เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
กลยุทธ์การเทรด

Win Rate กับ Expectancy — ทำไมชนะบ่อยไม่เท่ากับกำไร

Win Rate กับ Expectancy — ทำไมชนะบ่อยไม่เท่ากับกำไร

ชนะ 8 ไม้จาก 10 แต่พอร์ตลด ส่วนคนที่ชนะ 4 จาก 10 กลับได้เงิน — เข้าใจค่าคาดหวังต่อไม้ ตัวเลขเดียวที่บอกว่าระบบเทรดทำเงินได้จริงหรือไม่

เทรดเดอร์สองคนนั่งคุยกัน · คนแรกบอกว่าเดือนนี้ ชนะ 8 ไม้จาก 10 ไม้ · คนที่สองบอกว่าตัวเองชนะแค่ 4 จาก 10

ฟังแค่นี้เหมือนคนแรกเก่งกว่าชัดเจน · แต่พอเปิดพอร์ตดู คนแรกเงินลด ส่วนคนที่สองเงินเพิ่ม

นี่ไม่ใช่เรื่องโชค · มันคือคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเรียกว่า Expectancy หรือ ค่าคาดหวังต่อไม้ · และมันคือตัวเลขที่บอกว่าระบบเทรดทำเงินได้จริงหรือไม่ ซึ่ง อัตราชนะเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้เลย

เปิดตัวเลขของสองคนนี้

สมมติทั้งคู่เทรดมาแล้วคนละ 100 ไม้ · ตัวเลขจริงของแต่ละคนเป็นแบบนี้

ชนะบ่อยกว่า แต่เงินหายมากกว่า ตัวอย่างสมมติ คนละ 100 ไม้ · เทียบกันตรง ๆ คนแรก · ชนะ 80% ชนะ 80 ไม้ × 200 บาท +16,000 แพ้ 20 ไม้ × 1,000 บาท −20,000 สุทธิ −4,000 บาท ค่าคาดหวัง −40 บาทต่อไม้ คนที่สอง · ชนะ 40% ชนะ 40 ไม้ × 900 บาท +36,000 แพ้ 60 ไม้ × 400 บาท −24,000 สุทธิ +12,000 บาท ค่าคาดหวัง +120 บาทต่อไม้ ตัวชี้ขาดไม่ใช่ความแม่น แต่คือขนาดไม้ที่ชนะเทียบกับไม้ที่แพ้

คนแรกชนะ 80 ไม้ ได้กำไรเฉลี่ยไม้ละ 200 บาท รวม 16,000 บาท · แต่แพ้ 20 ไม้ที่ขาดทุนเฉลี่ยไม้ละ 1,000 บาท รวม 20,000 บาท · สุทธิติดลบ 4,000 บาท

คนที่สองชนะแค่ 40 ไม้ แต่กำไรเฉลี่ยไม้ละ 900 บาท รวม 36,000 บาท · แพ้ 60 ไม้ที่ขาดทุนเฉลี่ยไม้ละ 400 บาท รวม 24,000 บาท · สุทธิบวก 12,000 บาท

สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันคนละขั้วไม่ใช่ความแม่น แต่คือขนาดของไม้ที่ชนะเทียบกับไม้ที่แพ้

สูตรที่รวมทั้งสองด้านไว้ในตัวเลขเดียว

Expectancy คือกำไรหรือขาดทุนเฉลี่ยที่คาดว่าจะได้ต่อการเทรดหนึ่งไม้ เมื่อเล่นซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

สูตรค่าคาดหวังต่อไม้ รวมความแม่นกับขนาดไม้ไว้ในตัวเลขเดียว ฝั่งที่ได้ อัตราชนะ × กำไรเฉลี่ย เช่น 0.40 × 900 = 360 ฝั่งที่เสีย อัตราแพ้ × ขาดทุนเฉลี่ย เช่น 0.60 × 400 = 240 ค่าคาดหวังต่อไม้ 360 − 240 = +120 บาท

ใส่ตัวเลขของคนแรกลงไป: (0.80 × 200) − (0.20 × 1,000) = −40 บาทต่อไม้ · เทรดร้อยไม้ก็คือติดลบ 4,000 บาทตามที่เห็น

ของคนที่สอง: (0.40 × 900) − (0.60 × 400) = +120 บาทต่อไม้

ประเด็นสำคัญคือ ตัวเลขนี้ไม่สนใจว่าไม้ไหนชนะหรือแพ้ มันสนใจแค่ว่าเมื่อรวมทุกอย่างแล้วเหลือเท่าไหร่ · ระบบที่ค่าคาดหวังติดลบ ไม่ว่าจะรู้สึกดีแค่ไหนตอนเทรด สุดท้ายก็กินพอร์ต

วัดเป็นหน่วย R จะเทียบระบบกันได้ง่ายกว่า

ถ้าคุมความเสี่ยงต่อไม้เท่ากันทุกครั้ง จะนับหน่วยเป็น R ได้ โดยให้ 1R คือจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อไม้ · สูตรจะเหลือสั้นลงมาก

ค่าคาดหวัง (R) = อัตราชนะ × ผลตอบแทนต่อไม้ที่ชนะ − อัตราแพ้

ข้อดีคือใช้เทียบระบบที่หน้าตาต่างกันสุดขั้วได้ในตารางเดียว

สี่ระบบที่หน้าตาต่างกัน วัดด้วยหน่วยเดียว 1R = จำนวนเงินที่ยอมเสียต่อไม้ · ตัวอย่างสมมติเพื่อเทียบให้เห็นภาพ อัตราชนะ ได้กี่เท่าของที่เสี่ยง ค่าคาดหวังต่อไม้ ครบ 100 ไม้ 35% 3 เท่า +0.40R +40R 50% 1.5 เท่า +0.25R +25R 60% 1 เท่า +0.20R +20R 70% 0.5 เท่า +0.05R +5R ชนะน้อยแต่คำใหญ่ ชนะขาดระบบที่ชนะบ่อยแต่กินคำเล็ก

สังเกตว่า ระบบที่ชนะแค่ 35% แต่ได้ 3 เท่าของที่เสี่ยง ให้ค่าคาดหวังสูงที่สุดในตาราง ที่ +0.40R ต่อไม้ · ขณะที่ระบบชนะถึง 70% แต่กินคำเล็ก เหลือแค่ +0.05R ซึ่งบางเฉียบจนต้นทุนกินหมดได้ง่าย ๆ

จุดที่ค่าคาดหวังเท่ากับศูนย์พอดี

ก่อนจะถามว่าระบบดีแค่ไหน ควรรู้ก่อนว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว · จุดนั้นคือจุดที่ค่าคาดหวังเท่ากับศูนย์พอดี และคำนวณได้จากอัตราส่วนที่ตั้งไว้

ระบบที่ตั้งเป้าได้เท่ากับที่เสี่ยง ต้องชนะ 50% ถึงจะเสมอตัว · ถ้าตั้งเป้าได้ 2 เท่าของที่เสี่ยง เหลือแค่ 33% · ถ้าได้ 3 เท่า เหลือ 25% · แต่ถ้ากลับกัน คือยอมเสี่ยง 2 เท่าเพื่อกำไร 1 เท่า ต้องชนะให้ได้ถึง 67% จึงจะแค่เสมอทุน

ตัวเลขชุดนี้อธิบายว่าทำไมระบบที่กินคำเล็กแต่ตั้งจุดตัดขาดทุนกว้างถึงอันตราย · มันบังคับให้ต้องแม่นในระดับที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ต่อเนื่อง · และแค่พลาดไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตกจากบวกเป็นลบทันที

สิ่งที่ต้องเช็กทุกครั้งที่วางแผนไม้หนึ่งจึงไม่ใช่ "มั่นใจแค่ไหน" แต่คือ "ที่อัตราส่วนนี้ ระบบต้องแม่นเท่าไหร่ และที่ผ่านมาแม่นถึงจริงหรือเปล่า"

ค่าคาดหวังต้องคูณด้วยความถี่เสมอ

ตัวเลขต่อไม้ยังบอกไม่ครบ เพราะระบบที่ให้ค่าคาดหวังสูงแต่นาน ๆ เข้าไม้ที อาจโตช้ากว่าระบบที่ให้น้อยกว่าแต่เข้าบ่อย

ระบบ A ให้ +0.40R ต่อไม้ แต่เข้าเดือนละ 5 ไม้ · ทั้งเดือนได้ +2R

ระบบ B ให้ +0.15R ต่อไม้ แต่เข้าเดือนละ 40 ไม้ · ทั้งเดือนได้ +6R

ระบบ B ด้อยกว่าทุกอย่างเมื่อดูต่อไม้ แต่ทำเงินได้มากกว่าสามเท่าเมื่อดูทั้งเดือน · เวลาเทียบระบบจึงต้องดู ค่าคาดหวัง × จำนวนไม้ต่อช่วงเวลา ไม่ใช่ดูตัวใดตัวหนึ่ง

ต้นทุนกินค่าคาดหวังก่อนใครเสมอ

ตัวเลขที่คำนวณจากราคาบนกราฟยังไม่ได้หักส่วนต่างราคาซื้อขาย ค่าธรรมเนียม และค่าถือข้ามคืน

สมมติระบบชนะ 60% ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 · ค่าคาดหวังบนกระดาษคือ +0.20R ต่อไม้ · ถ้าต้นทุนรวมกินไปไม้ละ 0.10R · ของจริงเหลือแค่ +0.10R หายไปครึ่งหนึ่งทันที

นี่คือเหตุผลที่ระบบที่กินคำเล็กแต่เข้าบ่อยเปราะที่สุดต่อต้นทุน · ยิ่งเป้าหมายกำไรต่อไม้เล็ก สัดส่วนที่ต้นทุนกินยิ่งใหญ่

กี่ไม้ถึงจะเชื่อตัวเลขได้

ค่าคาดหวังที่คำนวณจากการเทรด 20 ไม้แทบไม่มีความหมายทางสถิติ · ไม้ที่ชนะใหญ่เพียงไม้เดียวก็ดันตัวเลขให้สวยได้ทั้งชุด

ยิ่งระบบมีอัตราชนะต่ำ ยิ่งต้องใช้จำนวนไม้มากกว่าจะเห็นภาพจริง · เพราะกำไรกระจุกอยู่ในไม้ส่วนน้อย · ถ้าช่วงที่วัดดันไม่เจอไม้ใหญ่เลย ตัวเลขจะดูแย่กว่าความจริงมาก

สี่ตัวเลขที่ต้องจดทุกสิ้นเดือน ไม่มีสมุดบันทึก ก็ไม่มีทางรู้ว่าระบบทำเงินจริงหรือไม่ 1 · อัตราชนะ ไม้ที่ชนะ หารด้วยไม้ทั้งหมด 2 · กำไรเฉลี่ยของไม้ที่ชนะ ดูค่ากลางคู่กันเสมอ กันไม้ยักษ์ดึงตัวเลข 3 · ขาดทุนเฉลี่ยของไม้ที่แพ้ โตขึ้นเมื่อไหร่ แปลว่าเริ่มไม่ตัดขาดทุน 4 · ค่าคาดหวังต่อไม้ ได้จากสามตัวแรก · ต้องเป็นบวกเท่านั้น ยี่สิบไม้ยังบอกอะไรไม่ได้ — ต้องสะสมให้มากพอก่อนตัดสินใจกับระบบ

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ค่าเฉลี่ยที่ถูกดึงด้วยไม้เดียว · ถ้ากำไรเฉลี่ยดูสูงเพราะมีไม้ทำเงินก้อนโตแค่ไม้เดียวในร้อยไม้ ค่าคาดหวังที่ได้จะไม่สะท้อนสิ่งที่ระบบทำได้ปกติ · ให้ดูค่ากลางควบคู่กับค่าเฉลี่ยเสมอ

และควรระวังระบบที่อัตราชนะสูงผิดปกติ เช่นการถัวเพิ่มเมื่อขาดทุนโดยไม่มีจุดตัด · ระบบแบบนี้จะชนะรัว ๆ เป็นสิบ ๆ ไม้ แล้วคืนทั้งหมดพร้อมทุนในไม้เดียว · อัตราชนะ 95% กับค่าคาดหวังติดลบอยู่ด้วยกันได้สบายมาก

เอาไปใช้จริงยังไง

วิธีที่ใช้ได้ทันทีคือบันทึกทุกไม้ที่เทรดจริง แล้วคำนวณสี่ตัวเลขนี้ทุกสิ้นเดือน: อัตราชนะ · กำไรเฉลี่ยของไม้ที่ชนะ · ขาดทุนเฉลี่ยของไม้ที่แพ้ · และค่าคาดหวังที่ได้จากสามตัวแรก

ถ้าค่าคาดหวังเป็นบวกและนิ่งพอ งานที่เหลือคือเทรดให้ครบจำนวนไม้ตามแผนโดยไม่แหกกฎ · ถ้าติดลบ การเพิ่มขนาดไม้หรือเทรดถี่ขึ้นมีแต่จะเร่งให้เสียเงินเร็วขึ้น

สิ่งที่ต้องจำ

  • ค่าคาดหวัง = (อัตราชนะ × กำไรเฉลี่ย) − (อัตราแพ้ × ขาดทุนเฉลี่ย) · เป็นบวกเท่านั้นที่เรียกว่าระบบทำเงิน
  • ชนะ 80% ยังขาดทุนได้ — ชนะไม้ละ 200 แพ้ไม้ละ 1,000 คือ −40 บาทต่อไม้ · ร้อยไม้ติดลบ 4,000 บาท
  • วัดเป็นหน่วย R เพื่อเทียบระบบ: ชนะ 35% ที่ 1:3 ให้ +0.40R · ชนะ 70% ที่ 1:0.5 ให้แค่ +0.05R
  • ค่าคาดหวังต้องคูณความถี่ — +0.40R เดือนละ 5 ไม้ = +2R · +0.15R เดือนละ 40 ไม้ = +6R
  • ต้นทุนหักก่อนเสมอ — ระบบ +0.20R ที่มีต้นทุนไม้ละ 0.10R เหลือจริงแค่ครึ่งเดียว
  • 20 ไม้ยังเชื่อไม่ได้ · ดูค่ากลางคู่กับค่าเฉลี่ยเพื่อกันไม้ยักษ์ไม้เดียวดึงตัวเลข
  • อัตราชนะสูงผิดปกติคือธงแดง — ระบบถัวเพิ่มโดยไม่มีจุดตัดชนะรัว ๆ ได้ แล้วคืนทั้งหมดในไม้เดียว

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เรื่องการวัดผลระบบเทรดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่ผลการเทรดจริงและไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ ค่าคาดหวังที่เป็นบวกในอดีตไม่ได้แปลว่าจะเป็นบวกต่อไปในอนาคต เพราะสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Trailing Stop — เลื่อน Stop Loss ตามกำไรยังไงให้คุ้มที่สุด กลยุทธ์การเทรด

Trailing Stop — เลื่อน Stop Loss ตามกำไรยังไงให้คุ้มที่สุด

ปิดเร็วไปกำไรหด ถือนานไปกำไรหาย — Trailing Stop คือคำตอบ เรียนรู้ 4 วิธีเลื่อน SL ตามกำไร จังหวะเริ่มเลื่อน และกับดัก "เลื่อนแน่นเกินจนโดนสะบัดออก"

ทีมงาน · 24/07/2026
Scalping / Day Trade / Swing — สไตล์การเทรดแบบไหนเหมาะกับคุณ กลยุทธ์การเทรด

Scalping / Day Trade / Swing — สไตล์การเทรดแบบไหนเหมาะกับคุณ

ระบบดีแค่ไหนก็พังถ้าสไตล์ไม่เข้ากับชีวิต — เทียบ Scalping, Day Trade, Swing ให้ชัด พร้อมวิธีเลือกจากเวลา นิสัย ทุน และกับดักเปลี่ยนสไตล์กลางไม้

ทีมงาน · 14/07/2026
News Trading — เทรดข่าวสำคัญ NFP · FOMC · CPI ยังไงให้รอด กลยุทธ์การเทรด

News Trading — เทรดข่าวสำคัญ NFP · FOMC · CPI ยังไงให้รอด

ช่วงข่าวใหญ่คือเวลาที่ตลาดวิ่งแรงที่สุด — รู้จัก NFP FOMC CPI อันตรายที่ซ่อนอยู่ทั้ง Slippage และ Whipsaw พร้อม 3 แนวทางรับมือตามระดับประสบการณ์

ทีมงาน · 12/07/2026