ลองสังเกตวิธีที่เราเล่าเรื่องการเทรดของตัวเอง
ไม้ที่กำไร เรามักเล่าว่า "อ่านโครงสร้างขาด รอจังหวะจนได้จุดเข้าสวย" ส่วนไม้ที่ขาดทุน เรามักเล่าว่า "ข่าวออกมาผิดคาด" หรือ "สเปรดถ่างจนโดนเขี่ย" หรือ "วันนั้นตลาดไม่ปกติ"
ทั้งสองคำอธิบายอาจจริงทั้งคู่ แต่ถ้ามันออกมาเป็นรูปแบบนี้เกือบทุกครั้ง แปลว่าเรากำลังเจอกับ self-attribution bias คือการยกความสำเร็จให้ฝีมือตัวเอง และโยนความล้มเหลวให้ปัจจัยภายนอก
อคติที่ทำงานเงียบที่สุด
นักจิตวิทยาศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ในชื่อ self-serving attribution และพบว่ามันไม่ใช่การโกหกคนอื่น แต่เป็นวิธีที่สมองรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกว่ากำลังบิดอะไร
จุดสำคัญอยู่ตรงประโยคสุดท้าย ถ้าชนะแล้วเชื่อว่าเป็นฝีมือ แต่แพ้แล้วเชื่อว่าเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุม ความมั่นใจก็จะเดินทางเดียว คือขึ้นอย่างเดียว ไม่ว่าผลจริงจะเป็นยังไง
หลักฐานจากนักลงทุนตัวจริง
อาร์วิด ฮอฟฟ์มันน์ และโธมัส โพสต์ ทำงานวิจัยที่ตอบเรื่องนี้ได้ตรงมาก ตีพิมพ์ใน Journal of Behavioral and Experimental Economics ปี 2014
ทีมวิจัยจับคู่ ข้อมูลการเทรดจริงของลูกค้าโบรกเกอร์ส่วนลดในเนเธอร์แลนด์ เข้ากับแบบสอบถามที่ส่งซ้ำหลายรอบในปี 2008 กลุ่มตัวอย่างคือนักลงทุน 866 คน รวมข้อมูลรายเดือน 2,093 ชุด แล้วถามว่าผลงานที่ผ่านมาสะท้อนทักษะการลงทุนของตัวเองมากแค่ไหน
ผลที่ได้คือ ยิ่งผลตอบแทนของพอร์ตตัวเองในงวดก่อนสูงเท่าไหร่ คนยิ่งเห็นด้วยมากขึ้นว่าผลงานนั้นสะท้อนทักษะของตัวเอง ขณะที่ผลตอบแทนของตลาดโดยรวมไม่ได้ทำให้ความเชื่อนั้นเปลี่ยนไปในทางเดียวกัน
ความต่างตรงนี้คือหัวใจ เพราะมันแปลว่าคนแยก "ผลของฉัน" ออกจาก "ผลของตลาด" ในใจอยู่แล้ว แต่ดันตีความว่าส่วนที่เป็นของฉันมาจากฝีมือ ทั้งที่ในหลายกรณีมันคือความบังเอิญที่พอร์ตบังเอิญถือของที่ขึ้นแรงกว่าชาวบ้าน
ทำไมมันถึงอันตรายกว่าที่คิด
ผลกระทบข้อแรกคือ ความมั่นใจที่ไม่มีเบรก นักวิชาการอย่างซิมง แกร์เวส์ และเทอร์เรนซ์ โอดีน เคยสร้างแบบจำลองไว้ว่า เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในช่วงต้นจะเรียนรู้ที่จะมั่นใจเกินจริง เพราะเขานับผลดีเป็นคะแนนของตัวเอง แล้วผลที่ตามมาคือเทรดถี่ขึ้นและเสี่ยงมากขึ้นในจังหวะที่ไม่ควร
ผลกระทบข้อที่สองสำคัญกว่าและถูกพูดถึงน้อยกว่า คือ มันทำให้เรียนรู้ไม่ได้เลย ถ้าทุกความผิดพลาดมีเจ้าของเป็นคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นข่าว โบรก ตลาด หรือดวง ก็จะไม่มีอะไรในกระบวนการของเราที่ต้องแก้ สมุดเทรดจะเต็มไปด้วยบันทึกที่อ่านแล้วรู้สึกดี แต่ไม่มีบรรทัดไหนที่พัฒนาได้
วงจรนี้จบลงที่เดิมเสมอ คือกลับไปเริ่มใหม่โดยไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะบทเรียนถูกตีความออกไปนอกตัวหมดแล้ว
ประโยคที่บอกว่าอคตินี้กำลังทำงาน
วิธีจับตัวเองที่ง่ายที่สุดคือฟังคำที่ใช้ตอนเล่าผลการเทรด ลองเทียบสองชุดนี้
ชุดที่ฟังดูเป็นการวิเคราะห์ คือ "ไม้นี้เข้าตามเงื่อนไขครบ แต่ราคาไปไม่ถึงเป้าเพราะโมเมนตัมหมดก่อน" หรือ "ไม้นี้กำไรจริง แต่เข้าก่อนสัญญาณยืนยันหนึ่งแท่ง ถือว่าโชคดี"
ชุดที่เป็นการเล่าเรื่อง คือ "ถ้าไม่มีข่าวนั้นก็กำไรแล้ว" หรือ "รอบนี้อ่านขาดจริง ๆ" โดยไม่มีการอ้างถึงเงื่อนไขที่เขียนไว้ก่อนเข้าเลยสักคำ
ความต่างไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่ว่าคำอธิบายนั้น ตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ คำอธิบายที่ตรวจไม่ได้จะเข้าข้างเจ้าตัวเสมอ เพราะไม่มีอะไรมาคัดค้าน
ห้าวิธีที่ทำให้การตีความตรงกับความจริงมากขึ้น
ข้อที่หนึ่ง ทรงพลังที่สุด เพราะเหตุผลที่เขียนไว้ก่อนเข้าเป็นหลักฐานที่แก้ย้อนหลังไม่ได้ ถ้าไม้นั้นกำไรแต่ราคาไปถึงเป้าด้วยเหตุผลคนละเรื่องกับที่เขียนไว้ นั่นคือกำไรจากความบังเอิญ ซึ่งควรถูกนับแยกจากกำไรที่มาจากระบบ
ข้อที่สอง คนส่วนใหญ่ทบทวนเฉพาะตอนเจ็บ พอกำไรก็ปิดโปรแกรมแล้วไปกินข้าว ทั้งที่ไม้ที่ชนะด้วยเหตุผลผิดคือสิ่งที่อันตรายกว่า เพราะมันสอนพฤติกรรมที่ผิดให้เราทำซ้ำ
ข้อที่สาม ช่วยแยกฝีมือออกจากลมส่ง ถ้าเดือนนี้พอร์ตบวก 8% ขณะที่สินทรัพย์ที่เราเทรดบวก 12% ทั้งตลาด นั่นไม่ใช่เดือนที่เราเก่ง
สุดท้าย เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าต้องโทษตัวเองทุกอย่าง ปัจจัยภายนอกมีจริงและบางครั้งมันคือคำอธิบายที่ถูกต้องที่สุด ประเด็นอยู่ที่ ความสม่ำเสมอของการตีความ ถ้าคำอธิบายที่เราเลือกใช้เปลี่ยนไปตามว่าไม้นั้นได้หรือเสีย นั่นแปลว่าเรากำลังเล่าเรื่องให้ตัวเองฟัง ไม่ได้กำลังวิเคราะห์
สิ่งที่ต้องจำ
- Self-attribution bias คือการยกผลดีให้ฝีมือตัวเอง และโยนผลเสียให้ปัจจัยภายนอก ทำให้ความมั่นใจขึ้นอย่างเดียวไม่ว่าผลจริงจะเป็นยังไง
- ✅ Hoffmann & Post (2014) นักลงทุน 866 คน ข้อมูลรายเดือน 2,093 ชุด พบว่ายิ่งผลตอบแทนของพอร์ตตัวเองสูง ยิ่งเชื่อว่าผลงานสะท้อนทักษะ
- ✅ งานเดียวกันพบว่าผลตอบแทนของตลาดโดยรวมไม่มีผลแบบนั้น แปลว่าคนแยกผลของตัวเองออกจากตลาดอยู่แล้ว แต่ตีความว่าส่วนนั้นคือฝีมือ
- ผลเสียสองชั้น ความมั่นใจไม่มีเบรกจนเทรดถี่และเสี่ยงเกิน · และเรียนรู้ไม่ได้เพราะความผิดพลาดมีเจ้าของเป็นคนอื่นเสมอ
- ✅ วิธีแก้ เขียนเหตุผลก่อนเข้าแล้วตรวจย้อน · ทบทวนไม้ที่ชนะด้วย · เทียบกับภาวะตลาดช่วงเดียวกัน · ถามว่าถ้าตลาดไม่เอื้อยังได้ผลไหม · ให้คนอื่นช่วยอ่านสมุดเทรด
- เส้นแบ่ง ปัจจัยภายนอกมีจริง แต่ถ้าคำอธิบายเปลี่ยนตามผลได้เสียทุกครั้ง นั่นคือการเล่าเรื่อง ไม่ใช่การวิเคราะห์
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านจิตวิทยาสำหรับผู้ที่สนใจการเทรดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด งานวิจัยที่อ้างถึงศึกษากลุ่มตัวอย่างเฉพาะในช่วงเวลาที่ระบุ ผลอาจต่างออกไปในตลาดหรือช่วงเวลาอื่น และไม่ใช่การประเมินลักษณะนิสัยของผู้อ่านรายบุคคล การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ