เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
คริปโต

On-chain Data เบื้องต้น — ดูอะไรได้บ้างจากบล็อกเชน

On-chain Data เบื้องต้น — ดูอะไรได้บ้างจากบล็อกเชน

คริปโตเป็นตลาดเดียวที่เปิดข้อมูลการถือครองให้ทุกคนเห็นเท่ากันแบบเรียลไทม์ — รู้จักสี่กลุ่มตัวเลขที่คนใช้จริง และห้าจุดที่คนอ่านพลาดบ่อยที่สุด

ถ้าอยากรู้ว่ากองทุนใหญ่ถือหุ้นตัวไหนอยู่ ต้องรอรายงานที่ยื่นย้อนหลัง · ถ้าอยากรู้ว่าเงินไหลเข้าออกกองทุนทองคำเท่าไหร่ ต้องรอผู้ดูแลกองทุนประกาศ

แต่กับบิตคอยน์ · ทุกธุรกรรมตั้งแต่บล็อกแรกปี 2009 จนถึงนาทีนี้ เปิดให้ทุกคนอ่านได้ฟรี · ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องรออนุมัติ · นี่คือสิ่งที่เรียกว่า On-chain Data

On-chain Data คืออะไร — และมันไม่ใช่อะไร

บล็อกเชนคือสมุดบัญชีสาธารณะ · ทุกครั้งที่มีการโอน ระบบจะบันทึกว่าโอนจากที่อยู่ไหน ไปที่อยู่ไหน จำนวนเท่าไหร่ เวลาใด และค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ แล้วเปิดให้ทุกคนตรวจสอบได้ตลอดไป

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ · ขณะที่เขียนบทความนี้ เครือข่ายบิตคอยน์ยืนยันบล็อกไปแล้วราว 965,544 บล็อก และมีพลังขุดรวมทั้งเครือข่ายราว 845 EH/s · ตัวเลขสองตัวนี้ใครก็เปิดดูได้จากเว็บสำรวจบล็อกเชนทั่วไป โดยไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท

แต่สิ่งที่ On-chain Data ไม่ได้ บอกก็สำคัญพอกัน · มันไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของที่อยู่นั้น ไม่บอกว่าคนโอนคิดอะไรอยู่ และไม่บอกราคาที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า · มันบอกแค่ว่า "มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง" เท่านั้น

บล็อกเชนบอกอะไร และไม่บอกอะไร ข้อมูลเปิดสาธารณะ ใครก็ตรวจสอบได้ ไม่ต้องรอใครประกาศ เห็นได้ทันที • โอนจากที่อยู่ไหน ไปที่อยู่ไหน • จำนวน · เวลา · ค่าธรรมเนียม • ยอดคงเหลือของทุกที่อยู่ • เหรียญนั้นนอนนิ่งมากี่วัน มองไม่เห็น • ที่อยู่นั้นเป็นของใคร • เจตนาของคนโอน • ดีลที่จับคู่ภายในกระดานเทรด • ราคาที่กำลังจะเกิดขึ้น ตัวเลขบอกว่า "มีอะไรเกิดขึ้น" — ไม่ได้บอกว่า "จะเกิดอะไรต่อ"

กลุ่มที่ 1 — ตัวเลขสุขภาพของเครือข่าย

ชุดแรกคือตัวเลขที่บอกว่าเครือข่ายยังแข็งแรงและมีคนใช้งานจริงหรือไม่

พลังขุด (Hash Rate) คือกำลังประมวลผลรวมที่ใช้ยืนยันธุรกรรม · ยิ่งสูงยิ่งโจมตีเครือข่ายยาก · ถ้าตัวเลขนี้ร่วงแรงและนาน มักแปลว่าต้นทุนขุดสูงกว่ารายได้จนเครื่องต้องหยุด

จำนวนที่อยู่ที่มีความเคลื่อนไหว (Active Addresses) คือจำนวนที่อยู่ที่มีการส่งหรือรับในแต่ละวัน · ใช้ดูว่าคนใช้งานเครือข่ายมากขึ้นหรือน้อยลง

ค่าธรรมเนียมและคิวธุรกรรมที่รอยืนยัน คือมาตรวัดความแออัด · ค่าธรรมเนียมพุ่งแปลว่ามีคนแย่งกันใช้พื้นที่ในบล็อก ซึ่งมักเกิดในช่วงตลาดคึกคักจัด

กลุ่มที่ 2 — เงินไหลเข้าออกกระดานเทรด

ชุดนี้เป็นที่นิยมที่สุดในหมู่คนเทรด เพราะตีความง่ายที่สุด · หลักคิดคือ คนส่วนใหญ่โอนเหรียญเข้ากระดานเมื่อคิดจะขาย และถอนออกไปเก็บเมื่อคิดจะถือยาว

ยอดคงเหลือบนกระดาน (Exchange Reserve) คือปริมาณเหรียญที่นอนอยู่ในกระเป๋าของศูนย์ซื้อขายรวมกัน · ปัจจุบันประมาณการอยู่ที่ราว 3.7 ล้านบิตคอยน์ จากทุกกระดานใหญ่รวมกัน · ยอดที่ลดลงต่อเนื่องมักถูกอ่านว่าแรงขายฝั่งพร้อมใช้กำลังหดตัว

ยอดสุทธิเข้าออก (Netflow) คือส่วนต่างของเหรียญที่โอนเข้าลบด้วยที่โอนออกในช่วงเวลาหนึ่ง · ค่าบวกมากผิดปกติคือสัญญาณว่ามีของเตรียมเข้าตลาด

เงินไหลเข้าออกกระดานเทรด อ่านยังไง หลักคิด: เข้ากระดานมักเพื่อขาย · ถอนออกมักเพื่อเก็บยาว กระเป๋าส่วนตัว ถือเอง ขายทันทีไม่ได้ กระดานเทรด พร้อมเคาะขายได้เลย โอนเข้า = แรงขายเพิ่ม ถอนออก = ของหายจากชั้น ยอดคงเหลือบนกระดาน รวมทุกกระดานราว 3.7 ล้านบิตคอยน์ ระวังการตีความ โอนภายในกระดานเดียวกันก็ปนอยู่ในสถิติ

ข้อควรระวังคือ ตัวเลขกลุ่มนี้ตีความผิดง่ายกว่าที่คิด · การโอนระหว่างกระเป๋าของกระดานเดียวกันก็เข้ามาปนในสถิติได้ และเหรียญที่ถูกโอนไปเก็บกับผู้ดูแลสินทรัพย์ของกองทุนก็ทำให้ยอดบนกระดานลดลงโดยไม่ได้แปลว่ามีคนตั้งใจถือยาว

กลุ่มที่ 3 — ต้นทุนของตลาดทั้งตลาด

ชุดนี้ลึกที่สุดและเป็นสิ่งที่ตลาดอื่นทำไม่ได้ · เพราะบล็อกเชนรู้ว่าเหรียญแต่ละเหรียญถูกย้ายครั้งล่าสุดตอนราคาเท่าไหร่ จึงคำนวณ "ต้นทุนเฉลี่ยของทั้งตลาด" ออกมาได้จริง

Realized Cap คือมูลค่ารวมที่คิดจากราคาตอนที่เหรียญถูกย้ายครั้งสุดท้าย · พูดง่าย ๆ คือต้นทุนรวมของคนถือทั้งตลาด ต่างจากมูลค่าตลาดปกติที่คิดจากราคาล่าสุดคูณจำนวนเหรียญทั้งหมด

MVRV คือการเอาสองตัวนั้นมาหารกัน · MVRV = มูลค่าตลาด ÷ Realized Cap · ค่าที่ได้บอกว่าตลาดโดยรวมกำไรอยู่กี่เท่าของต้นทุน · ตามคู่มือของผู้ให้บริการข้อมูล ค่าเกิน 3.5 มักปรากฏในช่วงปลายของรอบขาขึ้น ส่วนค่าต่ำกว่า 1.0 แปลว่าเหรียญส่วนใหญ่อยู่แถวจุดคุ้มทุนหรือขาดทุน ซึ่งในอดีตมักตรงกับช่วงก้นของรอบ

SOPR ดูอีกมุมหนึ่ง คือราคาที่เหรียญถูกขายไป หารด้วยราคาที่เหรียญนั้นได้มา · ค่าเกิน 1 แปลว่าวันนั้นเหรียญที่ขยับโดยเฉลี่ยขายทำกำไร · ต่ำกว่า 1 คือขายขาดทุน · เป็นเครื่องมือดูว่าคนกำลังยอมตัดขาดทุนหรือกำลังทยอยเก็บกำไร

MVRV และ SOPR — ต้นทุนของทั้งตลาด สองตัวเลขที่ตลาดอื่นคำนวณไม่ได้ เพราะไม่รู้ต้นทุนของทุกคน MVRV = มูลค่าตลาด ÷ Realized Cap ต่ำกว่า 1.0 ส่วนใหญ่อยู่แถวทุน/ขาดทุน ระหว่าง 1.0 - 3.5 ช่วงกลางของรอบ เกิน 3.5 มักพบช่วงปลายรอบขาขึ้น SOPR = ราคาที่ขายไป ÷ ราคาที่ได้มา เกิน 1 วันนั้นโดยเฉลี่ยขายทำกำไร คนเริ่มทยอยเก็บกำไร ต่ำกว่า 1 วันนั้นโดยเฉลี่ยขายขาดทุน คนยอมตัดขาดทุนออกมา

กลุ่มที่ 4 — ใครถืออยู่ และถือมานานแค่ไหน

เพราะบล็อกเชนบันทึกเวลาไว้ทุกครั้ง จึงแยกได้ว่าเหรียญไหน "นอนนิ่ง" มานานแค่ไหน

ผู้ให้บริการข้อมูลนิยมใช้เส้นแบ่งที่ 155 วัน · เหรียญที่ไม่ขยับเกินกว่านั้นถูกจัดเป็นของ ผู้ถือระยะยาว (Long-Term Holder) ส่วนที่อายุน้อยกว่าคือ ผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holder) · ตัวเลขนี้ไม่ได้ตั้งลอย ๆ แต่มาจากการดูว่าเหรียญอายุเท่าไหร่ถึงมีโอกาสถูกขายลดลงจนนิ่ง

ประโยชน์คือแยกแรงขายออกจากกันได้ · แรงขายที่มาจากคนเพิ่งซื้อไม่กี่สัปดาห์ กับแรงขายที่มาจากคนถือข้ามรอบ บอกเรื่องคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง

ห้าข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเชื่อตัวเลข

ข้อมูลบนบล็อกเชนไม่โกหก แต่คนอ่านตีความผิดได้ตลอดเวลา

ห้าจุดที่คนอ่านตัวเลขพลาดบ่อย ข้อมูลไม่โกหก แต่ตีความผิดได้ตลอดเวลา 1 ที่อยู่ไม่เท่ากับคน คนเดียวสร้างได้ไม่จำกัด 2 การจัดกลุ่มกระเป๋าคือการประมาณ ตัวเลขแต่ละเจ้าจึงไม่ตรงกัน 3 ดีลภายในกระดานไม่ขึ้นเชน ปริมาณจริงมากกว่าที่เห็น 4 แต่ละเหรียญข้อมูลไม่เท่ากัน อย่ายกสูตรบิตคอยน์ไปใช้ทุกตัว 5 เป็นเครื่องมือดูภาพใหญ่ของรอบ ไม่ใช่สัญญาณเข้าออกรายวัน ตัวเลขอย่าง MVRV เคลื่อนช้า ใช้บอกโซนของรอบตลาดมากกว่าจังหวะเคาะซื้อขาย

ที่อยู่ไม่เท่ากับคน · คนคนเดียวสร้างที่อยู่ได้ไม่จำกัด และกระเป๋าของกระดานเทรดหนึ่งใบก็เก็บเหรียญของลูกค้าเป็นล้านคน · ตัวเลขที่อยู่จึงเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้จริง

การจัดกลุ่มกระเป๋าเป็นการเดาอย่างมีหลักการ · ผู้ให้บริการข้อมูลใช้วิธีคาดเดาว่ากระเป๋าไหนเป็นของกระดานไหน จึงมีโอกาสจัดผิดและตัวเลขระหว่างเจ้าต่างกันได้

ของที่ไม่ได้อยู่บนเชนหลักจะมองไม่เห็น · การซื้อขายที่จับคู่กันภายในระบบของกระดานเทรด ไม่เกิดธุรกรรมบนบล็อกเชนเลย

เหรียญต่างเชนมีข้อมูลไม่เท่ากัน · บิตคอยน์มีชุดตัวเลขที่ครบและมีประวัติยาวที่สุด ส่วนเหรียญอื่นบางตัวมีข้อมูลตื้นกว่ามาก · อย่ายกสูตรจากบิตคอยน์ไปใช้กับทุกเหรียญโดยอัตโนมัติ

มันเป็นเครื่องมือดูภาพใหญ่ ไม่ใช่สัญญาณเข้าออกรายวัน · ตัวเลขอย่าง MVRV เคลื่อนช้าและใช้บอกว่าตลาดอยู่โซนไหนของรอบ · ใครเอาไปหาจังหวะเข้าออกรายชั่วโมงมักผิดหวัง

มุมที่ทำให้คนเทรดตลาดอื่นควรรู้จักมันไว้

ในตลาดหุ้น กว่าจะรู้ว่ากองทุนใหญ่ขยับพอร์ตยังไงก็ต้องรอรายงานที่ยื่นย้อนหลัง · ในตลาดทองคำ ยอดถือครองของกองทุนอ้างอิงต้องรอผู้ดูแลประกาศเป็นรายวัน · ในตลาดค่าเงิน ข้อมูลสถานะของผู้เล่นรายใหญ่มาเป็นรายสัปดาห์และล่าช้าหลายวัน

คริปโตเป็นตลาดเดียวที่ข้อมูลการถือครองและการเคลื่อนย้ายเปิดแบบเรียลไทม์ให้ทุกคนเท่ากัน · ข้อดีคือความโปร่งใส · ข้อเสียคือเมื่อทุกคนเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ความได้เปรียบจึงไม่ได้อยู่ที่การเห็นก่อน แต่อยู่ที่การตีความให้ถูก

สิ่งที่ต้องจำ

  • On-chain Data คือข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชนที่เปิดให้ทุกคนอ่านฟรี · บอกว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่บอกว่าใครทำและราคาจะไปทางไหน
  • สี่กลุ่มหลัก: สุขภาพเครือข่าย (พลังขุด · ที่อยู่ที่เคลื่อนไหว) · เงินเข้าออกกระดาน · ต้นทุนของตลาด (Realized Cap · MVRV · SOPR) · อายุการถือครอง
  • MVRV = มูลค่าตลาด ÷ Realized Cap · เกิน 3.5 มักเป็นช่วงปลายรอบขาขึ้น · ต่ำกว่า 1.0 แปลว่าตลาดส่วนใหญ่อยู่แถวทุนหรือขาดทุน
  • SOPR = ราคาที่ขาย ÷ ราคาที่ได้มา · เกิน 1 คือวันนั้นขายทำกำไรโดยเฉลี่ย · ต่ำกว่า 1 คือขายขาดทุน
  • เส้นแบ่งผู้ถือระยะยาวคือ 155 วัน · ใช้แยกว่าแรงขายมาจากคนเพิ่งเข้าหรือคนถือข้ามรอบ
  • ที่อยู่ไม่เท่ากับคน · การจัดกลุ่มกระเป๋าเป็นการประมาณ · การซื้อขายภายในกระดานไม่ขึ้นบนเชน — อย่าอ่านตัวเลขแบบตรงตัว
  • ใช้ดูภาพใหญ่ของรอบตลาด ไม่ใช่สัญญาณเข้าออกรายวัน · และอย่ายกสูตรของบิตคอยน์ไปใช้กับทุกเหรียญ

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านข้อมูลบนบล็อกเชนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขเครือข่ายและยอดถือครองที่อ้างถึงเป็นข้อมูล ณ ต้นเดือนกันยายน 2026 ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และตัวเลขจากผู้ให้บริการข้อมูลแต่ละรายอาจต่างกันตามวิธีจัดกลุ่มกระเป๋า เกณฑ์การตีความค่าต่าง ๆ เป็นสถิติในอดีตที่ไม่รับประกันผลในอนาคต สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงและผันผวนรุนแรง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

CBDC คืออะไร — เงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ต่างจากคริปโตตรงไหน คริปโต

CBDC คืออะไร — เงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ต่างจากคริปโตตรงไหน

หลายคนได้ยินคำว่า "เงินดิจิทัลของธนาคารกลาง" แล้วนึกว่าเป็นคริปโตเวอร์ชันที่รัฐทำเอง · ความจริงมันเกือบเป็นด้านตรงข้ามของคริปโตในเกือบทุกมิติ

ทีมงาน · 23/08/2026
Funding Rate คืออะไร — เทอร์โมมิเตอร์อารมณ์ตลาดคริปโต คริปโต

Funding Rate คืออะไร — เทอร์โมมิเตอร์อารมณ์ตลาดคริปโต

เปิดสถานะทิ้งไว้ข้ามคืน ราคาแทบไม่ขยับ แต่ยอดในบัญชีกลับหายไปเรื่อย ๆ · นั่นคือ Funding Rate ซึ่งเป็นทั้งต้นทุนที่มองไม่เห็น และเครื่องมืออ่านอารมณ์ตลาดที่ตรงที่สุดตัวหนึ่ง

ทีมงาน · 21/08/2026
BTC Dominance และ Altseason — อ่านยังไงว่าเงินกำลังไหลไปไหน คริปโต

BTC Dominance และ Altseason — อ่านยังไงว่าเงินกำลังไหลไปไหน

คำถามที่วนกลับมาทุกปีคือ "อัลต์จะมาเมื่อไหร่" · หลายคนดู BTC Dominance แล้วสรุปว่าตัวเลขลง = เงินไหลเข้าเหรียญอื่น ซึ่งบ่อยครั้งไม่ใช่แบบนั้นเลย

ทีมงาน · 20/08/2026