เวลาราคาวิ่งขึ้นต่อเนื่อง แต่แต่ละรอบขึ้นได้สั้นลงเรื่อย ๆ จนกรอบราคาบีบแคบเหมือนปลายลิ่ม หลายครั้งนั่นคือสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อเริ่มหมด รูปแบบนี้เรียกว่า Wedge หรือ รูปแบบลิ่ม
รูปแบบลิ่มมีหน้าตาคล้ายสามเหลี่ยมมาก จนมือใหม่สับสนบ่อย บทความนี้จะอธิบายลิ่มทั้ง 2 แบบ วิธีแยกจากสามเหลี่ยม และวิธีเทรดเมื่อราคาหลุดกรอบ
Wedge คืออะไร
Wedge คือรูปแบบที่ราคาแกว่งอยู่ระหว่างเส้นสองเส้นที่ เอียงไปทางเดียวกัน และ บีบเข้าหากัน แบ่งเป็น 2 แบบ
- Rising Wedge (ลิ่มขาขึ้น) เส้นทั้งสองเอียงขึ้น แต่เส้นล่างชันกว่าเส้นบน ราคาทำ High ใหม่ได้น้อยลงเรื่อย ๆ มักเป็น สัญญาณขาลง
- Falling Wedge (ลิ่มขาลง) เส้นทั้งสองเอียงลง แต่เส้นบนชันกว่าเส้นล่าง ราคาทำ Low ใหม่ได้น้อยลงเรื่อย ๆ มักเป็น สัญญาณขาขึ้น
จุดที่ทำให้งงคือ ชื่อลิ่มกับทิศที่ราคามักหลุดไปจะตรงข้ามกัน ลิ่มขาขึ้นมักจบด้วยราคาลง ส่วนลิ่มขาลงมักจบด้วยราคาขึ้น ให้จำว่าลิ่มคือภาพของ "แรงที่กำลังหมด" ราคายังไปทางเดิมได้ แต่ไปได้น้อยลงทุกรอบ
ลิ่มต่างจากสามเหลี่ยมยังไง
ทั้งสองรูปแบบมีเส้นที่บีบเข้าหากันเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ ทิศของเส้น
- สามเหลี่ยมสมมาตร เส้นบนเอียงลง เส้นล่างเอียงขึ้น บีบเข้าหากันจากสองฝั่ง
- สามเหลี่ยมขาขึ้นหรือขาลง มีเส้นหนึ่งเป็นแนวนอน อีกเส้นเอียงเข้าหา
- ลิ่ม เส้นทั้งสองเอียงไปทางเดียวกัน แต่ชันไม่เท่ากันจึงบีบเข้าหากัน
เรื่องสามเหลี่ยม ธง และ Pennant อธิบายไว้ละเอียดในบทรูปแบบกราฟต่อเนื่องแล้ว บทนี้จะเน้นเฉพาะลิ่ม
ลิ่มเป็นได้ทั้งกลับตัวและไปต่อ
ลิ่มจะมีความหมายต่างกันตามตำแหน่งที่เกิด
สรุปคือ ไม่ว่าลิ่มจะเกิดตรงไหน ทิศที่ราคามักหลุดไปก็ยังเหมือนเดิม คือลิ่มขาขึ้นมักหลุดลง ลิ่มขาลงมักทะลุขึ้น ที่ต่างกันคือความหมายว่าเป็น "การกลับตัว" หรือ "การพักตัวแล้วไปต่อ"
วิธีเทรดลิ่ม
ตัวอย่างนี้ใช้ Falling Wedge เป็นหลัก ถ้าเป็น Rising Wedge ให้กลับทิศทุกขั้น
อีกวิธีหาเป้าหมายที่นิยมคือ วัดความกว้างของลิ่มตรงจุดเริ่มต้น แล้วบวกเพิ่มจากจุดที่ราคาทะลุ แต่วิธีนี้มักได้เป้าที่ไกลกว่า ควรใช้ร่วมกับแนวรับแนวต้านจริงบนกราฟ
บางครั้งราคาทะลุออกไปแล้ว จะย้อนกลับมาทดสอบเส้นที่เพิ่งทะลุอีกครั้ง คนที่ไม่อยากไล่ราคาอาจรอเข้าตอนนี้แทน แลกกับความเสี่ยงที่ราคาอาจวิ่งไปเลยโดยไม่ย้อนกลับมา
ข้อควรระวัง
- อย่าเดาทิศก่อนหลุด ลิ่มขาขึ้น "มัก" หลุดลง ไม่ใช่ "ต้อง" หลุดลง รอให้ราคาหลุดเส้นจริงก่อน
- หลุดหลอกเกิดได้ ราคาทะลุเส้นแล้วกลับเข้ากรอบ ควรวาง Stop Loss เสมอ
- ลิ่มที่ยาวเกินไป ถ้าราคาวิ่งไปจนเกือบถึงปลายลิ่มแล้วยังไม่หลุด รูปแบบมักอ่อนแรง
- ดูปริมาณซื้อขายประกอบ ระหว่างลิ่มก่อตัว ปริมาณซื้อขายมักลดลง และควรเพิ่มขึ้นตอนราคาหลุดกรอบ
ลิ่มเกิดได้ในทุกตลาดและทุกกรอบเวลา แต่บนกรอบเวลาใหญ่ เช่น รายวันขึ้นไป จะน่าเชื่อถือกว่ากรอบนาที เพราะมีผู้ร่วมตลาดเห็นรูปแบบเดียวกันมากกว่า
สิ่งที่ต้องจำ
- Wedge (ลิ่ม) คือราคาแกว่งระหว่างสองเส้นที่เอียงทางเดียวกันและบีบเข้าหากัน
- Rising Wedge มักหลุดลง Falling Wedge มักทะลุขึ้น
- ต่างจากสามเหลี่ยม ตรงที่เส้นทั้งสองเอียงไปทางเดียวกัน
- เข้าเมื่อราคาปิดหลุดเส้น วาง Stop Loss ที่ปลายด้านตรงข้ามของลิ่ม
- เป้าหมายแรก คือจุดเริ่มต้นของลิ่ม และควรดูแนวรับแนวต้านประกอบ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด รูปแบบกราฟไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ และอาจเกิดการหลุดหลอกได้ การเทรดมีความเสี่ยง ควรวาง Stop Loss และบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง