เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
กลยุทธ์การเทรด

Grid & Martingale — กลยุทธ์ที่กำไรเรื่อย ๆ จนล้างพอร์ตวันเดียว

Grid & Martingale — กลยุทธ์ที่กำไรเรื่อย ๆ จนล้างพอร์ตวันเดียว

ระบบที่ชนะ 95 ไม้จาก 100 ไม้ แต่ล้างพอร์ตในไม้เดียว — เปิดคณิตศาสตร์ที่ทำให้กลยุทธ์นี้จบแบบเดียวเสมอ

มีระบบเทรดประเภทหนึ่งที่หน้าตาน่าเชื่อถือที่สุดในโลก · ชนะ 95 ไม้จาก 100 ไม้ · เส้นทุนไต่ขึ้นเรียบสวยเหมือนบันได แทบไม่มีวันที่ติดลบเลย

แล้ววันหนึ่งพอร์ตก็หายไปทั้งก้อนภายในไม่กี่ชั่วโมง

ระบบแบบนี้มีชื่อเรียกว่า Martingale กับ Grid · มันไม่ใช่กลโกง และไม่ได้เสียเพราะดวง · มันถูกออกแบบมาให้จบแบบนี้ตั้งแต่แรกโดยคณิตศาสตร์ · บทนี้จะอธิบายว่าทำไม

สองระบบที่ทำงานคล้ายกัน

Martingale คือการเพิ่มขนาดไม้เมื่อขาดทุน โดยมากคือเพิ่มเป็นเท่าตัว · แนวคิดคือเมื่อชนะครั้งเดียว จะได้คืนทั้งหมดที่เสียมาบวกกำไรของไม้แรก

Grid คือการวางคำสั่งเป็นชั้น ๆ ตามระดับราคา โดยไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน · เมื่อราคาวิ่งสวนทาง ระบบจะทยอยเปิดไม้เพิ่มเรื่อย ๆ เพื่อถัวเฉลี่ย แล้วรอให้ราคาเด้งกลับมาปิดทั้งชุดพร้อมกัน

ทั้งสองแบบมีจุดร่วมเดียวกัน — ยิ่งผิดทาง ยิ่งเพิ่มเงินเดิมพัน · และทั้งคู่ไม่มีจุดที่ยอมรับว่าผิด

ทำไมเส้นทุนถึงสวยผิดปกติ

เหตุผลที่ระบบพวกนี้ให้อัตราชนะสูงมากคือมันไม่ยอมปิดไม้ที่ขาดทุน · ตราบใดที่ยังไม่ปิด ผลขาดทุนก็ยังไม่ถูกบันทึก และในสถิติจะเห็นแต่ไม้ที่ปิดเป็นกำไร

เส้นทุนที่หลอกตาที่สุดในโลก ชนะรัวเป็นร้อยไม้ แล้วจบในไม้เดียว · ตัวอย่างเส้นทุนสมมติ ชนะเกือบทุกไม้ ติดต่อกันเป็นเดือน ไม้เดียว จบเกม อัตราชนะ 95% ขึ้นไป ค่าคาดหวังต่อไม้ยังติดลบได้

นี่คือกับดักที่ต้องเข้าใจให้ชัด — อัตราชนะสูงกับค่าคาดหวังติดลบอยู่ด้วยกันได้สบายมาก · เพราะไม้ที่แพ้เพียงไม้เดียวมีขนาดใหญ่กว่ากำไรที่สะสมมาทั้งหมดรวมกัน

คณิตศาสตร์ของการทบเท่าตัว

ลองดูว่าถ้าเพิ่มเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่แพ้ ต้องใช้เงินเท่าไหร่

บัญชีหนึ่งหมื่น จบที่ไม้ที่เก้า เริ่มไม้ละ 0.01 ล็อต · จุดตัดขาดทุน 20 จุด · ทบเท่าตัวทุกครั้งที่แพ้ · ตัวอย่างคำนวณ ไม้ที่ ขนาดไม้ ขาดทุนสะสม เงินที่เหลือ ไม้ 1 0.01 20 9,980 ไม้ 5 0.16 620 9,380 ไม้ 7 0.64 2,540 7,460 ไม้ 8 1.28 5,100 4,900 ไม้ 9 2.56 10,220 −220 แพ้ติดกันแค่เก้าไม้ ทุนหนึ่งหมื่นก็ไม่เหลือ

สังเกตว่าเจ็ดไม้แรกเสียรวมกันแค่ 2,540 บาท ซึ่งดูไม่น่ากลัวเลย · แต่ไม้ที่แปดกับเก้าเสียเพิ่มอีกเกือบแปดพัน เพราะขนาดไม้โตแบบทวีคูณ

ถ้าแพ้ติดกัน 10 ไม้ ไม้ถัดไปต้องวางเดิมพัน 1,024 เท่าของไม้แรก · ถ้า 15 ไม้ ต้องวาง 32,768 เท่า · ไม่มีบัญชีขนาดไหนในโลกรองรับไหว และโบรกเกอร์ก็มีเพดานขนาดไม้อยู่แล้ว

แพ้ติดกันหลายไม้ไม่ได้หายากอย่างที่คิด

คนใช้ระบบพวกนี้มักคิดว่า "แพ้ติดกันสิบไม้คงไม่เกิดหรอก" · ลองดูตัวเลขจริง

โอกาสเจอช่วงแพ้ติดกัน คำนวณจากไม้ที่เป็นอิสระต่อกัน · ตัวอย่างเชิงหลักการ สถานการณ์ โอกาสเจออย่างน้อยครั้งเดียว ชนะ 50% · เทรด 100 ไม้ · แพ้ติด 6 ไม้ 54.6% ชนะ 50% · เทรด 200 ไม้ · แพ้ติด 8 ไม้ 32.0% ชนะ 60% · เทรด 200 ไม้ · แพ้ติด 8 ไม้ 7.4% เทรดเยอะพอ ช่วงแพ้ติดกันจะมาเยือนเสมอ — คำถามคือมาตอนไหน

ระบบที่ชนะครึ่งต่อครึ่ง เทรดแค่ 100 ไม้ มีโอกาสเกินครึ่ง (54.6%) ที่จะเจอช่วงแพ้ติดกัน 6 ไม้ · และถ้าเทรด 200 ไม้ โอกาสเจอแพ้ติด 8 ไม้อยู่ที่ 32% ซึ่งคือหนึ่งในสาม

แม้ระบบจะชนะถึง 60% การเทรด 200 ไม้ก็ยังมีโอกาส 7.4% ที่จะเจอแพ้ติดกันแปดไม้ · โอกาสไม่ใช่ศูนย์ และเมื่อเทรดนานพอ สิ่งที่โอกาสไม่เป็นศูนย์จะเกิดขึ้นเสมอ

เรื่องจริงที่ล้มธนาคารอายุ 233 ปี

ตัวอย่างที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์คือ Nick Leeson เทรดเดอร์ของธนาคาร Barings ที่สิงคโปร์

สิ่งที่เขาทำคือเพิ่มสถานะขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ราคาสวนทาง · เขาอธิบายเองในภายหลังว่า "ผมขาดทุนหนัก แต่มั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการทบไปทบมาจะได้ผล ผมจึงเพิ่มสถานะเข้าไปอีก"

สองเหตุการณ์ที่ไม่ให้โอกาสแก้ตัว เมื่อราคากระโดดข้ามทุกชั้นที่วางไว้ Barings Bank · 1995 แผ่นดินไหวโกเบ 17 ม.ค. 1995 พอร์ตพลิกจากกำไร 178 ล้าน เป็นขาดทุนราว 108 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ฟรังก์สวิส · 15 ม.ค. 2015 ธนาคารกลางสวิสเลิกตรึงค่าเงิน ฟรังก์แข็งค่าถึง 41% ในวันเดียว ลูกค้าโบรกเกอร์รายหนึ่งติดลบรวม 225 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองกรณี ระบบไม่ได้พังเพราะทิศทางผิด แต่พังเพราะไม่มีจุดหยุด

ผลลัพธ์คือขาดทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ และธนาคารที่มีอายุ 233 ปีล้มละลาย · ตัวเร่งคือแผ่นดินไหวโกเบเมื่อ 17 ม.ค. 1995 ซึ่งทำให้พอร์ตของเขาพลิกจากกำไรราว 178 ล้านดอลลาร์เป็นขาดทุนราว 108 ล้านดอลลาร์

อีกกรณีที่ใกล้ตัวคนเทรดค่าเงินมากกว่าคือ วันที่ 15 ม.ค. 2015 เมื่อธนาคารกลางสวิสประกาศเลิกตรึงค่าเงินโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า · ฟรังก์แข็งค่าขึ้นถึง 41% เทียบยูโรในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

ราคาไม่ได้ค่อย ๆ ไหล แต่กระโดดข้ามทุกระดับที่วางคำสั่งไว้ · ผลคือโบรกเกอร์รายหนึ่งมีลูกค้าติดลบรวมกัน 225 ล้านดอลลาร์ อีกรายหนึ่งเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และลูกค้าจำนวนมากขาดทุนเกินเงินที่ฝากไว้

จุดสำคัญคือ ทั้งสองกรณีระบบไม่ได้พังเพราะวิเคราะห์ผิด แต่พังเพราะไม่มีจุดที่ยอมรับว่าผิด

ถ้าจะใช้จริง ต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง

ระบบกลุ่มนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์ทั้งหมด แต่เวอร์ชันที่รอดได้ต้องมีสิ่งที่เวอร์ชันดั้งเดิมไม่มี

อย่างแรกคือเพดานจำนวนชั้น — กำหนดไว้ชัดว่าเปิดเพิ่มได้กี่ไม้ แล้วปิดทั้งชุดยอมรับขาดทุนเมื่อถึงเพดาน · การมีเพดานเปลี่ยนระบบจาก "เดิมพันว่าจะไม่เจอวันเลวร้าย" เป็น "ระบบที่รู้ว่าขาดทุนสูงสุดเท่าไหร่"

อย่างที่สองคือลดอัตราการเพิ่ม — แทนที่จะทบเป็นเท่าตัว อาจเพิ่มทีละ 1.2 หรือ 1.5 เท่า ซึ่งทำให้ทุนที่ต้องใช้โตช้าลงมาก แลกกับการฟื้นตัวที่ช้าลง

อย่างที่สามคือคิดขนาดไม้แรกจากกรณีเลวร้ายที่สุด ไม่ใช่จากกรณีปกติ · ถ้าเพดานคือ 8 ชั้น ต้องคำนวณว่าถ้าโดนครบ 8 ชั้นแล้วยังรับไหวไหม แล้วย้อนกลับมาตั้งขนาดไม้แรกจากตรงนั้น

และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด — อย่าใช้กับช่วงที่ราคากระโดดได้ เช่นช่วงประกาศตัวเลขสำคัญ หรือช่วงที่ตลาดปิดข้ามวันหยุดยาว เพราะการกระโดดข้ามระดับคือสิ่งเดียวที่ระบบชนิดนี้รับไม่ไหวจริง ๆ

สิ่งที่ต้องจำ

  • อัตราชนะสูงมากับค่าคาดหวังติดลบอยู่ด้วยกันได้ · ระบบชนะ 95% ยังล้างพอร์ตได้ เพราะไม้ที่แพ้ใหญ่กว่ากำไรสะสมทั้งหมด
  • ทุนโตแบบทวีคูณ — แพ้ติด 10 ไม้ ไม้ถัดไปต้องวาง 1,024 เท่าของไม้แรก · แพ้ติด 15 ไม้ ต้องวาง 32,768 เท่า
  • บัญชีหนึ่งหมื่นจบที่ไม้ที่เก้า — เริ่ม 0.01 ล็อต ตัดขาดทุน 20 จุด ทบเท่าตัว · เจ็ดไม้แรกเสียแค่ 2,540 แต่สองไม้ถัดมาเสียอีกเกือบแปดพัน
  • แพ้ติดกันไม่ได้หายาก — ชนะ 50% เทรด 100 ไม้ มีโอกาส 54.6% เจอแพ้ติด 6 ไม้ · เทรด 200 ไม้ มีโอกาส 32% เจอแพ้ติด 8 ไม้
  • Barings Bank ล่มในปี 1995 จากการทบสถานะ — ขาดทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์ · แผ่นดินไหวโกเบพลิกพอร์ตจากกำไร 178 ล้านเป็นขาดทุน 108 ล้าน
  • 15 ม.ค. 2015 ฟรังก์สวิสแข็งค่า 41% ในวันเดียว — ราคากระโดดข้ามทุกชั้น ลูกค้าโบรกเกอร์รายหนึ่งติดลบรวม 225 ล้านดอลลาร์
  • ถ้าจะใช้จริงต้องมีเพดานชั้น ลดอัตราการเพิ่ม และคิดขนาดไม้แรกจากกรณีเลวร้ายที่สุด

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงของกลยุทธ์เพิ่มขนาดไม้เมื่อขาดทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนและไม่ใช่การชี้นำให้ใช้กลยุทธ์ใด ตัวเลขการคำนวณเป็นตัวอย่างเชิงหลักการที่สมมติให้ไม้แต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน ซึ่งในตลาดจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์ในอดีตที่ยกมาเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเกิดซ้ำในรูปแบบเดียวกัน กลยุทธ์ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดและอาจขาดทุนเกินเงินฝาก ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Trade Management — จัดการไม้หลังเข้าออเดอร์ กลยุทธ์การเทรด

Trade Management — จัดการไม้หลังเข้าออเดอร์

เลื่อน SL มาที่ทุนดีจริงหรือไม่ กางตัวเลขให้ดูว่าการจัดการไม้แบบไหนทำให้ระบบดีขึ้น และแบบไหนที่กำลังกินกำไรโดยไม่รู้ตัว

ทีมงาน · 20/09/2026
Drawdown ของระบบ — Max DD และคณิตศาสตร์การฟื้นตัว กลยุทธ์การเทรด

Drawdown ของระบบ — Max DD และคณิตศาสตร์การฟื้นตัว

ตัวเลขตัวเดียวที่บอกว่าระบบเทรดเคยเรียกร้องอะไรจากคนใช้บ้าง — วัด Max Drawdown ยังไง อ่านยังไง และเอาไปตั้งเส้นลดไม้กับหยุดระบบได้ยังไง

ทีมงาน · 19/09/2026
Backtest — ทดสอบระบบย้อนหลังให้เชื่อถือได้ กลยุทธ์การเทรด

Backtest — ทดสอบระบบย้อนหลังให้เชื่อถือได้

ระบบที่ทดสอบย้อนหลังแล้วกำไรสวยงาม ทำไมพอเทรดจริงถึงพัง — เปิดสี่รูรั่วที่ทำให้ผลทดสอบหลอกตา พร้อมวิธีอุดที่ใช้ได้ทันที

ทีมงาน · 19/09/2026