ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2026 เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรงจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการรอผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet และ Tesla ที่ประกาศหลังตลาดปิด
หุ้นสหรัฐย่อตัว รอผลประกอบการบิ๊กเทค
ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดในแดนลบเล็กน้อย โดย S&P 500 ลดลง 0.13% ปิดที่ 7,499 จุด ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงปรับลง 0.57% ปิดที่ 25,691 จุด ขณะที่ Dow Jones ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 52,219 จุด นักลงทุนชะลอการตัดสินใจก่อนรับรู้ผลประกอบการของสองบริษัทแรกในกลุ่ม Magnificent Seven พร้อมกับจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
น้ำมันพุ่งแรง ทองคำยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 4% แตะระดับราว 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent ทะลุ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 11 และรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่าน "ไม่จริงจังกับการเจรจา" ทำให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบอุปทานน้ำมันโลก ด้านทองคำได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ซื้อขายบริเวณ 4,100–4,137 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นราว 0.5–1.5% ยืนเหนือระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง
คริปโตอ่อนแรง บอนด์ยีลด์และดอลลาร์แข็งค่า
ตลาดคริปโตถูกกดดันจากบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง Bitcoin ซื้อขายบริเวณ 65,900 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum อยู่ที่ราว 1,922 ดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจุดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นเหนือ 4.6% สูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือระดับ 101 หลังแข็งค่าติดต่อกัน 4 วันทำการ โดยได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น
หลังตลาดปิด: Alphabet รายได้ดีแต่หุ้นร่วง Tesla กำไรพลาดเป้า
- Alphabet รายงานรายได้ 119.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% สูงกว่าคาด โดยธุรกิจคลาวด์โตถึง 82% แต่หุ้นกลับปรับลงหลังตลาดปิด เพราะบริษัทปรับเพิ่มงบลงทุน (Capex) ทั้งปีเป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ
- Tesla ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 28.24 พันล้านดอลลาร์ จากยอดส่งมอบ 480,126 คัน แต่กำไรต่อหุ้น 0.33 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 0.53 ดอลลาร์ และอัตรากำไรจากการดำเนินงานหดเหลือ 1.4%
ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ กับคำถามเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนใน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งสองประเด็นจะยังเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน