เทรดเดอร์สองคนนั่งคุยกัน · คนแรกบอกว่าเดือนนี้ ชนะ 8 ไม้จาก 10 ไม้ · คนที่สองบอกว่าตัวเองชนะแค่ 4 จาก 10
ฟังแค่นี้เหมือนคนแรกเก่งกว่าชัดเจน · แต่พอเปิดพอร์ตดู คนแรกเงินลด ส่วนคนที่สองเงินเพิ่ม
นี่ไม่ใช่เรื่องโชค · มันคือคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเรียกว่า Expectancy หรือ ค่าคาดหวังต่อไม้ · และมันคือตัวเลขที่บอกว่าระบบเทรดทำเงินได้จริงหรือไม่ ซึ่ง อัตราชนะเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้เลย
เปิดตัวเลขของสองคนนี้
สมมติทั้งคู่เทรดมาแล้วคนละ 100 ไม้ · ตัวเลขจริงของแต่ละคนเป็นแบบนี้
คนแรกชนะ 80 ไม้ ได้กำไรเฉลี่ยไม้ละ 200 บาท รวม 16,000 บาท · แต่แพ้ 20 ไม้ที่ขาดทุนเฉลี่ยไม้ละ 1,000 บาท รวม 20,000 บาท · สุทธิติดลบ 4,000 บาท
คนที่สองชนะแค่ 40 ไม้ แต่กำไรเฉลี่ยไม้ละ 900 บาท รวม 36,000 บาท · แพ้ 60 ไม้ที่ขาดทุนเฉลี่ยไม้ละ 400 บาท รวม 24,000 บาท · สุทธิบวก 12,000 บาท
สิ่งที่ทำให้ผลต่างกันคนละขั้วไม่ใช่ความแม่น แต่คือขนาดของไม้ที่ชนะเทียบกับไม้ที่แพ้
สูตรที่รวมทั้งสองด้านไว้ในตัวเลขเดียว
Expectancy คือกำไรหรือขาดทุนเฉลี่ยที่คาดว่าจะได้ต่อการเทรดหนึ่งไม้ เมื่อเล่นซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
ใส่ตัวเลขของคนแรกลงไป: (0.80 × 200) − (0.20 × 1,000) = −40 บาทต่อไม้ · เทรดร้อยไม้ก็คือติดลบ 4,000 บาทตามที่เห็น
ของคนที่สอง: (0.40 × 900) − (0.60 × 400) = +120 บาทต่อไม้
ประเด็นสำคัญคือ ตัวเลขนี้ไม่สนใจว่าไม้ไหนชนะหรือแพ้ มันสนใจแค่ว่าเมื่อรวมทุกอย่างแล้วเหลือเท่าไหร่ · ระบบที่ค่าคาดหวังติดลบ ไม่ว่าจะรู้สึกดีแค่ไหนตอนเทรด สุดท้ายก็กินพอร์ต
วัดเป็นหน่วย R จะเทียบระบบกันได้ง่ายกว่า
ถ้าคุมความเสี่ยงต่อไม้เท่ากันทุกครั้ง จะนับหน่วยเป็น R ได้ โดยให้ 1R คือจำนวนเงินที่ยอมเสียต่อไม้ · สูตรจะเหลือสั้นลงมาก
ค่าคาดหวัง (R) = อัตราชนะ × ผลตอบแทนต่อไม้ที่ชนะ − อัตราแพ้
ข้อดีคือใช้เทียบระบบที่หน้าตาต่างกันสุดขั้วได้ในตารางเดียว
สังเกตว่า ระบบที่ชนะแค่ 35% แต่ได้ 3 เท่าของที่เสี่ยง ให้ค่าคาดหวังสูงที่สุดในตาราง ที่ +0.40R ต่อไม้ · ขณะที่ระบบชนะถึง 70% แต่กินคำเล็ก เหลือแค่ +0.05R ซึ่งบางเฉียบจนต้นทุนกินหมดได้ง่าย ๆ
จุดที่ค่าคาดหวังเท่ากับศูนย์พอดี
ก่อนจะถามว่าระบบดีแค่ไหน ควรรู้ก่อนว่าต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเสมอตัว · จุดนั้นคือจุดที่ค่าคาดหวังเท่ากับศูนย์พอดี และคำนวณได้จากอัตราส่วนที่ตั้งไว้
ระบบที่ตั้งเป้าได้เท่ากับที่เสี่ยง ต้องชนะ 50% ถึงจะเสมอตัว · ถ้าตั้งเป้าได้ 2 เท่าของที่เสี่ยง เหลือแค่ 33% · ถ้าได้ 3 เท่า เหลือ 25% · แต่ถ้ากลับกัน คือยอมเสี่ยง 2 เท่าเพื่อกำไร 1 เท่า ต้องชนะให้ได้ถึง 67% จึงจะแค่เสมอทุน
ตัวเลขชุดนี้อธิบายว่าทำไมระบบที่กินคำเล็กแต่ตั้งจุดตัดขาดทุนกว้างถึงอันตราย · มันบังคับให้ต้องแม่นในระดับที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ต่อเนื่อง · และแค่พลาดไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตกจากบวกเป็นลบทันที
สิ่งที่ต้องเช็กทุกครั้งที่วางแผนไม้หนึ่งจึงไม่ใช่ "มั่นใจแค่ไหน" แต่คือ "ที่อัตราส่วนนี้ ระบบต้องแม่นเท่าไหร่ และที่ผ่านมาแม่นถึงจริงหรือเปล่า"
ค่าคาดหวังต้องคูณด้วยความถี่เสมอ
ตัวเลขต่อไม้ยังบอกไม่ครบ เพราะระบบที่ให้ค่าคาดหวังสูงแต่นาน ๆ เข้าไม้ที อาจโตช้ากว่าระบบที่ให้น้อยกว่าแต่เข้าบ่อย
ระบบ A ให้ +0.40R ต่อไม้ แต่เข้าเดือนละ 5 ไม้ · ทั้งเดือนได้ +2R
ระบบ B ให้ +0.15R ต่อไม้ แต่เข้าเดือนละ 40 ไม้ · ทั้งเดือนได้ +6R
ระบบ B ด้อยกว่าทุกอย่างเมื่อดูต่อไม้ แต่ทำเงินได้มากกว่าสามเท่าเมื่อดูทั้งเดือน · เวลาเทียบระบบจึงต้องดู ค่าคาดหวัง × จำนวนไม้ต่อช่วงเวลา ไม่ใช่ดูตัวใดตัวหนึ่ง
ต้นทุนกินค่าคาดหวังก่อนใครเสมอ
ตัวเลขที่คำนวณจากราคาบนกราฟยังไม่ได้หักส่วนต่างราคาซื้อขาย ค่าธรรมเนียม และค่าถือข้ามคืน
สมมติระบบชนะ 60% ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 · ค่าคาดหวังบนกระดาษคือ +0.20R ต่อไม้ · ถ้าต้นทุนรวมกินไปไม้ละ 0.10R · ของจริงเหลือแค่ +0.10R หายไปครึ่งหนึ่งทันที
นี่คือเหตุผลที่ระบบที่กินคำเล็กแต่เข้าบ่อยเปราะที่สุดต่อต้นทุน · ยิ่งเป้าหมายกำไรต่อไม้เล็ก สัดส่วนที่ต้นทุนกินยิ่งใหญ่
กี่ไม้ถึงจะเชื่อตัวเลขได้
ค่าคาดหวังที่คำนวณจากการเทรด 20 ไม้แทบไม่มีความหมายทางสถิติ · ไม้ที่ชนะใหญ่เพียงไม้เดียวก็ดันตัวเลขให้สวยได้ทั้งชุด
ยิ่งระบบมีอัตราชนะต่ำ ยิ่งต้องใช้จำนวนไม้มากกว่าจะเห็นภาพจริง · เพราะกำไรกระจุกอยู่ในไม้ส่วนน้อย · ถ้าช่วงที่วัดดันไม่เจอไม้ใหญ่เลย ตัวเลขจะดูแย่กว่าความจริงมาก
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ค่าเฉลี่ยที่ถูกดึงด้วยไม้เดียว · ถ้ากำไรเฉลี่ยดูสูงเพราะมีไม้ทำเงินก้อนโตแค่ไม้เดียวในร้อยไม้ ค่าคาดหวังที่ได้จะไม่สะท้อนสิ่งที่ระบบทำได้ปกติ · ให้ดูค่ากลางควบคู่กับค่าเฉลี่ยเสมอ
และควรระวังระบบที่อัตราชนะสูงผิดปกติ เช่นการถัวเพิ่มเมื่อขาดทุนโดยไม่มีจุดตัด · ระบบแบบนี้จะชนะรัว ๆ เป็นสิบ ๆ ไม้ แล้วคืนทั้งหมดพร้อมทุนในไม้เดียว · อัตราชนะ 95% กับค่าคาดหวังติดลบอยู่ด้วยกันได้สบายมาก
เอาไปใช้จริงยังไง
วิธีที่ใช้ได้ทันทีคือบันทึกทุกไม้ที่เทรดจริง แล้วคำนวณสี่ตัวเลขนี้ทุกสิ้นเดือน: อัตราชนะ · กำไรเฉลี่ยของไม้ที่ชนะ · ขาดทุนเฉลี่ยของไม้ที่แพ้ · และค่าคาดหวังที่ได้จากสามตัวแรก
ถ้าค่าคาดหวังเป็นบวกและนิ่งพอ งานที่เหลือคือเทรดให้ครบจำนวนไม้ตามแผนโดยไม่แหกกฎ · ถ้าติดลบ การเพิ่มขนาดไม้หรือเทรดถี่ขึ้นมีแต่จะเร่งให้เสียเงินเร็วขึ้น
สิ่งที่ต้องจำ
- ค่าคาดหวัง = (อัตราชนะ × กำไรเฉลี่ย) − (อัตราแพ้ × ขาดทุนเฉลี่ย) · เป็นบวกเท่านั้นที่เรียกว่าระบบทำเงิน
- ชนะ 80% ยังขาดทุนได้ — ชนะไม้ละ 200 แพ้ไม้ละ 1,000 คือ −40 บาทต่อไม้ · ร้อยไม้ติดลบ 4,000 บาท
- ✅ วัดเป็นหน่วย R เพื่อเทียบระบบ: ชนะ 35% ที่ 1:3 ให้ +0.40R · ชนะ 70% ที่ 1:0.5 ให้แค่ +0.05R
- ✅ ค่าคาดหวังต้องคูณความถี่ — +0.40R เดือนละ 5 ไม้ = +2R · +0.15R เดือนละ 40 ไม้ = +6R
- ต้นทุนหักก่อนเสมอ — ระบบ +0.20R ที่มีต้นทุนไม้ละ 0.10R เหลือจริงแค่ครึ่งเดียว
- ✅ 20 ไม้ยังเชื่อไม่ได้ · ดูค่ากลางคู่กับค่าเฉลี่ยเพื่อกันไม้ยักษ์ไม้เดียวดึงตัวเลข
- อัตราชนะสูงผิดปกติคือธงแดง — ระบบถัวเพิ่มโดยไม่มีจุดตัดชนะรัว ๆ ได้ แล้วคืนทั้งหมดในไม้เดียว
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เรื่องการวัดผลระบบเทรดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่ผลการเทรดจริงและไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ ค่าคาดหวังที่เป็นบวกในอดีตไม่ได้แปลว่าจะเป็นบวกต่อไปในอนาคต เพราะสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ