ถ้าอยากกู้เงิน ฝากเงิน หรือแลกเงิน ปกติเราต้องผ่านธนาคารหรือบริษัทตัวกลาง แต่ในโลกคริปโตมีระบบที่ทำเรื่องเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องมีตัวกลางเลย ใช้แค่กระเป๋าเงินคริปโตกับโปรแกรมที่ทำงานบนบล็อกเชน ระบบนี้เรียกว่า DeFi
บทความนี้จะอธิบายว่า DeFi คืออะไร ทำงานยังไง มีบริการแบบไหนบ้าง และมีความเสี่ยงอะไรที่ต่างจากการเก็บเหรียญไว้เฉย ๆ
DeFi คืออะไร
DeFi ย่อมาจาก Decentralized Finance หรือการเงินแบบไม่รวมศูนย์ คือบริการทางการเงินที่ทำงานด้วย Smart Contract บนบล็อกเชน แทนที่จะมีพนักงานหรือบริษัทคอยอนุมัติ กติกาทั้งหมดถูกเขียนเป็นโค้ดไว้ล่วงหน้า ใครทำตามเงื่อนไขครบ ระบบก็ทำงานให้ทันที
เรื่อง Smart Contract อธิบายไว้แล้วในบท Ethereum บทนี้จะเน้นว่าเมื่อเอา Smart Contract มาทำเป็นบริการการเงิน หน้าตาจะเป็นยังไง
บริการหลักของ DeFi
บริการใน DeFi มีหลายแบบ แต่ที่คนใช้มากและควรรู้จักมี 3 กลุ่มหลัก
- DEX (กระดานแลกเหรียญแบบไม่มีตัวกลาง) แลกเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญได้โดยตรงจากกระเป๋าของเรา ไม่ต้องฝากเหรียญไว้กับกระดาน
- Lending (ฝากและกู้) ฝากเหรียญเพื่อรับดอกเบี้ย หรือวางเหรียญค้ำประกันเพื่อกู้เหรียญอื่นออกมา
- Stablecoin แบบกระจายศูนย์ เหรียญที่พยายามรักษามูลค่าให้คงที่ โดยใช้เหรียญอื่นค้ำประกันผ่าน Smart Contract
DEX ทำงานยังไง
กระดานแลกเปลี่ยนทั่วไปใช้ระบบจับคู่คำสั่งซื้อกับคำสั่งขาย แต่ DEX ส่วนใหญ่ใช้ระบบที่เรียกว่า AMM (Automated Market Maker) คือมี "สระสภาพคล่อง" (Liquidity Pool) ที่มีเหรียญสองชนิดกองรวมกันอยู่ คนที่อยากแลกก็ใส่เหรียญหนึ่งเข้าไป แล้วรับอีกเหรียญออกมา ราคาจะปรับอัตโนมัติตามสัดส่วนเหรียญในสระ
คนที่นำเหรียญมาฝากในสระเรียกว่า ผู้ให้สภาพคล่อง จะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการแลกเปลี่ยน แต่ก็มีความเสี่ยงที่เรียกว่า Impermanent Loss คือถ้าราคาเหรียญสองตัวในสระเปลี่ยนไปมาก มูลค่าที่ถอนออกมาอาจน้อยกว่าการถือเหรียญไว้เฉย ๆ
Lending ทำงานยังไง
ระบบกู้ยืมใน DeFi ไม่มีการตรวจเครดิต เพราะไม่มีใครรู้ว่าผู้กู้เป็นใคร สิ่งที่ใช้แทนคือ การวางหลักประกันมากกว่าเงินที่กู้ เช่น วางเหรียญมูลค่า 150 ดอลลาร์ เพื่อกู้ Stablecoin ออกมา 100 ดอลลาร์
ถ้าราคาเหรียญที่วางค้ำลดลงจนมูลค่าหลักประกันต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบจะขายหลักประกันออกอัตโนมัติ ซึ่งก็คือการถูก Liquidation แบบเดียวกับที่เกิดใน Futures นั่นเอง คนที่กู้แล้วไม่คอยดูราคาจึงเสียหลักประกันได้ง่ายในวันที่ตลาดร่วงแรง
ความเสี่ยงของ DeFi
ผลตอบแทนที่สูงผิดปกติใน DeFi มักแลกกับความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย ถ้าเห็นโปรเจกต์ที่ให้ดอกเบี้ยสูงมากโดยอธิบายไม่ได้ว่ากำไรมาจากไหน ควรระวังเป็นพิเศษ เรื่องกลโกงแบบนี้มีรายละเอียดในบท Rug Pull และบท Staking / Airdrop / Yield
เรื่องสุดท้ายที่ต้องรู้คือ DeFi ส่วนใหญ่ อยู่นอกการกำกับดูแลของหน่วยงานในประเทศไทย ถ้าเกิดความเสียหาย การเรียกร้องคืนทำได้ยากมาก ก่อนใช้งานควรศึกษากฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องให้ดี
เริ่มศึกษา DeFi อย่างปลอดภัย
- เริ่มด้วยเงินน้อย ใช้เงินที่เสียได้ทั้งหมด เพื่อเรียนรู้วิธีใช้งานก่อน
- แยกกระเป๋า ใช้กระเป๋าคนละใบกับที่เก็บเหรียญหลัก
- เช็กลิงก์ทุกครั้ง เว็บไซต์ปลอมที่หน้าตาเหมือนของจริงมีเยอะมาก
- ระวังการกดอนุมัติ อ่านให้แน่ใจว่ากำลังอนุญาตให้สัญญาทำอะไรกับเหรียญของเรา
- ดูประวัติโปรเจกต์ ระยะเวลาที่เปิดมา การตรวจสอบโค้ด และมูลค่าเงินที่ฝากอยู่ในระบบ (TVL)
สิ่งที่ต้องจำ
- DeFi คือบริการการเงินที่ทำงานด้วย Smart Contract บนบล็อกเชน ไม่มีตัวกลาง
- บริการหลัก คือ DEX สำหรับแลกเหรียญ Lending สำหรับฝากและกู้ และ Stablecoin
- DEX ส่วนใหญ่ใช้ Liquidity Pool ผู้ฝากได้ค่าธรรมเนียม แต่เสี่ยง Impermanent Loss
- การกู้ ต้องวางหลักประกันมากกว่าเงินกู้ และถูก Liquidation ได้ถ้าราคาหลักประกันลด
- ความเสี่ยงสำคัญ คือช่องโหว่ของโค้ด โปรเจกต์หลอกลวง และการกดผิดที่แก้ไขไม่ได้
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ใช้บริการหรือโปรเจกต์ใด คริปโตและบริการ DeFi มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินทั้งหมด และส่วนใหญ่อยู่นอกการกำกับดูแลของหน่วยงานในไทย ควรศึกษาข้อมูล กฎหมาย และภาษีให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ