สัปดาห์ที่ผ่านมา (12-16 ต.ค. 2026) ตลาดมีเรื่องให้ติดตามหลายด้านพร้อมกัน ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาสูงกว่าคาด แรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปและ AI และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บทความนี้จะพาไล่ดูทีละตลาดแบบเข้าใจง่าย แล้วปิดท้ายด้วยเหตุการณ์ที่ควรจับตาในสัปดาห์หน้าค่ะ
สรุปตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา
1) ดัชนีหุ้นและหุ้นสหรัฐ: หุ้นเทคโดนหนัก แต่ Dow ยังบวก
- S&P 500 ปิดวันศุกร์ที่ 7,659.44 จุด ลดลงราว 1.9% ทั้งสัปดาห์
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,140.03 จุด ลดลงราว 4.5% เป็นสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน และจบสถิติบวกติดต่อกัน 4 สัปดาห์
- Dow Jones ปิดที่ 52,002.41 จุด กลับบวกราว 0.7% เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน
สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่อง การกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ หุ้นที่เกี่ยวข้องอย่าง CoreWeave ร่วงแรง ขณะที่กลุ่มชิปปรับลงติดต่อกันหลายวันทำการ ส่วน Dow ที่ยังบวกได้สะท้อนภาพ "การหมุนเงิน (Sector Rotation)" คือเงินไหลออกจากหุ้นเทคที่ราคาแพง ไปหาหุ้นกลุ่มอื่นที่ราคาไม่ตึงเท่า
มุมความรู้สำหรับมือใหม่: ดัชนีแต่ละตัวมีหุ้นในตะกร้าต่างกัน Nasdaq มีน้ำหนักหุ้นเทคสูง จึงเหวี่ยงแรงกว่าเมื่อกลุ่มเทคถูกเทขาย การดูหลายดัชนีพร้อมกันช่วยให้เห็นว่าเงินกำลังไหลไปทางไหนค่ะ
2) ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ทองแกว่งในกรอบ
- น้ำมัน WTI (สัญญาเดือน พ.ย.) ปิดที่ราว 101.41 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 10% ในสัปดาห์เดียว
- น้ำมัน Brent ปิดที่ราว 109.86 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 4.9% และแตะระดับ 110 ดอลลาร์ระหว่างวัน
แรงหนุนราคาน้ำมันมาจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง รวมถึงเหตุโจมตีที่กระทบการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค โรงกลั่นในรัสเซียได้รับความเสียหาย และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด แม้จะมีการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดแรงขึ้นของราคาได้
- ทองคำ เคลื่อนไหวในกรอบกว้างประมาณ 4,075-4,215 ดอลลาร์/ออนซ์ และปิดสัปดาห์แถว 4,170-4,180 ดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยราว 0.5-1%
จุดน่าสนใจคือวันประกาศ CPI ทองร่วงลงราว 60 ดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที ก่อนจะฟื้นกลับในช่วงท้ายสัปดาห์ เมื่อดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลง ตัวอย่างนี้สอนว่า ในวันประกาศข่าวสำคัญ ราคาอาจเหวี่ยงแรงทั้งสองทาง การบริหารความเสี่ยงจึงสำคัญมากค่ะ
3) คริปโต: BTC ทรงตัวในกรอบ ETH อ่อนตัวกว่า
- Bitcoin (BTC) เคลื่อนไหวแถว 81,000-84,000 ดอลลาร์ตลอดสัปดาห์ และอยู่ราว 81,000-82,000 ดอลลาร์ช่วงสุดสัปดาห์ ลดลงประมาณ 2-3%
- Ethereum (ETH) ลดลงแรงกว่า มาอยู่แถว 2,400 ดอลลาร์ ลดลงราว 4-5% จากต้นสัปดาห์
ภาพรวมคริปโตสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวคล้าย "สินทรัพย์เสี่ยง" อื่นๆ คือได้รับแรงกดดันเมื่อหุ้นเทคถูกเทขายและตลาดกังวลเรื่องดอกเบี้ย มือใหม่ควรจำไว้ว่าคริปโตมีความผันผวนสูงและเปิดซื้อขาย 24 ชั่วโมง ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้มากแม้ในวันหยุดค่ะ
4) ค่าเงินและพันธบัตร: ยีลด์ลดลงแรง ดอลลาร์อ่อนเล็กน้อย
- เงินเฟ้อ CPI สหรัฐเดือนกันยายน ออกมาที่ 3.7% เทียบปีก่อน (คาด 3.6%) ส่วน Core CPI อยู่ที่ 2.6% (คาด 2.5%) สูงกว่าคาดทั้งคู่ ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิตก็ออกมาสูงกว่าคาดเช่นกัน
- บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงจากราว 5.24% มาอยู่แถว 5.09% ถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบหลายเดือน
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปิดสัปดาห์อ่อนลงราว 0.5%
ฟังดูขัดกันใช่ไหมคะ? เงินเฟ้อสูงกว่าคาดแต่ยีลด์กลับลดลง คำอธิบายคือเมื่อหุ้นเทคถูกเทขาย นักลงทุนบางส่วนย้ายเงินไปถือพันธบัตรเพื่อความปลอดภัย ทำให้ราคาบอนด์สูงขึ้นและยีลด์ลดลง (ราคาบอนด์กับยีลด์เคลื่อนไหวสวนทางกันเสมอ) ขณะเดียวกัน ตลาดก็ประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะ ขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมที่จะถึงสูงขึ้นหลังตัวเลข CPI ออกมา
จับตาสัปดาห์หน้า (19-23 ต.ค. 2026)
สัปดาห์หน้าเป็นช่วงที่ ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจระดับใหญ่ อย่าง NFP หรือ CPI แต่เป็นสัปดาห์ที่ บริษัทใหญ่ทยอยประกาศงบไตรมาส 3 อย่างคึกคัก และยังอยู่ในช่วงก่อนการประชุม Fed วันที่ 28 ต.ค. ปฏิทินสำคัญมีดังนี้ (เวลาสหรัฐฝั่งตะวันออก)
- จันทร์ 19 ต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้าน (NAHB)
- อังคาร 20 ต.ค. ยอดเริ่มสร้างบ้านและใบอนุญาตก่อสร้าง, ยอดทำสัญญาขายบ้าน · งบบริษัท: GE, GM, 3M, RTX, Northrop Grumman และ Netflix (หลังตลาดปิด)
- พุธ 21 ต.ค. สต็อกน้ำมันดิบ (DOE), ประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี · งบบริษัท: Tesla, Meta, IBM, Texas Instruments, Lam Research (หลังตลาดปิด)
- พฤหัสบดี 22 ต.ค. ยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ · งบบริษัท: Procter & Gamble, Lockheed Martin, Union Pacific, Comcast, Spotify
- ศุกร์ 23 ต.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ (เบื้องต้น), ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน และการคาดการณ์เงินเฟ้อ (ตัวเลขสุดท้าย) · งบบริษัท: American Express, SLB
จุดที่ต้องจับตา
- งบหุ้นเทคใหญ่ (Tesla, Meta, Texas Instruments, Lam Research) จะเป็นบททดสอบสำคัญหลังกลุ่มชิปและ AI ถูกเทขายในสัปดาห์ก่อน ประเด็นที่ตลาดสนใจคือแผนการใช้จ่ายลงทุนด้าน AI และผลตอบแทนที่จะได้กลับมา
- ราคาน้ำมัน ที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ อาจส่งผลต่อมุมมองเงินเฟ้อ ข่าวจากตะวันออกกลางและตัวเลขสต็อกน้ำมันวันพุธจึงน่าติดตาม
- การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค (ม.มิชิแกน) วันศุกร์ อาจมีผลต่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยก่อนการประชุม Fed วันที่ 28 ต.ค.
- บอนด์ยีลด์และดัชนีดอลลาร์ หลังยีลด์ลดลงแรง ต้องดูว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทาง หรือเป็นเพียงแรงซื้อพันธบัตรเพื่อหลบความเสี่ยงชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งทองคำและค่าเงิน
- คริปโต ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นเทค หากความผันผวนในหุ้นเทคยังสูง คริปโตก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
เคล็ดลับสำหรับมือใหม่: ช่วงประกาศงบบริษัทใหญ่ (โดยเฉพาะหลังตลาดปิด) ราคาหุ้นอาจเปิดกระโดด (Gap) ในวันถัดไปได้ การวางแผนก่อนเทรดและกำหนดจุดตัดขาดทุนช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ
บทความนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน