สวัสดีค่ะ ชาว ThailandTradingSchool สัปดาห์ที่ผ่านมา (19-23 ต.ค. 2026) ตลาดค่อนข้างผันผวน ธีมหลักคือ ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งจุดกระแสกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็เริ่มตั้งคำถามถึง "ต้นทุนการลงทุนด้าน AI" ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ส่วนสัปดาห์หน้าถือเป็นสัปดาห์ที่ข่าวแน่นมาก ทั้งการประชุม Fed, ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) รวมถึงตัวเลข GDP และ PCE ของสหรัฐฯ และงบการเงินของบิ๊กเทค มาดูกันทีละตลาดค่ะ
สรุปตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา
1) ดัชนีหุ้น & หุ้นสหรัฐ
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์แบบ "แยกทาง" กันค่ะ
- S&P 500 ปิดวันศุกร์ราว 7,620-7,630 จุด ลดลงประมาณ 0.3% ในรอบสัปดาห์ และเป็นการปรับลงสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
- Nasdaq ปิดราว 25,960-25,990 จุด ปรับลงเล็กน้อยในรอบสัปดาห์เช่นกัน
- Dow Jones ปิดราว 52,200 จุด แม้วันศุกร์จะร่วงกว่า 600 จุด (ราว -1.2%) แต่ทั้งสัปดาห์ยังบวกได้เล็กน้อย
จุดสำคัญคือวันพฤหัสบดีที่ Nasdaq ร่วงราว 2.6% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน สาเหตุหลักมาจากความกังวลว่าบริษัทเทคใช้เงินลงทุนด้าน AI สูงมาก และต้นทุนการกู้ยืมก็แพงขึ้นตามดอกเบี้ย หุ้น Meta ปรับลงแม้รายได้ออกมาดีกว่าคาด เพราะตลาดโฟกัสที่งบลงทุน (capex) ที่สูง ฝั่งกลุ่มพลังงานกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ตามราคาน้ำมัน ส่วนหุ้นสื่อสารอย่าง AT&T และ T-Mobile ร่วงกว่า 6% หลังมีรายงานว่า SpaceX อาจเข้ามาเป็นผู้ให้บริการมือถือรายที่ 4 ในสหรัฐฯ
มุมมือใหม่: สัปดาห์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า "ดัชนีแต่ละตัวมีส่วนผสมต่างกัน" Nasdaq มีน้ำหนักหุ้นเทคสูง จึงโดนกระทบแรงกว่า ขณะที่ Dow มีหุ้นอุตสาหกรรมและพลังงานมากกว่า
2) ทองคำ & สินค้าโภคภัณฑ์
- ทองคำ ปรับลงราว 3.5-4% ในรอบสัปดาห์ ปิดใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ และช่วงวันศุกร์เคยหลุดลงไปต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ถือเป็นการปรับลงสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
- น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นราว 4% ปิดใกล้ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน Brent ขึ้นไปแถว 116 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบกว่า 5 เดือน
- เงินและแพลทินัมก็ปรับลงในรอบสัปดาห์เช่นกัน
ตัวเร่งราคาน้ำมันคือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการโจมตีของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องอุปทานพลังงาน คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ทำไมทองไม่ขึ้นทั้งที่โลกตึงเครียด?" คำตอบส่วนหนึ่งคือ น้ำมันแพงทำให้คาดว่าเงินเฟ้อจะสูงนาน และ Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือถึงขั้นขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ "ต้นทุนการถือทอง" (สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย) สูงขึ้นนั่นเองค่ะ
3) คริปโต
- Bitcoin (BTC) ปิดสัปดาห์ราว 81,600 ดอลลาร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลง (+0.2%) แต่ระหว่างสัปดาห์แกว่งพอสมควร เคยขึ้นไปแถว 84,000 ดอลลาร์เมื่อวันพุธ ก่อนร่วงราว 3% ในวันพฤหัสบดีตามหุ้นเทค
- Ethereum (ETH) ปิดราว 2,400 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.6% ในรอบสัปดาห์
ช่วงนี้คริปโตเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคค่อนข้างชัด และยังอ่อนไหวต่อทิศทางบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง มุมมือใหม่: แม้ราคาปิดสัปดาห์จะดูนิ่ง แต่การแกว่งระหว่างสัปดาห์ 3-4% เป็นเรื่องปกติของคริปโต การวางแผนบริหารความเสี่ยงจึงสำคัญเสมอค่ะ
4) ค่าเงิน & พันธบัตร
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงเล็กน้อยราว 0.2% ปิดใกล้ 101.8 ค่าเงินออสเตรเลียและแคนาดาแข็งค่านำกลุ่ม ส่วนยูโรอ่อนที่สุดในกลุ่มหลัก
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี แกว่งตัวแถว 5% โดยวันจันทร์เคยขึ้นไปใกล้ 5.15% ก่อนย่อลงเมื่อเงินไหลเข้าพันธบัตรในวันที่หุ้นเทคร่วง ปิดสัปดาห์ราว 5.00% (จากราว 5.08%)
ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจคือดัชนี PMI เบื้องต้นของสหรัฐฯ ที่องค์ประกอบด้านราคาขายสูงสุดตั้งแต่ปี 2022 และความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ภาพนี้สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังเป็นโจทย์ใหญ่ ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มรู้สึกกดดัน
จับตาสัปดาห์หน้า
สัปดาห์ 26-30 ต.ค. 2026 ข่าวแน่นมากค่ะ (เวลาเป็นเวลาไทยโดยประมาณ)
- จันทร์ 26 ต.ค. – ดัชนี Ifo เยอรมนี · จีนเริ่มการประชุมใหญ่พรรค (Fifth Plenum, 26-29 ต.ค.) · งบ Verizon
- อังคาร 27 ต.ค. – ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods) สหรัฐฯ · เลือกตั้งอิสราเอล · งบ Coca-Cola, Boeing, UPS, Visa
- พุธ 28 ต.ค. – ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) และนิวซีแลนด์ (RBNZ) ประกาศดอกเบี้ย ตลาดคาดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย · งบประมาณสหราชอาณาจักร · CPI ออสเตรเลีย · หลังตลาดปิด: งบ Alphabet และ Microsoft
- พฤหัสฯ 29 ต.ค. (ราวตี 1 เวลาไทย) – ผลประชุม Fed (FOMC) ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00% สิ่งที่ต้องดูคือผลโหวตและท่าทีต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
- พฤหัสฯ 29 ต.ค. – ประชุม ECB · GDP ไตรมาส 3 สหรัฐฯ (ประมาณการแรก) และดัชนี PCE เดือน ก.ย. (ราว 19:30 น.) ตลาดคาด GDP ราว 3.0% และ Core PCE ราว 3.1% ต่อปี · งบ Eli Lilly, Mastercard, Caterpillar · หลังตลาดปิด: งบ Amazon, Intel, Starbucks
- ศุกร์ 30 ต.ค. – ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 1.25% · GDP ไตรมาส 3 และเงินเฟ้อเบื้องต้นของยูโรโซน/เยอรมนี/ฝรั่งเศส · CPI โตเกียว · งบ ExxonMobil, Chevron · มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ต่อสินค้าแคนาดามีผล
จุดที่ต้องจับตา
- น้ำเสียงของ Fed: แม้คาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ตลาดกำลังประเมินโอกาส "ขึ้นดอกเบี้ย" ในเดือนธันวาคม ถ้อยแถลงหลังประชุมอาจทำให้บอนด์ยีลด์ ดอลลาร์ ทองคำ และหุ้นเคลื่อนไหวแรงได้
- ตัวเลข PCE: เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ หากออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
- งบบิ๊กเทค (Alphabet, Microsoft, Amazon): หลังกระแสกังวลเรื่องงบลงทุน AI สัปดาห์ก่อน ตลาดจะดูทั้งรายได้ และตัวเลข capex รวมถึงความคุ้มค่าของการลงทุน
- ราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลาง: ยังเป็นปัจจัยหลักที่เชื่อมโยงกับเงินเฟ้อ ทองคำ และหุ้นกลุ่มพลังงาน
- การประชุมธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์เดียว: ECB, BoJ, BoC, RBNZ อาจทำให้ค่าเงินหลักผันผวนมากกว่าปกติ
นอกจากนี้ ตลาดเริ่มจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. ด้วยค่ะ สัปดาห์ที่ข่าวแน่นแบบนี้ ราคามักแกว่งแรงช่วงข่าวออก มือใหม่ควรเช็กปฏิทินเศรษฐกิจล่วงหน้า และวางแผนบริหารความเสี่ยงให้ชัดเจนก่อนเสมอ
บทความนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน