⭐ มือใหม่อยากเริ่มเทรด? คอร์สเราสอนตั้งแต่ศูนย์ ฟรี 100%เริ่มเรียน
พื้นฐานการอ่านกราฟ

Volume (ปริมาณซื้อขาย) อ่านยังไง บอกอะไรเราได้บ้าง

Volume (ปริมาณซื้อขาย) อ่านยังไง บอกอะไรเราได้บ้าง

Volume คือ "เครื่องจับเท็จของราคา" — สอนอ่านปริมาณซื้อขายตั้งแต่ศูนย์ ใช้ยืนยันเทรนด์และกรอง Breakout หลอกได้จริง

มือใหม่ส่วนใหญ่ดูแค่ "ราคา" ว่าขึ้นหรือลง แต่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะดูอีกสิ่งหนึ่งควบคู่กันเสมอ นั่นคือ Volume (ปริมาณซื้อขาย) — ตัวเลขที่บอกว่าการขยับของราคาครั้งนั้นมี "คนร่วมวง" มากแค่ไหน

ลองนึกภาพ: ราคาทะลุแนวต้านเหมือนกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกมีคนแห่เข้าซื้อมหาศาล อีกครั้งเงียบเหงาแทบไม่มีใครเทรด — ครั้งไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน? คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลที่ Volume ถูกเรียกว่า "เครื่องจับเท็จของราคา" บทนี้จะพาไปอ่าน Volume ตั้งแต่ศูนย์ จนใช้กรองสัญญาณหลอกได้จริง

Volume คืออะไร อยู่ตรงไหนบนกราฟ

Volume คือปริมาณการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ถ้าเราดูกราฟ Timeframe H1 แท่ง Volume หนึ่งแท่งก็คือปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงนั้น โดยทั่วไปแสดงเป็น แท่งฮิสโตแกรมใต้กราฟราคา — แท่งสูง = ช่วงนั้นซื้อขายคึกคัก · แท่งเตี้ย = ตลาดเงียบ

Volume อยู่ตรงไหนบนกราฟ แท่งฮิสโตแกรมด้านล่าง — สูง = ซื้อขายหนาแน่น · เตี้ย = เบาบาง สังเกต: แท่งเขียวยาวมักมาพร้อม Volume สูง ส่วนแท่งพักตัว (แดงสั้น) Volume จะเตี้ยลง Volume

สีของแท่ง Volume มักตามสีแท่งเทียน (แท่งราคาเขียว → Volume เขียว · แท่งราคาแดง → Volume แดง) เป็นเพียงตัวช่วยดูเฉย ๆ — ไม่ได้แปลว่า Volume แท่งเขียว "เป็นแรงซื้อทั้งหมด" เพราะทุกการซื้อย่อมมีฝั่งขายจับคู่กันเสมอ สิ่งที่ Volume บอกจริง ๆ คือ "ความหนาแน่นของการซื้อขาย" ในช่วงเวลานั้น

กฎพื้นฐาน: Volume คือ "เสียงยืนยัน" ของราคา

หัวใจของการอ่าน Volume สรุปได้ประโยคเดียว: การเคลื่อนไหวของราคาที่มี Volume หนุน = น่าเชื่อถือ · การเคลื่อนไหวที่ Volume เงียบ = น่าสงสัย เมื่อจับคู่ทิศทางราคากับ Volume จะได้ 4 แบบหลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

อ่านราคาคู่กับ Volume — 4 แบบที่ต้องรู้ Volume เปรียบเหมือน "เสียงโหวต" ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนั้นจริงแค่ไหน 1) ราคาขึ้น + Volume เพิ่ม เทรนด์ขาขึ้นแข็งแรง — มีแรงซื้อหนุนจริง เทรดตามเทรนด์ได้อย่างสบายใจ ✓ สัญญาณแข็งแรง 2) ราคาขึ้น + Volume ลด ขึ้นแบบแผ่ว — แรงซื้อเริ่มหมด High ใหม่แต่เสียงเชียร์เบาลงเรื่อย ๆ ⚠ ระวังการกลับตัว 3) ราคาลง + Volume เพิ่ม แรงขายจริงจัง — เทรนด์ขาลงแข็งแรง อย่ารีบช้อนซื้อสวนเทรนด์ ✗ อันตรายสำหรับฝั่งซื้อ 4) ราคาลง + Volume ลด ลงแบบหมดแรง — ผู้ขายเริ่มถอย จับตาสัญญาณกลับตัว/เด้งกลับ 👀 เฝ้าดูจุดกลับตัว

แบบที่ 2 กับแบบที่ 4 สำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็น "สัญญาณเตือนล่วงหน้า" — เช่น ราคาทำจุดสูงใหม่ (Higher High) ไปเรื่อย ๆ แต่ Volume แต่ละรอบกลับต่ำลง แปลว่าคนที่ยอมไล่ราคาซื้อเหลือน้อยลงทุกที เทรนด์แบบนี้มักใกล้หมดแรง (แนวคิดเดียวกับ Divergence ของอินดิเคเตอร์)

ใช้ Volume กรอง Breakout จริง-หลอก

สถานการณ์ที่ Volume มีประโยชน์ที่สุดสำหรับมือใหม่คือ จังหวะราคาทะลุแนวรับ-แนวต้าน (Breakout) เพราะการทะลุของแท้ต้องใช้ "เงินจริงจำนวนมาก" ดันราคาผ่านโซนที่มีคนรอขายหนาแน่น — ถ้าทะลุได้โดยไม่มี Volume หนุน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นการทะลุหลอก (False Breakout)

Volume ช่วยกรอง Breakout จริง vs หลอก ดูแท่ง Volume ตอนราคาทะลุแนวต้าน — ต่างกันชัดเจน ✓ ทะลุจริง — Volume พุ่ง แนวต้าน · Resistance แท่งทะลุ Volume พุ่งรับกัน → ✗ ทะลุหลอก — Volume เงียบ แนวต้าน · Resistance ไส้แทงทะลุ Volume เตี้ยทั้งแถบ = ไม่มีแรงหนุน

กฎจำง่าย: Breakout ที่น่าเชื่อถือ Volume ควรพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจน (เทรดเดอร์จำนวนมากใช้เกณฑ์ราว 1.5-2 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 แท่งล่าสุด) ถ้าราคาทะลุแต่ Volume เตี้ย อย่าเพิ่งรีบเข้า — รอแท่งยืนยันปิดเหนือแนว หรือรอราคาย่อกลับมาทดสอบแนวเดิม (Retest) ก่อนจะปลอดภัยกว่า

Volume Spike — เมื่อตลาด "ตะโกน"

บางครั้งจะเห็นแท่ง Volume พุ่งสูงโดดผิดปกติจากแท่งรอบข้างชัดเจน เรียกว่า Volume Spike ซึ่งมักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก

1) มีข่าวสำคัญ — เช่น ประกาศตัวเลข Non-farm Payrolls, ผลประชุม FOMC ราคาจะวิ่งแรงพร้อม Volume มหาศาลในช่วงสั้น ๆ ช่วงนี้สเปรดมักถ่างและราคาผันผวนรุนแรง มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดคร่อมข่าว

2) จุดอิ่มตัวปลายเทรนด์ (Climax) — ราคาลงมานานแล้วจู่ ๆ เกิดแท่งแดงยาวพร้อม Volume สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มักเป็น "แรงขายก้อนสุดท้าย" ที่รายย่อยตัดขาดทุนพร้อมกัน (Selling Climax) ขณะที่เงินก้อนใหญ่ทยอยรับของ — หลังจากนั้นตลาดมักนิ่งหรือกลับตัว แนวคิดนี้เป็นหัวใจของทฤษฎี Wyckoff ที่เราเขียนถึงไว้ในบทความก่อนหน้านี้

เทรด Forex ต้องรู้: Volume ใน MT4/MT5 คือ "Tick Volume"

มีเรื่องหนึ่งที่คนเทรด Forex ต้องเข้าใจ: ตลาด Forex เป็นตลาดไร้ศูนย์กลาง (OTC) ไม่มีตลาดหลักทรัพย์กลางคอยรวบรวมปริมาณซื้อขายจริงทั้งโลก ดังนั้น Volume ที่เห็นใน MT4/MT5 จึงเป็น Tick Volume = จำนวน "ครั้ง" ที่ราคาขยับ ในแท่งนั้น ไม่ใช่จำนวนเงินจริง

ข่าวดีคือในทางปฏิบัติ Tick Volume เคลื่อนไหวสอดคล้องกับปริมาณซื้อขายจริงในระดับสูงมาก — ช่วงที่เงินไหลเข้าตลาดเยอะ ราคาก็ขยับถี่ขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้น หลักการอ่านทั้งหมดในบทนี้ใช้กับ Tick Volume ได้เหมือนกัน ส่วนตลาดหุ้น ฟิวเจอร์ส และคริปโตบนกระดานเทรดใหญ่ ๆ จะเป็น Volume จริงอยู่แล้ว

เอาไปใช้จริง — 3 ขั้นตอนสำหรับมือใหม่

ขั้นที่ 1: เปิด Volume ขึ้นมาก่อน — ใน MT4/MT5 คลิกขวาบนกราฟ → Properties → ติ๊ก Show Volumes (หรือกด Ctrl+L) ส่วน TradingView พิมพ์ "Volume" ในช่อง Indicators

ขั้นที่ 2: ดูเทียบค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ดูแท่งเดียว — Volume สูงหรือเตี้ย ต้องเทียบกับแท่งรอบข้าง (หรือใส่เส้น Moving Average 20 แท่งทับบน Volume) แท่งเดียวโดด ๆ ไม่มีความหมายถ้าไม่มีตัวเปรียบเทียบ

ขั้นที่ 3: ใช้เป็น "ตัวยืนยัน" ไม่ใช่ "สัญญาณเข้า" — Volume ไม่ได้บอกทิศทาง มันบอกแค่ "น้ำหนัก" ของการเคลื่อนไหว ให้ใช้คู่กับเครื่องมือหลักของเรา เช่น แนวรับ-แนวต้าน เทรนด์ไลน์ หรือรูปแบบแท่งเทียน — เจอสัญญาณแล้วค่อยหันมาดู Volume ว่า "หนุนหรือขัด" กับสัญญาณนั้น

เมื่อคล่องแล้ว ขั้นต่อยอดของเรื่องนี้คือ Volume Profile — เครื่องมือที่เอา Volume มาพล็อตตาม "ระดับราคา" แทนตามเวลา ช่วยหาแนวรับ-แนวต้านจากปริมาณซื้อขายได้ละเอียดขึ้นอีกขั้น ซึ่งเรามีบทความแยกอธิบายไว้แล้วบนเว็บ

สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้

  • Volume = ปริมาณการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา · แสดงเป็นแท่งฮิสโตแกรมใต้กราฟราคา
  • กฎหลัก: ราคาเคลื่อนไหว + Volume หนุน = น่าเชื่อถือ · Volume เงียบ = น่าสงสัย
  • ราคาขึ้นแต่ Volume ลดเรื่อย ๆ = เทรนด์เริ่มอ่อนแรง ระวังกลับตัว
  • Breakout ของแท้ Volume ต้องพุ่ง (ราว 1.5-2 เท่าของค่าเฉลี่ย) — ทะลุแบบเงียบ ๆ มักเป็นทะลุหลอก
  • Volume ใน Forex (MT4/MT5) คือ Tick Volume — ใช้หลักการอ่านแบบเดียวกันได้
  • ใช้ Volume เป็น "ตัวยืนยัน" ประกอบเครื่องมือหลัก ไม่ใช่สัญญาณเข้าออเดอร์โดยลำพัง

💡 พร้อมเอาความรู้ไปฝึกแล้วใช่ไหม?

ลองเปิดบัญชี Demo แล้วฝึกอ่าน Volume คู่กับแนวรับ-แนวต้านบนกราฟจริง — สังเกตว่า Breakout ที่มี Volume หนุนกับไม่มี ให้ผลต่างกันยังไง ดูโบรกที่เราคัดเลือกและรีวิวให้คะแนน 5 ด้าน เพื่อเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะกับสไตล์ของคุณ

เปรียบเทียบโบรกที่เราแนะนำ →

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน Volume เป็นเครื่องมือเชิงเทคนิคที่สะท้อนพฤติกรรมการซื้อขายในอดีต ไม่ใช่การการันตีทิศทางราคาในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยงสูง ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) ก่อนใช้เงินจริงเสมอ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Doji คืออะไร บอกอะไรเราได้บ้าง — แท่งเทียนแห่งความลังเล พื้นฐานการอ่านกราฟ

Doji คืออะไร บอกอะไรเราได้บ้าง — แท่งเทียนแห่งความลังเล

แท่งเทียนที่เปิดเท่ากับปิด สะท้อน "ความลังเล" ของตลาด รู้จัก Doji ทั้ง 4 ชนิด และวิธีใช้ให้ถูกโดยดู "ตำแหน่ง" + รอแท่งยืนยัน

ทีมงาน · 07/06/2026
Timeframe คืออะไร เลือกยังไงให้เหมาะกับสไตล์การเทรด พื้นฐานการอ่านกราฟ

Timeframe คืออะไร เลือกยังไงให้เหมาะกับสไตล์การเทรด

เปิดกราฟครั้งแรก คำถามแรกที่ต้องเจอคือ "จะดู Timeframe อะไรดี?" บทนี้พามารู้จัก 4 สไตล์เทรด (Scalp · Day · Swing · Position) · เทคนิค Multi-Timeframe ของมือโปร · และวิธีเลือก TF ที่เหมาะกับชีวิตคุณ

ทีมงาน · 30/05/2026
รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว 6 แบบที่ต้องรู้ พื้นฐานการอ่านกราฟ

รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว 6 แบบที่ต้องรู้

รวม 6 รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่ใช้บ่อยที่สุด — Hammer, Shooting Star, Bullish/Bearish Engulfing, Morning/Evening Star พร้อมวิธีดูตำแหน่งและจุดที่ต้องระวัง สำหรับมือใหม่ที่อยากอ่านกราฟให้คมขึ้น

ทีมงาน · 29/05/2026