ตลาดการเงินทั่วโลกในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2026 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน "สิ้นสุดลงแล้ว" ภายหลังเรือบรรทุกสินค้าหลายลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายนที่เผยแพร่ในวันเดียวกันยังออกมาในโทนเข้มงวด (Hawkish) ซ้ำเติมความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
หุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์ร่วงแรง แต่หุ้นชิปพยุงแนสแด็ก
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบราว 577 จุด หรือประมาณ 1.1% มาอยู่แถว 52,339 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดลบราว 0.3% โดยแรงขายกระจายในหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ เช่น American Express ลบ 3.8% และ Boeing ลบ 3.0% อย่างไรก็ตาม ดัชนีแนสแด็กสวนทางตลาดด้วยการปิดบวกราว 0.2% จากแรงหนุนของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ นำโดย Broadcom ที่บวก 4.8% และ Nvidia บวก 3.6% สะท้อนว่ากระแสการลงทุนด้าน AI ยังช่วยพยุงหุ้นเทคโนโลยีแม้บรรยากาศโดยรวมเป็นลบ
น้ำมันพุ่งแรง ทองคำกลับปรับตัวลง
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 4.4% ปิดที่ 73.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังแตะระดับสูงสุดระหว่างวันใกล้ 76 ดอลลาร์ ขณะที่เบรนท์บวกมากกว่า 5% ทะลุ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมสองวันราคาน้ำมันปรับขึ้นแล้วกว่า 7% จากความกังวลว่าความขัดแย้งรอบใหม่จะกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ที่น่าสนใจคือทองคำซึ่งปกติมักได้แรงหนุนยามเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ กลับปรับตัวลงแตะบริเวณ 4,030-4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม สาเหตุหลักมาจากบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น เพราะนักลงทุนมองว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมา และกดดันให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไป ซึ่งเป็นลบต่อทองคำที่ไม่ให้ดอกเบี้ย
คริปโตปรับฐานตามสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin ปรับตัวลงราว 2.2% มาซื้อขายแถว 61,900 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum ลบราว 2.3% มาอยู่บริเวณ 1,733 ดอลลาร์ สะท้อนภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ที่นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่แน่นอน
ค่าเงินและบอนด์ยีลด์
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือระดับ 101 ใกล้จุดสูงสุดรอบหนึ่งสัปดาห์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้น หลังรายงานประชุมเฟดระบุว่ากรรมการหลายรายยังมองเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงหลัก และบางส่วนเห็นว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มหากเงินเฟ้อไม่ชะลอ ล่าสุดตลาดให้โอกาสราว 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจากราว 46% ในวันก่อนหน้า
โดยสรุป ตลาดวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยสองปัจจัยหลักที่เสริมกัน คือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมัน และท่าทีเข้มงวดของเฟดที่ทำให้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่สูงนานขึ้น นักลงทุนจึงลดความเสี่ยงในหุ้น คริปโต และแม้แต่ทองคำ ขณะที่ดอลลาร์และน้ำมันเป็นสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน