ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026 กลับมาอยู่ในโหมดผ่อนคลายอีกครั้ง หลังจากถูกกดดันหนักมาตลอดต้นสัปดาห์จากแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยตัวจุดชนวนสำคัญของวันคือการที่กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตร (buyback) ซึ่งช่วยดึงบอนด์ยีลด์ระยะยาวให้ย่อลง และส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังตลาดหุ้น ทองคำ ค่าเงิน และคริปโต
หุ้นสหรัฐ: ยุติการปรับตัวลง 3 วันติด
ดัชนีหลักทั้งสามปิดบวกเล็กน้อยและยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วันทำการ
- Dow Jones ปิดที่ 53,463.05 จุด เพิ่มขึ้น 119.65 จุด หรือ +0.22%
- S&P 500 ปิดที่ 7,707.98 จุด +0.21%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,331.09 จุด +0.16%
แรงหนุนหลักมาจากการที่ต้นทุนดอกเบี้ยระยะยาวย่อลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเติบโตที่อ่อนไหวต่ออัตราคิดลด อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นยังจำกัดอยู่ในกรอบแคบ สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้กลับมาเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ หลังกลุ่มชิปเพิ่งถูกเทขายหนักในวันก่อนหน้า
พันธบัตรและค่าเงิน: ต้นตอของการเคลื่อนไหวทั้งวัน
ก่อนหน้านี้ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี โดยขึ้นไปทำจุดสูงระหว่างวันที่ราว 5.33% ในวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นตั้งแต่ปี 2007 สาเหตุมาจากปริมาณการออกพันธบัตรระยะยาวจำนวนมากเพื่ออุดหนุนการขาดดุลงบประมาณ บวกกับเงินเฟ้อที่ยังยืนเหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องหลายปี
เมื่อกระทรวงการคลังประกาศว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรอย่างน้อยเท่าตัว โดยเน้นช่วงอายุ 10-30 ปี ตลาดตอบรับทันที ยีลด์ 30 ปีลดลงราว 7.2 basis points มาที่ 5.213% ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลง 0.82% มาที่ระดับ 98.84 และเคยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนระหว่างวัน
ในวันเดียวกันยังมีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) รอบปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีโทนค่อนข้างเข้มงวด โดยกรรมการหลายรายมองว่าอาจจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมหากเงินเฟ้อไม่ชะลอลง แต่ผลกระทบต่อตลาดถูกกลบไปด้วยข่าวการซื้อคืนพันธบัตรที่ออกมาก่อนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ทองคำและน้ำมัน
ทองคำ ได้แรงหนุนสองทางจากยีลด์ที่ลดลงและดอลลาร์ที่อ่อนค่า ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของวัน ก่อนขยับขึ้นทดสอบโซน 4,500 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 1,000 ดอลลาร์
น้ำมันดิบ ปรับขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน โดย Brent ขยับขึ้นแถว 92-93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เปิดที่ราว 85.34 ดอลลาร์ ปัจจัยหลักคือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังไม่มีสัญญาณเจรจา และช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ค่าความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่ในราคา
คริปโต
Bitcoin เปิดวันที่ราว 64,681 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 0.3% จากวันก่อนหน้า ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวแถว 1,917 ดอลลาร์ ปรับขึ้นราว 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง แรงหนุนมาจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า และข่าวที่ ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) เสนอกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่ ซึ่งเปิดทางให้ผู้ประกอบการระดมทุนได้ชัดเจนขึ้น
สรุปภาพรวม
วันนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าตลาดพันธบัตรคือศูนย์กลางของราคาสินทรัพย์อื่น เมื่ออุปทานพันธบัตรระยะยาวถูกบรรเทาลง ยีลด์ย่อ ดอลลาร์อ่อน และสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลอย่างทองคำกับคริปโตได้ประโยชน์ตามมา ขณะที่ตลาดหุ้นได้อานิสงส์จากต้นทุนเงินที่ลดลง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือเงินเฟ้อจะชะลอตามที่เฟดต้องการหรือไม่ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายไปทางใด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน