สวัสดีค่ะ ปิดท้ายเดือนตุลาคม 2026 ด้วยสัปดาห์ที่ตลาดผันผวนหนักพอสมควร ทั้งงบบริษัทเทคที่ออกมาไม่ถูกใจนักลงทุน การประชุมเฟดที่ส่งสัญญาณ "ยังไม่จบเรื่องเงินเฟ้อ" ราคาน้ำมันที่พุ่งจากความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ และเหตุแฮ็กกระดานเทรดคริปโตครั้งใหญ่ วันนี้เรามาไล่ดูทีละตลาดแบบเข้าใจง่ายกันค่ะ
สรุปตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา
1) ดัชนีหุ้น & หุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดสัปดาห์ (26-30 ต.ค.) ในแดนลบทั้ง 3 ดัชนี โดย S&P 500 ลดลงราว 0.6% Nasdaq ลดลงราว 2.0% และ Dow Jones ลดลงราว 0.9% แรงขายหนักที่สุดเกิดในวันศุกร์ที่ Nasdaq ร่วง 2.86% ไปปิดที่ 25,437 จุด (ลดลงหนักสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน) S&P 500 ปิดที่ 7,580 จุด และ Dow ปิดที่ 51,770 จุด
ตัวแปรหลักคือ ความกังวลเรื่องการลงทุน AI ว่าบริษัทต้องใช้เงินอีกมากแค่ไหนกว่าจะทำกำไรได้จริง หลังงบไตรมาส 3 ของหุ้นเทคหลายตัวออกมาน่าผิดหวัง เช่น Alphabet ร่วงราว 12.6% ในวันพฤหัสฯ และ Intel ดิ่งเกือบ 29% ในวันศุกร์จากผลประกอบการและแนวโน้มที่อ่อนแอ ขณะที่กลุ่มพลังงานกลับได้แรงหนุนจากกำไรที่แข็งแกร่งของ ExxonMobil และ Chevron
ทั้งเดือนตุลาคม Nasdaq ลดลงราว 5.2% (แย่สุดในรอบหลายเดือน) S&P 500 ลดลงราว 1.2% ส่วน Dow กลับบวกราว 1.5% สะท้อนภาพการ "หมุนเงิน" ออกจากหุ้นเทคไปหากลุ่มอื่น
มุมความรู้สำหรับมือใหม่: เวลาเห็น Nasdaq ร่วงแรงกว่า Dow มากๆ มักแปลว่าแรงขายกระจุกอยู่ที่หุ้นเทคและหุ้นเติบโต เพราะ Nasdaq มีน้ำหนักหุ้นเทคสูงกว่าดัชนีอื่นค่ะ
2) ทองคำ & สินค้าโภคภัณฑ์
ทองคำ อ่อนตัวแรงช่วงปลายสัปดาห์ หลุดระดับ $4,000 และลงไปต่ำกว่า $3,900 ต่อออนซ์ในวันศุกร์ (ราว $3,885) ทั้งเดือนตุลาคมลดลงกว่า 6% ซึ่งเป็นการปรับลงติดต่อกันเดือนที่สอง เหตุผลหลักคือตลาดคาดว่าเฟดอาจ "ขึ้นดอกเบี้ย" ในเดือนธันวาคม และเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น การถือทองซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยก็มีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงขึ้นตาม ด้าน เงิน (Silver) ร่วงหนักกว่า ลงมาแถว $50 ต่อออนซ์ ระดับต่ำสุดของปี
น้ำมัน ยังยืนสูง ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เคลื่อนไหวเหนือ $110 ต่อบาร์เรล และ WTI เหนือ $100 หลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีข้อตกลง ทั้งเดือนตุลาคมเบรนต์บวกไปราว 13% ขึ้นไป ราคาน้ำมันที่สูงนี้เองเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้เงินเฟ้อยังไม่ลงง่ายๆ
3) คริปโต
สัปดาห์นี้ตลาดคริปโตเจอข่าวใหญ่คือ เหตุแฮ็กกระดานเทรด Binance มูลค่าราว 6,300 ล้านดอลลาร์ (มีรายงานตัวเลขต่างกันบ้างในแต่ละแหล่ง) ทาง Binance ระงับการฝาก-ถอนชั่วคราวและประกาศว่าจะชดเชยความเสียหายทั้งหมด ข่าวนี้ทำให้เกิดแรงขายและการล้างสถานะ (liquidation) ในตลาด
ภาพรวม Bitcoin (BTC) ลดลงราว 4% ในสัปดาห์ มาอยู่แถว $77,000 ส่วน Ethereum (ETH) ลดลงราว 5% มาอยู่แถว $2,250 นอกจากนี้กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ก็มีเงินไหลออกหลังข่าวแฮ็ก และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่าง Coinbase ก็ปรับลงแรงในวันศุกร์
มุมความรู้สำหรับมือใหม่: เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของ "ความเสี่ยงด้านแพลตฟอร์ม" ซึ่งแยกจากความเสี่ยงด้านราคา การกระจายความเสี่ยงและเข้าใจว่าสินทรัพย์ของเราถูกเก็บไว้ที่ไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ
4) ค่าเงิน & พันธบัตร
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75%-4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. แต่มีกรรมการ 2 คนโหวตให้ "ขึ้นดอกเบี้ย" และเฟดไม่ปิดประตูการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ประกอบกับข้อมูลเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายนที่ออกมาสูง (ทั่วไป 3.6% และพื้นฐาน 3.1% เทียบปีก่อน) และ GDP ไตรมาส 3 ที่โต 3.4% ทำให้ตลาดฟิวเจอร์สประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมไว้ราว 75-80%
อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี กลับลดลงมาปิดที่ราว 4.94% ในวันศุกร์ (ทั้งเดือนลดลงจากราว 5.29%) เพราะมีแรงซื้อพันธบัตรเป็นที่หลบภัยช่วงหุ้นเทคร่วง ส่วน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แทบไม่เปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ แถว 101.8 โดยค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยหลัง ECB คงดอกเบี้ย และค่าเงินเยนยังอ่อนอยู่แถว 157-158 เยนต่อดอลลาร์ แม้ BoJ จะคงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขึ้นต่อในอนาคต
มุมความรู้สำหรับมือใหม่: ปกติราคาพันธบัตรกับผลตอบแทน (Yield) เคลื่อนไหวสวนทางกัน เมื่อคนแห่ซื้อพันธบัตรเพื่อหลบภัย ราคาพันธบัตรขึ้น Yield จึงลดลงค่ะ
จับตาสัปดาห์หน้า
สัปดาห์ 2-6 พ.ย. 2026 อัดแน่นด้วยเหตุการณ์สำคัญ ทั้งการเมืองสหรัฐฯ ตัวเลขเศรษฐกิจ และธนาคารกลางหลายแห่ง
- จันทร์ 2 พ.ย. – ดัชนี ISM ภาคการผลิตสหรัฐ (ต.ค.) ตลาดคาดราว 54.7 · Binance มีกำหนดเปิดเผยหลักฐานสำรองทรัพย์สิน (Proof of Reserves)
- อังคาร 3 พ.ย. – การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (Midterm Elections) ชิงที่นั่ง ส.ส. ทั้ง 435 ที่ และวุฒิสภา 35 ที่ · ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประชุม ตลาดให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ย · ตัวเลขตำแหน่งงานว่าง JOLTS
- พุธ 4 พ.ย. – ดัชนี ISM ภาคบริการสหรัฐ · เงินเฟ้อยูโรโซนเบื้องต้น (ต.ค.) · แผนการออกพันธบัตรรายไตรมาสของกระทรวงการคลังสหรัฐ (Quarterly Refunding)
- พฤหัสฯ 5 พ.ย. – ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุม ตลาดคาดอาจเริ่มขึ้นดอกเบี้ย · รายงานการเลิกจ้าง Challenger
- ศุกร์ 6 พ.ย. – รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (NFP) เดือน ต.ค. ตลาดคาดเพิ่มราว 55,000 ตำแหน่ง (เดือนก่อน 29,000) อัตราว่างงานคาด 4.2% · ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค UoM
- ระหว่างสัปดาห์ – งบไตรมาสของหุ้นชิปอย่าง AMD และ Qualcomm ซึ่งจะเป็นอีกตัวชี้วัดความต้องการชิป AI
จุดที่ต้องจับตา
- ผลเลือกตั้งกลางเทอม: อาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจในสภาคองเกรส ซึ่งมีผลต่อนโยบายการคลังและความรู้สึกของตลาด ช่วงประกาศผลอาจเห็นความผันผวนในหลายสินทรัพย์
- ตัวเลข NFP และค่าจ้าง: เป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดจะใช้ประเมินว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมหรือไม่ ซึ่งส่งผลต่อทั้งดอลลาร์ ทองคำ หุ้น และคริปโต
- ราคาน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซ: ข่าวความไม่สงบหรือการเจรจาอาจทำให้ราคาน้ำมันแกว่งแรง และส่งผ่านไปยังมุมมองเงินเฟ้อ
- หุ้นเทค/AI: หลังแรงขายสัปดาห์ก่อน งบของ AMD และ Qualcomm จะเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นต่อธีม AI
- ความเชื่อมั่นตลาดคริปโต: ติดตามความคืบหน้าการเปิดถอนเงินและหลักฐานสำรองทรัพย์สินของ Binance
สัปดาห์หน้ามีเหตุการณ์ใหญ่หลายอย่างซ้อนกัน มือใหม่ควรเช็คปฏิทินเศรษฐกิจล่วงหน้า และระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นรอบเวลาประกาศข่าวสำคัญ วางแผนบริหารความเสี่ยงให้รัดกุมเสมอนะคะ
บทความนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน