เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
แนวรับ-แนวต้าน & โซนราคา

Pivot Points — แนวรับ-ต้านอัตโนมัติสำหรับเทรดวัน

Pivot Points — แนวรับ-ต้านอัตโนมัติสำหรับเทรดวัน

Pivot Points คือแนวรับ-ต้านที่คำนวณล่วงหน้าจากราคาเมื่อวาน ทุกคนเห็นเส้นเดียวกัน เรียนรู้สูตร วิธีอ่าน และ 2 กลยุทธ์ยอดนิยม

ลองนึกภาพว่าก่อนตลาดเปิด คุณมีแผนที่ที่บอกล่วงหน้าแล้วว่า "วันนี้ราคาน่าจะเจอแนวรับตรงไหน แนวต้านตรงไหน" — เครื่องมือที่ให้แผนที่แบบนั้นได้คือ Pivot Points (จุดหมุน) แนวรับ-แนวต้านที่คำนวณออกมาเป็นตัวเลขชัดเจน ไม่ต้องลากเส้นเอาเอง

จุดเด่นของ Pivot Points คือมันเป็น "วัตถุวิสัย" (Objective) — คำนวณจากสูตรตายตัว ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะได้เส้นเดียวกันเป๊ะ ต่างจากการลากแนวรับ-แนวต้านด้วยมือที่แต่ละคนเห็นไม่เหมือนกัน บทนี้จะพาไปรู้จัก Pivot Points ตั้งแต่สูตร · วิธีอ่าน · จนถึง 2 กลยุทธ์ยอดนิยม — ใช้ได้กับทุกตลาด ทั้งหุ้น ทองคำ ดัชนี และคริปโต

Pivot Points คืออะไร

Pivot Points คือชุดของเส้นแนวรับ-แนวต้านที่คำนวณจาก ราคาสูงสุด (High) · ต่ำสุด (Low) · ปิด (Close) ของช่วงเวลาก่อนหน้า (ส่วนใหญ่ใช้ของ "เมื่อวาน" เพื่อวางแผนเทรดวันนี้)

หัวใจอยู่ที่เส้นกลางชื่อ Pivot Point (PP) ซึ่งเป็นเหมือน "จุดสมดุล" ของราคา จากนั้นจะกระจายออกเป็นแนวต้านด้านบน (R1 · R2) และแนวรับด้านล่าง (S1 · S2) รวมเป็น 5 เส้นหลักที่ใช้เป็นกรอบเทรดทั้งวัน

โครงสร้าง 5 เส้นของ Pivot Points PP เป็นแกนกลาง · R = แนวต้าน · S = แนวรับ R2 R1 PP S1 S2 แนวต้าน — ราคามักโดนกดลง แนวรับ — ราคามักเด้งขึ้น

เมื่อนำ 5 เส้นนี้พล็อตบนกราฟ จะได้ "กรอบ" ที่ช่วยให้เห็นภาพว่าราคาอยู่โซนไหน — อยู่เหนือ PP หรือใต้ PP กำลังเข้าใกล้แนวต้านหรือแนวรับ ทำให้วางแผนล่วงหน้าได้ก่อนตลาดจะวิ่งจริง

สูตรคำนวณ — เข้าใจที่มา (แพลตฟอร์มคำนวณให้อยู่แล้ว)

ในทางปฏิบัติ แพลตฟอร์มกราฟส่วนใหญ่มีอินดิเคเตอร์ Pivot Points ให้กดใช้ได้เลย ไม่ต้องคำนวณมือ แต่การเข้าใจที่มาช่วยให้ใช้เป็นมากขึ้น

สูตรหลัก (ใช้ราคา High/Low/Close ของเมื่อวาน) PP = (High + Low + Close) ÷ 3 R1 = (2 × PP) − Low R2 = PP + (High − Low) S1 = (2 × PP) − High S2 = PP − (High − Low) R = แนวต้าน (Resistance) · S = แนวรับ (Support) ตัวอย่าง (ทองคำ เมื่อวาน) High 1900 · Low 1850 · Close 1880 PP = 1876.7 R1 = 1903.3 R2 = 1926.7 S1 = 1853.3 S2 = 1826.7 ได้กรอบเทรดของวันนี้ทันที ก่อนตลาดเปิด

สังเกตว่า PP คือค่าเฉลี่ยของ High-Low-Close ส่วน R1/S1 คือระดับถัดไปที่ห่างจาก PP ขึ้น-ลง และ R2/S2 คือระดับที่ไกลออกไปอีกชั้น ยิ่งราคาวิ่งไปไกลจาก PP มากเท่าไร โอกาสเจอแรงต้าน/แรงรับก็มากขึ้นเท่านั้น

ใช้ Pivot Points ยังไง — อ่าน "อคติ" ของวัน

วิธีใช้พื้นฐานที่สุดคือดูว่าราคาอยู่ เหนือหรือใต้เส้น PP

ราคาอยู่เหนือ PP = มุมมองวันนี้เอนไปทางขึ้น (Bullish bias) มองหาจังหวะซื้อ โดยมี R1 · R2 เป็นเป้าทำกำไร

ราคาอยู่ใต้ PP = มุมมองวันนี้เอนไปทางลง (Bearish bias) มองหาจังหวะขาย โดยมี S1 · S2 เป็นเป้า

ราคาวนรอบ PP = ตลาดยังไม่เลือกทาง รอให้หลุดออกจาก PP ชัดๆ ก่อน

เส้น R และ S ทำหน้าที่เหมือนแนวรับ-แนวต้านทั่วไป คือเป็นจุดที่ราคา "มักจะ" ชะลอ เด้ง หรือกลับตัว ไม่ใช่กำแพงตายตัว แต่เป็นโซนที่ควรจับตาเป็นพิเศษ

2 กลยุทธ์ยอดนิยม

เด้ง (Bounce) vs ทะลุ (Breakout) เด้งที่แนวรับ S1 S1 แตะแล้วเด้ง = ซื้อ ทะลุแนวต้าน R1 R1 R2 ทะลุขึ้น = ไปต่อ R2

กลยุทธ์ที่ 1 — Bounce (เด้งกลับ): ใช้ในวันที่ตลาดออกข้าง ราคามักวิ่งเด้งไปมาในกรอบ Pivot เมื่อราคาลงมาแตะ S1 แล้วมีสัญญาณเด้ง (เช่น ไส้ล่างยาว) = จังหวะซื้อ โดยตั้งเป้าที่ PP หรือ R1 · ในทางกลับกัน ราคาขึ้นไปแตะ R1 แล้วเด้งลง = จังหวะขาย

กลยุทธ์ที่ 2 — Breakout (ทะลุ): ใช้ในวันที่ตลาดมีเทรนด์แรง เมื่อราคาทะลุ R1 ขึ้นไปได้อย่างชัดเจน (แท่งปิดเหนือเส้น) = โมเมนตัมแรง มีโอกาสวิ่งต่อไปหา R2 · ฝั่งลงก็เช่นกัน ทะลุ S1 ลงไปมีโอกาสไปต่อ S2

เคล็ดลับ: ดูบริบทของวันก่อนเลือกกลยุทธ์ — ถ้าราคาวนแคบๆ ใช้แนว Bounce ถ้ามีข่าวหรือเทรนด์แรง ใช้แนว Breakout จะเข้าทางมากกว่า

ข้อควรระวัง

(1) Pivot ไม่ใช่กำแพงตายตัว — เป็นแค่ "โซนที่ราคามักตอบสนอง" ไม่ใช่จุดที่ราคาจะกลับตัวแน่นอน ควรใช้คู่กับสัญญาณยืนยัน เช่น รูปแบบแท่งเทียนหรือ Volume

(2) เหมาะกับการเทรดวัน (Intraday) มากที่สุด — เพราะคำนวณจากข้อมูลวันก่อน เส้นจะรีเซ็ตใหม่ทุกวัน เทรดเดอร์สายสั้นจึงนิยมใช้

(3) ตลาดที่เปิด 24 ชั่วโมง (เช่น คริปโต) ต้องกำหนด "เวลาตัดวัน" ให้ชัด — เพราะไม่มีเวลาเปิด-ปิดตายตัวเหมือนตลาดหุ้น เส้น Pivot อาจต่างกันตามเขตเวลาที่ตั้ง

(4) อย่าใช้ Pivot ตัวเดียวตัดสินใจ — รวมเข้ากับแนวรับ-แนวต้านจริงบนกราฟ หรือทิศของเทรนด์ใหญ่ จะแม่นกว่าใช้เดี่ยวๆ

สรุปบทเรียน

Pivot Points คือแนวรับ-แนวต้านที่คำนวณล่วงหน้าจากราคา High-Low-Close ของช่วงก่อนหน้า ได้ออกมาเป็น 5 เส้นหลัก คือ PP (แกนกลาง) · R1-R2 (แนวต้าน) · S1-S2 (แนวรับ) จุดเด่นคือเป็นวัตถุวิสัย ทุกคนเห็นเส้นเดียวกัน วิธีใช้พื้นฐานคือดูว่าราคาอยู่เหนือหรือใต้ PP เพื่ออ่าน "อคติ" ของวัน แล้วใช้ R/S เป็นเป้าหมายหรือจุดกลับตัว มี 2 กลยุทธ์หลักคือ Bounce (เด้งในกรอบ) และ Breakout (ทะลุไปต่อ) ที่สำคัญ Pivot เป็นเครื่องมือ "เสริม" ที่ทรงพลังเมื่อใช้ร่วมกับสัญญาณอื่น ไม่ใช่ใช้เดี่ยวๆ

สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้

  • Pivot Points = แนวรับ-ต้านคำนวณล่วงหน้าจาก High-Low-Close ของช่วงก่อน
  • 5 เส้นหลัก: PP (แกนกลาง) · R1-R2 (แนวต้าน) · S1-S2 (แนวรับ)
  • ราคาเหนือ PP = อคติขึ้น · ใต้ PP = อคติลง — ใช้อ่านทิศของวัน
  • 2 กลยุทธ์: Bounce (เด้งในกรอบ) · Breakout (ทะลุไปต่อ)
  • เป็นเครื่องมือ "เสริม" — ใช้คู่สัญญาณอื่น · เหมาะเทรดวัน (Intraday)

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน Pivot Points เป็นเครื่องมือเชิงเทคนิคที่สะท้อนความน่าจะเป็นจากข้อมูลในอดีต ไม่ใช่การการันตีทิศทางราคาในอนาคต การเทรดและการลงทุนในตลาดการเงินมีความเสี่ยง ผู้เริ่มต้นควรศึกษาให้เข้าใจและฝึกฝนกับบัญชีทดลอง (Demo) ก่อนตัดสินใจด้วยเงินจริงเสมอ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีตีเส้นแนวรับ-แนวต้านให้แม่นยำ แนวรับ-แนวต้าน & โซนราคา

วิธีตีเส้นแนวรับ-แนวต้านให้แม่นยำ

เปิดกราฟเดียวกันให้ 10 คนลากเส้น ได้ 10 แบบ บทนี้รวม 5 หลักตีแนวรับ-แนวต้านให้แม่น ตั้งแต่เลือกจุดตี มองเป็นโซน ไปจนถึงวิธียืนยันว่าราคาทะลุจริงหรือหลอก

ทีมงาน · 19/06/2026
แนวรับกลายเป็นแนวต้าน (Role Reversal) — กำแพงที่สลับข้าง แนวรับ-แนวต้าน & โซนราคา

แนวรับกลายเป็นแนวต้าน (Role Reversal) — กำแพงที่สลับข้าง

ทำไมแนวรับที่หลุดถึงกลายเป็นแนวต้าน? เจาะจิตวิทยาเบื้องหลัง พร้อมกลยุทธ์รอ Retest ที่มือใหม่ใช้ได้จริง

ทีมงาน · 12/06/2026
Volume Profile คืออะไร — หาแนวรับ-แนวต้านจากปริมาณซื้อขายจริง แนวรับ-แนวต้าน & โซนราคา

Volume Profile คืออะไร — หาแนวรับ-แนวต้านจากปริมาณซื้อขายจริง

เครื่องมือที่ดู Volume ตาม "ราคา" แทน "เวลา" หาว่าราคาไหนซื้อขายหนาแน่นสุด รู้จัก POC, Value Area, HVN/LVN และวิธีใช้เป็นแนวรับ-ต้าน

ทีมงาน · 07/06/2026