ในบรรดาจุดยึดทั้งหมด มีตัวหนึ่งที่พิเศษเพราะคนทั้งตลาดมองมันพร้อมกัน นั่นคือราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงอยู่บนหน้าจอแทบทุกแพลตฟอร์ม

งานวิจัยของ George และ Hwang ที่ตีพิมพ์ในปี 2004 พบเรื่องที่น่าสนใจมาก · ความใกล้ของราคาปัจจุบันกับราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ อธิบายกำไรจากกลยุทธ์ตามโมเมนตัมได้เป็นสัดส่วนใหญ่ และทำนายผลตอบแทนในอนาคตได้ดีกว่าการดูผลตอบแทนย้อนหลังแบบเดิม · ที่น่าสนใจกว่านั้นคือผลตอบแทนที่ทำนายด้วยวิธีนี้ไม่กลับทิศในระยะยาว ซึ่งต่างจากคำอธิบายแบบตลาดตอบสนองเกินจริง

สิ่งที่คนเทรดควรเอาไปใช้คือ ตัวเลขนี้มีน้ำหนักจริงเพราะคนจำนวนมากใช้มันเป็นจุดอ้างอิงพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะมันมีความหมายในตัวเอง · เข้าใจแบบนี้แล้วจะใช้มันเป็นข้อมูลได้โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของมัน

"ลงมาเยอะแล้ว" ไม่ได้แปลว่าถูก จุดยึดในหัว = 100 บาท ตอนนี้ 60 บาท ยังลงต่อได้ คำถามผิด: ถูกกว่าเดิมกี่เปอร์เซ็นต์ คำถามถูก: ตอนนี้มันควรมีค่าเท่าไหร่

อาการที่เจอบ่อยบนกระดาน

อาการแรกคือการรอให้ราคากลับไปที่ตัวเลขในอดีต ทั้งที่สภาพตลาดเปลี่ยนไปหมดแล้ว · ประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ "เดี๋ยวมันก็กลับไปที่เดิม" ซึ่งเป็นความหวังที่อ้างอิงกับตัวเลข ไม่ใช่กับเหตุผล

อาการที่สองคือการตั้งเป้าทำกำไรจากราคาสูงสุดเดิมแทนที่จะตั้งจากโครงสร้างราคาปัจจุบัน · ผลคือเป้าที่ตั้งไว้อาจไกลเกินกว่าที่ความผันผวนปกติจะพาไปถึงได้ในกรอบเวลาที่เราถืออยู่

อาการที่สามคือการมองข้ามของที่ทำจุดสูงสุดใหม่ เพราะรู้สึกว่าแพงไปแล้ว ทั้งที่งานวิจัยเรื่องราคาสูงสุดรอบปีชี้ไปทางตรงกันข้าม · และอาการที่สี่คือการใช้ราคาทุนของคนอื่นเป็นจุดอ้างอิง เช่นได้ยินว่าเพื่อนซื้อที่เท่าไหร่แล้วเอามาเทียบกับของตัวเอง ซึ่งไม่มีความหมายใด ๆ กับการตัดสินใจของเราเลย

วิธีถอดจุดยึดออกจากการตัดสินใจ

ข้อแรกคือเปลี่ยนคำถามจาก "ถูกกว่าเดิมแค่ไหน" เป็น "ตอนนี้มันควรมีค่าเท่าไหร่" · คำถามแรกวัดจากอดีต ส่วนคำถามที่สองบังคับให้กลับมาดูสภาพปัจจุบัน ทั้งโครงสร้างราคา ปริมาณซื้อขาย และปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

ข้อสองคือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์และเป็นหน่วยความผันผวนแทนที่จะคิดเป็นตัวเลขราคาเปล่า ๆ · การบอกว่า "ห่างจากแนวรับ 1.5 เท่าของค่าความผันผวนเฉลี่ย" ทำให้สมองยึดกับตัวเลขในอดีตได้ยากกว่าการบอกว่า "ห่างจาก 100 อยู่ 40 บาท"

ข้อสามคือลองดูกราฟโดยปิดสเกลราคาไว้ · ฟังดูแปลกแต่ได้ผลดีมาก เพราะเมื่อไม่เห็นตัวเลข สิ่งที่เหลือให้ดูคือรูปทรงของโครงสร้างล้วน ๆ · หลายคนพบว่าภาพที่เห็นต่างจากตอนมีตัวเลขอย่างสิ้นเชิง

ข้อสุดท้ายคือเขียนเป้าและจุดตัดขาดทุนจากโครงสร้างราคาก่อนดูราคาสูงสุดเดิมเสมอ · ลำดับสำคัญมาก เพราะถ้าเห็นตัวเลขเก่าก่อน มันจะแอบเข้าไปอยู่ในเป้าที่เราตั้งโดยที่เราไม่รู้ตัว ตามหลักการเดียวกับที่บทเรื่องแผนการเทรดอธิบายไว้ว่าให้ตัดสินใจตอนที่ยังไม่มีอะไรมากดดัน

4 วิธีถอดจุดยึด เปลี่ยนคำถาม ตอนนี้ควรมีค่าเท่าไหร่ คิดเป็น % และหน่วยผันผวน ไม่คิดเป็นตัวเลขราคาเปล่า ดูกราฟโดยปิดสเกลราคา เหลือแต่รูปทรงโครงสร้าง ตั้งเป้าก่อนดูราคาเดิม ลำดับสำคัญกว่าที่คิด

สรุปบทเรียน

Anchoring Bias คือการที่สมองเริ่มคิดจากตัวเลขที่เห็นก่อนแล้วปรับไม่พอ ซึ่งการทดลองคลาสสิกของ Tversky และ Kahneman ปี 1974 แสดงให้เห็นชัดเจนด้วยวงล้อสุ่ม โดยกลุ่มที่เห็นเลข 10 ตอบค่ากลางที่ 25% ขณะที่กลุ่มที่เห็นเลข 65 ตอบค่ากลางที่ 45% ทั้งที่ตัวเลขนั้นมาจากการสุ่มและไม่เกี่ยวกับคำถามเลย ในการเทรดจุดยึดที่พบบ่อยมีสี่แบบคือราคาสูงสุดเดิม ราคาที่เห็นครั้งแรก เลขกลม และเป้าราคาที่คนอื่นพูด โดยมีจุดยึดหนึ่งที่ทั้งตลาดใช้ร่วมกันคือราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งงานวิจัยของ George และ Hwang ปี 2004 พบว่าความใกล้ของราคาปัจจุบันกับตัวเลขนี้อธิบายกำไรจากกลยุทธ์ตามโมเมนตัมได้เป็นสัดส่วนใหญ่และทำนายผลตอบแทนได้ดีกว่าการดูผลตอบแทนย้อนหลัง อาการที่พบบ่อยคือการรอให้ราคากลับไปที่เดิม การตั้งเป้าจากราคาสูงสุดเดิม การมองข้ามของที่ทำจุดสูงสุดใหม่ และการใช้ราคาทุนของคนอื่นเป็นตัวเทียบ ทางแก้คือเปลี่ยนคำถามเป็นว่าตอนนี้มันควรมีค่าเท่าไหร่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์และหน่วยความผันผวนแทนตัวเลขราคาเปล่า ลองดูกราฟโดยปิดสเกลราคา และตั้งเป้ากับจุดตัดขาดทุนจากโครงสร้างก่อนดูราคาสูงสุดเดิมเสมอ

สิ่งที่ต้องจำ

  • 🔑 สมองเริ่มจากตัวเลขที่เห็นก่อน แล้วปรับไม่พอเสมอ — "ลงมา 40% แล้ว" คือการวัดจากอดีต ไม่ใช่จากมูลค่าปัจจุบัน
  • Tversky & Kahneman (1974): วงล้อสุ่มออกเลข 10 → ตอบ 25% · ออกเลข 65 → ตอบ 45% ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าเป็นเลขสุ่ม
  • จุดยึด 4 แบบในกราฟ: ราคาสูงสุดเดิม · ราคาที่เห็นครั้งแรก · เลขกลม · เป้าราคาที่คนอื่นพูด
  • George & Hwang (2004): ความใกล้ราคาสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ อธิบายกำไรจากโมเมนตัมได้เป็นสัดส่วนใหญ่ และทำนายผลตอบแทนได้ดีกว่าผลตอบแทนย้อนหลัง · ผลไม่กลับทิศในระยะยาว
  • ตัวเลขนี้มีน้ำหนักเพราะคนจำนวนมากใช้มันพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะมันมีความหมายในตัวเอง
  • ⚠️ อาการบนกระดาน: รอราคากลับไปที่เดิม · ตั้งเป้าจากราคาสูงสุดเดิม · มองข้ามของที่ทำจุดสูงสุดใหม่ · เอาราคาทุนคนอื่นมาเทียบ
  • ✅ วิธีถอดจุดยึด: เปลี่ยนคำถามเป็น "ตอนนี้ควรมีค่าเท่าไหร่" · คิดเป็น % และหน่วยผันผวน · ดูกราฟโดยปิดสเกลราคา · ตั้งเป้าก่อนดูราคาเดิม

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมการตัดสินใจในการเทรดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขและตัวอย่างราคาที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเชิงอธิบาย ส่วนผลการศึกษาที่อ้างถึงเป็นผลในช่วงเวลาและกลุ่มตัวอย่างที่ระบุไว้ ซึ่งไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดผลแบบเดียวกันในอนาคต การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Trading Plan — ทำไมมีแผนแล้วยังไม่ทำตาม จิตวิทยาการเทรด

Trading Plan — ทำไมมีแผนแล้วยังไม่ทำตาม

เขียนแผนไว้สิบหน้า ครบทุกอย่าง แต่พอถึงหน้างานจริงกลับไม่ได้เปิดอ่านเลย · ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วินัย แต่อยู่ที่รูปแบบของแผนเอง

ทีมงาน · 30/08/2026
Trading Journal — จดอะไรบ้างถึงจะพัฒนาได้จริง จิตวิทยาการเทรด

Trading Journal — จดอะไรบ้างถึงจะพัฒนาได้จริง

จดครบทุกช่องมาหกเดือนแล้วยังพลาดเรื่องเดิม · เพราะบันทึกที่มีแต่ตัวเลขกำไรขาดทุนคือรายงานผล ไม่ใช่เครื่องมือเรียนรู้

ทีมงาน · 30/08/2026
Overconfidence กับ Recency Bias — สองกับดักหลังชนะติดกัน จิตวิทยาการเทรด

Overconfidence กับ Recency Bias — สองกับดักหลังชนะติดกัน

ชนะติดกันห้าไม้แล้วเพิ่มขนาดไม้ · ไม้ที่หกลบกำไรทั้งชุด · ทำไมช่วงที่รู้สึกปลอดภัยที่สุดถึงเป็นช่วงที่ความเสี่ยงจริงพุ่งสูงที่สุด

ทีมงาน · 29/08/2026