การร่วงแรงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน ทำให้เกิดคำถามที่ไกลกว่าเรื่องธีม AI นั่นคือ หากตลาดอ่อนแอลงต่อ ธนาคารกลางจะเข้ามาพยุงได้แค่ไหน ในเมื่อเงินเฟ้อจากราคาพลังงานยังสูง และตลาดยังให้น้ำหนักมากกว่าครึ่งว่าเฟดอาจ ขึ้น ดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
แรงขายรุนแรงแค่ไหน
- Nasdaq Composite ลดลง 5.52% ปิดที่ 24,315 จุด เข้าสู่เขตปรับฐาน คือลงตั้งแต่ 10% จากจุดสูงสุด และมีรายงานว่าเป็นครั้งที่สามของปีนี้
- Nasdaq-100 ลดลง 6.36% เป็นวันที่แย่ที่สุดนับจากมีนาคม 2020
- S&P 500 ลดลง 4.36% ปิดที่ 7,354 จุด เป็นวันที่แย่ที่สุดนับจากเมษายน 2025
- ดัชนี VIX ซึ่งวัดความผันผวนที่คาดหวังของ S&P 500 พุ่ง 69.7% ปิดที่ 28.17 สูงสุดนับจากปลายมีนาคม
ปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงคือการลดความเสี่ยงในหุ้นชิป ผลประกอบการและแนวโน้มที่ต่ำกว่าคาดของบางบริษัท และความกังวลเรื่องการจำกัดการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หลังเลือกตั้งกลางเทอม
ทำไม "ตาข่ายรองรับ" จึงบางลง
ตลาดมักคาดว่าเมื่อหุ้นร่วงแรง ธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบาย ความคาดหวังนี้เรียกกันว่า "Fed Put" แต่รอบนี้โจทย์ต่างออกไป เพราะตลาดไม่ได้ถกเถียงว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเมื่อไร แต่ถกเถียงว่าจะขึ้นหรือไม่
ข้อมูล CME FedWatch ที่มีการอ้างถึงหลังตลาดปิด ชี้ว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมลดลงจาก 82% เหลือ 67% ความคาดหวังจึงอ่อนลง แต่ยังไม่หายไป เหตุผลหนึ่งคือแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงาน โดยน้ำมัน WTI ยังอยู่แถว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ภาพนี้สอดคล้องกับฝั่งอังกฤษ ในวันเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 4% ด้วยคะแนน 8 ต่อ 1 โดยกรรมการที่เห็นต่างต้องการขึ้นมากกว่านั้น และคาดว่าเงินเฟ้ออังกฤษจะแตะจุดสูงสุดเฉลี่ยราว 4.8% ในไตรมาส 2 ปี 2027
ตลาดอื่นตอบสนองอย่างไร
- พันธบัตร: ผลตอบแทน 2 ปีลดลงราว 0.10 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่แถว 4.5% และ 10 ปีลงมาที่ 4.84% แต่ 30 ปีลดลงเพียงเล็กน้อยและยังอยู่ที่ 5.26% ช่วงปลายระยะยาวที่ขยับน้อยกว่าอาจสะท้อนว่าความกังวลเงินเฟ้อระยะยาวยังไม่หายไป
- ทองคำ: สัญญาล่วงหน้าเพิ่มขึ้นราว 1% สู่ 4,114 ดอลลาร์ ได้แรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง
- น้ำมัน: WTI เพิ่มขึ้นราว 2.7% สวนทางหุ้น ต่างจากช่วงที่ตลาดกังวลอุปสงค์เป็นหลัก
- ค่าเงิน: ดัชนีดอลลาร์แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ราว 101.6 ขณะที่เยนและฟรังก์สวิสแข็งค่าเทียบดอลลาร์ในช่วงตลาดเอเชีย
- คริปโต: Bitcoin ลดลงราว 5% มาอยู่แถว 76,000 ดอลลาร์ เคลื่อนไหวไปทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยง
จุดที่ควรจับตา
- ตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือนตุลาคม คืนนี้เวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย ตลาดคาดเพิ่มขึ้นราว 65,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงาน 4.2% ตัวเลขที่แข็งแกร่งอาจหนุนความคาดหวังขึ้นดอกเบี้ย ส่วนตัวเลขที่อ่อนอาจลดความคาดหวังนั้น แต่ก็อาจเพิ่มความกังวลด้านเศรษฐกิจ
- การประชุมเฟดวันที่ 8-9 ธันวาคม ว่าเฟดจะให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อหรือภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นจากตลาดหุ้นมากกว่ากัน
- ผลประกอบการ Nvidia ที่คาดว่าจะประกาศช่วงกลางเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบความต้องการด้าน AI
ในอดีต การปรับฐานของ Nasdaq ไม่ได้ลงเอยเป็นตลาดหมีเสมอไป ข้อมูลของ Dow Jones Market Data ชี้ว่านับตั้งแต่ปี 1971 มีราว 37% ที่ลงต่อจนถึงระดับตลาดหมี คือลดลงตั้งแต่ 20% สถิตินี้ใช้เป็นบริบทได้ แต่ไม่ใช่การคาดการณ์ เพราะแต่ละรอบมีเงื่อนไขดอกเบี้ยและเงินเฟ้อต่างกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน