ตลาดการเงินทั่วโลกในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2026 ปรับตัวลดลงพร้อมกัน หลังจากดัชนีหลักของสหรัฐเพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น กดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้นสหรัฐ: ย่อตัวจากจุดสูงสุด
- Dow Jones ร่วงแรง 620.72 จุด หรือ -1.21%
- S&P 500 ลดลง -0.74% ยุติสถิติบวกติดต่อกัน 9 วัน
- Nasdaq ลดลง -0.89%
การปรับตัวลงครั้งนี้เป็นการถอยจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทั้งสามดัชนีเพิ่งทำไว้ในวันก่อนหน้า โดยนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นเมื่อความหวังเรื่องข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มจางลง
ค่าเงินและพันธบัตร: ดอลลาร์แข็ง ผลตอบแทนขยับขึ้น
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) แข็งค่าขึ้นแตะ 99.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราว 2 เดือน หลังรายงานการจ้างงานภาคเอกชน ADP เพิ่มขึ้น 122,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับแนวโน้มนโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟด ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ทรงตัวบริเวณ 4.45%
ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
- ทองคำ ปรับลงหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นกดดันราคา
- น้ำมัน (Brent) ปรับขึ้นมาที่ราว 97.78 ดอลลาร์/บาร์เรล (+1.85%) ตามความกังวลด้านอุปทานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ 66,965 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ทำไมตลาดถึงเคลื่อนไหวแบบนี้
ปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กลับมาอีกครั้ง หลังอิหร่านส่งสัญญาณระงับการเจรจา ทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวและนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์ ขณะเดียวกันข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งก็หนุนให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน