เว็บเรียนเทรดและวิเคราะห์ตลาดการเงินสำหรับคนไทย — หุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี · คอร์สฟรี บทความ TA/FA เครื่องมือคำนวณเริ่มเรียน
ค่าเงิน & ทองคำ

ขนาดสัญญาและมูลค่าต่อจุดใน CFD — ทอง ดัชนี น้ำมัน คำนวณยังไง

ขนาดสัญญาและมูลค่าต่อจุดใน CFD — ทอง ดัชนี น้ำมัน คำนวณยังไง

0.10 Lot ทองกับ 0.10 Lot น้ำมัน เดิมพันคนละโลก — เข้าใจ Contract Size มูลค่าต่อจุดของแต่ละสินค้า และสูตรคำนวณขนาดไม้จากความเสี่ยงที่ใช้ได้กับทุกตลาด

นักเทรดคนหนึ่งเทรดทองด้วย 0.10 Lot มาตลอด คุมความเสี่ยงได้ดี วันหนึ่งอยากลองเทรดน้ำมัน เลยเปิด 0.10 Lot "เท่าเดิม" — แล้วพบว่าพอร์ตเหวี่ยงแรงกว่าเดิมหลายเท่าจนตกใจ ทั้งที่ตัวเลข Lot เท่ากันเป๊ะ เกิดอะไรขึ้น?

คำตอบอยู่ที่สิ่งที่บทนี้จะเล่า: 1 Lot ของแต่ละสินค้าไม่ใช่ของขนาดเดียวกัน — ทอง ดัชนี น้ำมัน ค่าเงิน แต่ละตัวมีขนาดสัญญา (Contract Size) ของตัวเอง และแปลงเป็น "เงินจริงต่อการขยับหนึ่งหน่วยราคา" ได้ไม่เท่ากันเลย ใครที่คิดขนาดไม้เป็น Lot โดยไม่รู้มูลค่าต่อจุดของสินค้านั้น เท่ากับเทรดโดยไม่รู้ว่าตัวเองเดิมพันอยู่เท่าไหร่

Contract Size — 1 Lot ของแต่ละสินค้าคืออะไร

Lot คือหน่วยนับขนาดสัญญา แต่ "ของ" ที่อยู่ข้างใน 1 Lot ต่างกันตามสินค้า ตัวเลขที่พบบ่อยที่สุด (ย้ำว่าแต่ละโบรกกำหนดได้ต่างกัน ต้องเช็ค Specification ของแพลตฟอร์มตัวเองเสมอ): คู่เงิน 1 Lot = 100,000 หน่วยของสกุลแรก · ทองคำ XAU/USD 1 Lot = 100 ออนซ์ · น้ำมัน 1 Lot มัก = 100 หรือ 1,000 บาร์เรล (ต่างกันมากระหว่างโบรก — จุดที่พลาดกันบ่อยที่สุด) · ดัชนีอย่าง US30/NAS100 มักคิดเป็น "เงินต่อ 1 จุดของดัชนี" เช่น 1 Lot = 1 ดอลลาร์ต่อจุด

จากขนาดสัญญา เราคำนวณตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการวางแผนไม้ได้ทันที: มูลค่าต่อจุด (Point Value) = ขนาดสัญญา × จำนวน Lot — มันคือตัวแปลง "ราคาขยับบนกราฟ" ให้กลายเป็น "เงินเข้า-ออกจากบัญชีจริง"

1 Lot ของแต่ละสินค้า (ตัวเลขที่พบบ่อย) สินค้า 1 Lot คือ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ = (ที่ 1 Lot) EUR/USD 100,000 ยูโร ขยับ 1 pip (0.0001) = 10 ดอลลาร์ (คู่เงินนับเป็น pip) ทองคำ XAU/USD 100 ออนซ์ 100 ดอลลาร์ 0.10 Lot = 10 ดอลลาร์ ดัชนี US30 มัก 1 ดอลลาร์ต่อ 1 จุดดัชนี ขยับ 1 จุด = 1 ดอลลาร์ วันเหวี่ยง 300-500 จุดเป็นเรื่องปกติ น้ำมัน USOIL 100 หรือ 1,000 บาร์เรล ต่างกัน 10 เท่าระหว่างโบรก! 100 หรือ 1,000 ดอลลาร์ จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด Bitcoin (BTC/USD) มัก 1 BTC 1 ดอลลาร์ แต่วันเดียวขยับได้หลายพันดอลลาร์ ตัวเลขจริงของโบรกแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน — เปิด Specification เช็คก่อนเทรดสินค้าใหม่ทุกครั้ง

Lot เท่ากัน ไม่ได้แปลว่าเสี่ยงเท่ากัน

กลับมาที่นักเทรดต้นบท: 0.10 Lot ทองคำ = 10 ออนซ์ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ กระทบบัญชี 10 ดอลลาร์ — แต่ 0.10 Lot น้ำมันของโบรกที่ใช้สัญญา 1,000 บาร์เรล = 100 บาร์เรล ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ กระทบบัญชี 100 ดอลลาร์ — แรงกว่าสิบเท่าที่ Lot เท่ากัน ยังไม่นับว่าความผันผวนรายวันของแต่ละสินค้าก็คนละระดับ: ทองวันปกติขยับ 20-40 ดอลลาร์ ดัชนี US30 เหวี่ยงหลักร้อยจุด น้ำมันขยับ 2-3% ได้สบาย ๆ

บทเรียนที่อยากให้จำขึ้นใจ: Lot เป็นแค่หน่วยนับ ไม่ใช่หน่วยวัดความเสี่ยง — หน่วยวัดความเสี่ยงที่แท้จริงคือ "ถ้าไม้นี้โดน Stop Loss เราเสียกี่บาท" ซึ่งต้องคำนวณผ่านมูลค่าต่อจุดของสินค้านั้น ๆ เสมอ การยกขนาด Lot จากสินค้าหนึ่งไปใช้กับอีกสินค้าโดยตรง คือความผิดพลาดยอดฮิตของคนที่เพิ่งขยายจากตลาดเดียวไปหลายตลาด

0.10 Lot เท่ากัน — เดิมพันคนละโลก สมมติราคาขยับสวนทาง 1% ของราคาสินค้า · น้ำมันใช้สัญญา 1,000 บาร์เรล (ตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษา) ทองคำ 0.10 Lot = 10 ออนซ์ ราคา 2,650 · 1% = 26.50 กระทบบัญชี 265 ดอลลาร์ US30 0.10 Lot = 0.10 ดอลลาร์/จุด ดัชนี 44,000 · 1% = 440 จุด กระทบบัญชี 44 ดอลลาร์ น้ำมัน 0.10 Lot = 100 บาร์เรล ราคา 78 · 1% = 0.78 กระทบบัญชี 78 ดอลลาร์ ถ้าโบรกใช้สัญญา 1,000 บาร์เรล แต่เราคิดว่า 100 = คำนวณพลาด 10 เท่า Lot เป็นแค่หน่วยนับ — ต้องแปลงเป็น "เงินจริงต่อการขยับ" ของแต่ละสินค้าก่อนเทียบกันเสมอ

คำนวณขนาดไม้จากความเสี่ยง — สูตรเดียวใช้ได้ทุกสินค้า

พอรู้มูลค่าต่อจุดแล้ว การกำหนดขนาดไม้ที่ถูกต้องจะกลับหัวจากที่คนส่วนใหญ่ทำ: ไม่ใช่ "อยากเปิดกี่ Lot" แต่เป็น "ยอมเสียกี่บาท แล้วค่อยถอยกลับมาหาขนาด Lot" ด้วยสูตรเดียว:

ขนาดไม้ (Lot) = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ Stop Loss × มูลค่าต่อจุดของ 1 Lot)

ตัวอย่าง: บัญชี 2,000 ดอลลาร์ ยอมเสี่ยงไม้ละ 1% = 20 ดอลลาร์ อยากเทรดทองโดยวาง Stop Loss ห่าง 5 ดอลลาร์ → มูลค่าต่อจุดของทอง 1 Lot คือ 100 ดอลลาร์ต่อการขยับ 1 ดอลลาร์ → ขนาดไม้ = 20 ÷ (5 × 100) = 0.04 Lot — สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสินค้า แค่เปลี่ยนมูลค่าต่อจุดให้ตรงตัว และมันคือเส้นเชื่อมระหว่างบทนี้กับหลักบริหารความเสี่ยง 1-2% ที่พูดถึงในบท Margin Call: คนที่คำนวณแบบนี้ทุกไม้ แทบไม่มีทางได้เห็น Stop Out เลยตลอดชีวิตการเทรด

ตัวอย่าง — ถอยจากความเสี่ยงกลับมาหาขนาดไม้ บัญชี 2,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 20 ดอลลาร์ เทรดทอง · SL ห่าง 5 ดอลลาร์ ทอง 1 Lot = 100 ดอลลาร์/จุด 20 ÷ (5 × 100) = 0.04 Lot ขนาดไม้ = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ SL × มูลค่าต่อจุดของ 1 Lot) สูตรเดียวใช้ได้ทุกสินค้า — เปลี่ยนแค่มูลค่าต่อจุดให้ตรงตัว ถ้าโดน SL จริง เสีย 0.04 × 100 × 5 = 20 ดอลลาร์ — ตรงเป๊ะกับที่วางแผน (ยังไม่รวม Spread/ค่าธรรมเนียม · ตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษา)

เช็คของจริงก่อนเทรดสินค้าใหม่ทุกครั้ง

ทุกตัวเลขในบทนี้เป็น "ค่าที่พบบ่อย" — ของจริงต้องเปิดดูเองใน Specification ของแพลตฟอร์ม (ใน MT5: คลิกขวาที่ชื่อสินค้า เลือก Specification) จุดที่ต้องดู: Contract Size · Tick Size / Tick Value · สกุลเงินของกำไร แล้วลองคำนวณมูลค่าต่อจุดของขนาดไม้ที่จะเปิดก่อนกดจริงหนึ่งครั้งเสมอ ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่กันความผิดพลาดระดับ "สิบเท่า" แบบเคสน้ำมันได้ทั้งชีวิต — เว็บเรามีเครื่องมือคำนวณมูลค่า Pip ในหน้าเครื่องมือช่วยได้อีกแรงสำหรับคู่เงินและทอง

สรุปบทเรียน

Lot คือหน่วยนับ ไม่ใช่หน่วยวัดความเสี่ยง — 1 Lot ของทอง (100 ออนซ์) ดัชนี (มัก 1 ดอลลาร์/จุด) และน้ำมัน (100 หรือ 1,000 บาร์เรล แล้วแต่โบรก) คือเดิมพันคนละขนาดกันโดยสิ้นเชิง ตัวแปลงที่ทำให้เทียบกันได้คือมูลค่าต่อจุด (ขนาดสัญญา × Lot) และสูตรกำหนดขนาดไม้ที่ถูกต้องคือถอยจากเงินที่ยอมเสี่ยงกลับมาหา Lot ไม่ใช่เลือก Lot ก่อนแล้วลุ้น — เปิด Specification เช็คขนาดสัญญาจริงของโบรกตัวเองทุกครั้งก่อนแตะสินค้าใหม่ แล้วความประหลาดใจแบบ "Lot เท่าเดิมแต่พอร์ตเหวี่ยงสิบเท่า" จะไม่เกิดกับเราอีกเลย

สิ่งที่ต้องจำ

  • 1 Lot แต่ละสินค้าคนละขนาด: คู่เงิน 100,000 หน่วย · ทอง 100 ออนซ์ · น้ำมัน 100 หรือ 1,000 บาร์เรล · ดัชนีมักคิดเป็นเงินต่อจุด
  • มูลค่าต่อจุด = ขนาดสัญญา × Lot — ตัวแปลงราคาบนกราฟให้เป็นเงินจริงในบัญชี
  • Lot เท่ากัน ≠ เสี่ยงเท่ากัน — ต้องเทียบด้วยมูลค่าต่อจุด + ความผันผวนของสินค้านั้น
  • น้ำมันคือจุดพลาดคลาสสิก: ขนาดสัญญาต่างกันได้ 10 เท่าระหว่างโบรก
  • สูตรขนาดไม้: Lot = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ SL × มูลค่าต่อจุดของ 1 Lot) — ใช้ได้ทุกสินค้า
  • คิดจากความเสี่ยงก่อนแล้วถอยมาหา Lot — ไม่ใช่เลือก Lot ก่อนแล้วลุ้น
  • เปิด Specification เช็ค Contract Size / Tick Value จริงของโบรกตัวเองก่อนเทรดสินค้าใหม่ทุกครั้ง

คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกของตราสารทางการเงินเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือคำชักชวนให้ลงทุน ตัวเลขขนาดสัญญาและราคาในบทเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา ค่าจริงต่างกันตามผู้ให้บริการแต่ละราย — โปรดตรวจสอบจาก Specification ของแพลตฟอร์มที่ใช้เสมอ CFD เป็นตราสารความเสี่ยงสูงจาก Leverage และความเสี่ยงคู่สัญญา และปัจจุบันยังไม่มีใบอนุญาตรองรับในประเทศไทย ผู้เกี่ยวข้องจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย โปรดศึกษาข้อมูลรอบด้านและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความเสี่ยงของ CFD ที่กราฟไม่บอก — Gap ข้ามคืน ข้ามสัปดาห์ และช่วงข่าวแรง ค่าเงิน & ทองคำ

ความเสี่ยงของ CFD ที่กราฟไม่บอก — Gap ข้ามคืน ข้ามสัปดาห์ และช่วงข่าวแรง

ตั้ง Stop Loss แล้วทำไมยังขาดทุนเกินแผนหลายเท่า? เข้าใจกลไก Gap ที่ทำให้ SL เป็นแค่ความตั้งใจ 4 จุดเสี่ยงที่ต้องจำ กรณีฟรังก์สวิส 2015 และวิธีบริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ

ทีมงาน · 22/07/2026
Slippage และ Requote ใน CFD — ทำไมได้ราคาไม่ตรงที่กด ค่าเงิน & ทองคำ

Slippage และ Requote ใน CFD — ทำไมได้ราคาไม่ตรงที่กด

กด Buy ที่ราคาหนึ่ง แต่ไม้เปิดอีกราคาหนึ่ง — เข้าใจกลไก Slippage ที่เลื่อนได้ทั้งบวกและลบ Requote ของโหมด Instant และวิธีเช็คคุณภาพการส่งคำสั่งด้วยข้อมูลของตัวเอง

ทีมงาน · 21/07/2026
CFD น้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ — Rollover กับ Contango ทำไมราคาโดดเอง ค่าเงิน & ทองคำ

CFD น้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ — Rollover กับ Contango ทำไมราคาโดดเอง

กราฟน้ำมันโดดทั้งที่ไม่มีข่าว ถือยาวราคาเท่าเดิมแต่พอร์ตติดลบ — ไขปริศนาด้วยโครงสร้างสัญญาฟิวเจอร์สรายเดือน Rollover และ Contango ที่คนเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ต้องรู้

ทีมงาน · 21/07/2026