สรุปตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัปดาห์ที่ผ่านมา (29 มิ.ย. - 2 ก.ค.) เป็นสัปดาห์ซื้อขายสั้นของฝั่งสหรัฐ เพราะตลาดปิดวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. ชดเชยวันชาติสหรัฐ แต่ถึงจะสั้นก็อัดแน่นด้วยเหตุการณ์สำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เดือน มิ.ย. ที่ออกมาเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 113,000 ตำแหน่งค่อนข้างมาก ตัวเลขที่อ่อนแอนี้ทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่าเฟดจะ "ขึ้น" ดอกเบี้ยเพิ่มในเร็วๆ นี้ และกลายเป็นแรงหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงหลายกลุ่มฟื้นตัวพร้อมกันช่วงท้ายสัปดาห์
ดัชนีหุ้น & หุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดสัปดาห์ในแดนบวกทั้งสามดัชนีหลัก S&P 500 บวกราว 1.8% ปิดแถว 7,483 จุด Nasdaq บวกราว 2.1% ปิดแถว 25,833 จุด ส่วน Dow Jones โดดเด่นสุด บวกราว 2% และปิดที่ 52,900 จุด ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล โดยวันพฤหัสวันเดียวพุ่งเกือบ 600 จุด
จุดที่น่าสังเกตคือภาพ "สลับขั้ว" ภายในตลาด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกกดดันระหว่างสัปดาห์ จากคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าราคาหุ้นกลุ่ม AI แพงเกินพื้นฐานไปหรือยัง (วันพฤหัส Nasdaq ลบ 0.8% สวนทาง Dow) ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้าหุ้นกลุ่มดั้งเดิมและหุ้นใหญ่อย่าง Apple และ Microsoft ที่ช่วยพยุง Dow ให้ทำนิวไฮ บทเรียนสำหรับมือใหม่คือ "ตลาดขึ้น" ไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกกลุ่มขึ้นเท่ากัน การดูว่าเงินหมุนไปกลุ่มไหนสำคัญไม่แพ้การดูดัชนีรวม
ทองคำ & สินค้าโภคภัณฑ์
ทองคำ (XAUUSD) ปิดสัปดาห์บวกราว 2.1% ขยับขึ้นมาแถว 4,180-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แรงหนุนหลักมาจากตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ ซึ่งกดดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ระยะสั้นให้ย่อลง อย่างไรก็ตามภาพใหญ่ทองคำยังอยู่ในช่วงพักตัว โดยราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดของรอบปีที่ผ่านมาอยู่มาก และผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปียังติดลบราว 3.5%
ฝั่งน้ำมัน WTI ทรงตัวแถว 68-69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent แถว 71-72 ดอลลาร์ ราคาถูกกดจากข่าวการเดินเรือขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมาฟื้นตัว ตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานและลดแรงกดดันเงินเฟ้อไปในตัว
คริปโต
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์รถไฟเหาะของคริปโต Bitcoin (BTC) เปิดสัปดาห์ด้วยแรงขายหนัก ร่วงลงไปแตะบริเวณ 57,700 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 21 เดือน ก่อนจะดีดกลับแรงขึ้นมายืนแถว 62,000-63,000 ดอลลาร์ ปิดสัปดาห์บวกราว 4-5% ขณะที่ Ethereum (ETH) เด่นกว่า บวกราว 11-12% ขึ้นมาแถว 1,760-1,780 ดอลลาร์ แม้ภาพรวมทั้งคู่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอยู่มาก (BTC ยังลบราว 28% ตั้งแต่ต้นปี)
ปัจจัยที่ต้องรู้คือกระแสเงิน ETF ฝั่งสถาบันสหรัฐยังไหลออกต่อเนื่อง โดยสัปดาห์สั้นนี้ Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิราว 527 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับรายงานว่านักลงทุนรายใหญ่ (วาฬ) ทยอยสะสมเหรียญ ส่วนฝั่ง Ethereum มีข่าวเชิงโครงสร้างทั้งการปรับลดพนักงานของ Ethereum Foundation และการเปิดตัวองค์กรใหม่ Ethereum Institutional ที่ตั้งเป้าเชื่อมสถาบันการเงินเข้ากับเครือข่าย จุดกลับตัวปลายสัปดาห์ของคริปโตก็มาจากเหตุผลเดียวกับหุ้น คือตัวเลขจ้างงานอ่อนที่ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงิน & พันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปิดสัปดาห์แถว 100.6 และเป็นการอ่อนค่ารายสัปดาห์ที่แรงที่สุดในรอบเกือบ 3 เดือน หลังตัวเลขจ้างงานทำให้ตลาดถอนคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. ออกไป (แต่ยังมองว่าเดือน ต.ค. มีความเป็นไปได้) ฝั่งพันธบัตรสหรัฐ ยีลด์ 2 ปีซึ่งไวต่อนโยบายเฟดย่อลงมาแถว 4.14% ขณะที่ยีลด์ 10 ปีทรงตัวแถว 4.49%
บริบทสำคัญที่มือใหม่ควรเข้าใจ ตอนนี้เฟดภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% พร้อมส่งสัญญาณโทนเข้มงวด โดยกรรมการ 9 คนมองว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปี 2026 เพื่อคุมเงินเฟ้อ ดังนั้นข้อมูลเศรษฐกิจแต่ละตัวจะเหวี่ยงตลาดแรงเป็นพิเศษ เพราะตลาดกำลังเดาว่าเฟดจะ "ขึ้นหรือไม่ขึ้น" ไม่ใช่ "ลดเมื่อไหร่" แบบปีก่อนๆ ส่วนค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแถว 33.1-33.2 บาทต่อดอลลาร์
จับตาสัปดาห์หน้า
สัปดาห์นี้ (6-10 ก.ค.) ไม่มีข้อมูลระดับ NFP แต่มีเหตุการณ์ที่กำหนดทิศทางความคาดหวังดอกเบี้ยได้ชัดเจน
- จันทร์ 6 ก.ค. - ดัชนีภาคบริการสหรัฐ (ISM Services) ภาพสุขภาพเศรษฐกิจภาคบริการซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของสหรัฐก่อนเข้าครึ่งปีหลัง
- พุธ 8 ก.ค. - รายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) ไฮไลต์ของสัปดาห์ ตลาดจะไล่อ่านรายละเอียดว่ากรรมการเฟดกังวลเงินเฟ้อแค่ไหน และเงื่อนไขแบบใดจะนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ย ถ้าโทนเข้มงวดกว่าคาด ดอลลาร์และยีลด์อาจดีดกลับ กดดันทอง หุ้น และคริปโตได้
- พฤหัส 9 ก.ค. - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Jobless Claims) ตัวเช็กว่าตลาดแรงงานชะลอจริงตาม NFP หรือไม่
- ศุกร์ 10 ก.ค. - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน พร้อมตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ซึ่งเฟดชุดนี้ให้น้ำหนักมาก
จุดที่ต้องจับตาเพิ่มเติม ถัดจากสัปดาห์นี้ไปคือรายงานเงินเฟ้อ CPI กลางเดือน ก.ค. และการเปิดฤดูประกาศงบไตรมาส 2 ของกลุ่มธนาคารใหญ่สหรัฐ ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่ากำไรบริษัทตามทันราคาหุ้นที่ระดับสูงหรือไม่ สำหรับมือใหม่ สัปดาห์แบบนี้เหมาะกับการฝึกสังเกตว่าตลาดตอบสนองต่อ "ข่าวจริง" กับ "ความคาดหวัง" ต่างกันอย่างไร มากกว่าการรีบเข้าเทรดตามข่าวทันที และควรระวังความผันผวนช่วงประกาศ FOMC Minutes คืนวันพุธตามเวลาไทยเป็นพิเศษ
บทความนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน