ตลาดการเงินโลกในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026 ปิดในลักษณะคละกัน โดยหุ้นสหรัฐแกว่งตัวแคบในวันที่มีการหมดอายุสัญญาออปชันและฟิวเจอร์สพร้อมกัน (Triple Witching) ซึ่งทำให้ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ย่อลงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม กลายเป็นตัวแปรหลักที่ช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ และหนุนให้ทองคำกับคริปโตเคอร์เรนซีปรับขึ้นได้พร้อมกัน
หุ้นสหรัฐ: ปิดคละ หุ้นเล็กอ่อนแรงกว่าหุ้นใหญ่
ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ราว 26,522 จุด บวกเล็กน้อยราว 0.4% ส่วน S&P 500 ปิดที่ราว 7,650 จุด แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ขณะที่ Dow Jones ปิดที่ราว 51,683 จุด ย่อลงเล็กน้อยราว 0.2% ด้าน Russell 2000 ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดเล็ก ปรับลงราว 0.8% แสดงว่าแรงกดดันจากต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงยังกระทบบริษัทเล็กมากกว่าบริษัทใหญ่ ในภาพรวมทั้งสัปดาห์ Dow และ S&P 500 ยังปิดติดลบ
ปัจจัยที่ตลาดยังย่อยอยู่คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณผ่านประมาณการว่ายังอาจไม่จบเพียงเท่านี้ ตลาดตอบสนองด้วยการปรับตัวลงแรงในวันประกาศ ก่อนจะฟื้นกลับในวันพฤหัสบดีและทรงตัวในวันศุกร์
ทองคำและน้ำมัน: น้ำมันร่วง ทองคำขึ้นสวนทาง
- น้ำมัน — WTI ปิดที่ราว 100.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงราว 1.2% ส่วน Brent ลดลงเกือบ 2% หลุดระดับ 104 ดอลลาร์ ถอยลงจากจุดที่เกือบแตะ 110 ดอลลาร์ช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่คลี่คลาย
- ทองคำ — ราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกราว 0.6% ที่บริเวณ 4,368 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ โลหะเงิน พุ่งแรงกว่า โดยบวกราว 3% ขึ้นไปที่ราว 67 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เหตุผลที่ทองคำขึ้นได้ทั้งที่เฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย มาจากกลไก "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง" (real yield) กล่าวคือ เมื่อราคาน้ำมันร่วง ความคาดหวังเงินเฟ้อก็ลดลงตาม และดึงให้ผลตอบแทนพันธบัตรถอยลงจากจุดสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำจึงลดลง นอกจากนี้แรงซื้อจากธนาคารกลางและกองทุน ETF ยังเป็นแรงหนุนพื้นฐานที่ต่อเนื่อง
คริปโต: บิตคอยน์กลับเหนือ 80,000 ดอลลาร์
Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวแรงที่สุดของวัน โดยปรับขึ้นราว 6% กลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ ปิดที่บริเวณ 80,900 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum บวกราว 6.8% ไปที่ราว 2,612 ดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากสองเรื่อง คือ (1) ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตร ทำให้บรรยากาศกลับเป็นแบบเปิดรับความเสี่ยง และ (2) ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) อนุมัติข้อยกเว้นระยะเวลา 5 ปี ให้บริษัทสามารถซื้อขายหุ้นสหรัฐในรูปแบบโทเคนได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตจึงปรับขึ้นตาม เช่น Coinbase บวกราว 6.6% และ Robinhood บวกราว 5.9%
ค่าเงินและพันธบัตร: BOJ ขึ้นดอกเบี้ย แต่เงินเยนกลับอ่อน
ฝั่งเอเชีย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยังยืนสูง แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางกับที่หลายคนคาด เพราะเงินเยนอ่อนค่าลงแทนที่จะแข็งค่า เนื่องจากถ้อยแถลงของผู้ว่าการอูเอดะถูกตีความว่า "ไม่เข้มงวดเท่าที่คาด" ประกอบกับผลโหวตในคณะกรรมการที่แตกออกเป็นสองฝั่ง คู่เงิน USD/JPY จึงเหวี่ยงขึ้นไปทดสอบบริเวณ 158 ระหว่างวัน ก่อนย่อกลับมาปิดที่ราว 156.9 ส่วน EUR/USD ปิดที่ราว 1.1486 ขยับขึ้นเล็กน้อย
ด้านผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ยังเคลื่อนไหวบริเวณ 5% ซึ่งเป็นโซนสูงสุดในรอบหลายปี โดยย่อลงระหว่างวันตามราคาน้ำมันที่ปรับลง ระดับผลตอบแทนที่สูงเช่นนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้นขนาดเล็กและสินทรัพย์เสี่ยงยังเคลื่อนไหวผันผวนเป็นพิเศษในช่วงนี้
สรุปภาพรวม
ธีมหลักของวันคือ "น้ำมันลง เงินเฟ้อคลาย" ซึ่งส่งผ่านไปยังทุกตลาดในทิศทางเดียวกัน คือ ผลตอบแทนพันธบัตรย่อ ทองคำขึ้น คริปโตฟื้น ส่วนหุ้นแกว่งตัวแคบเพราะยังถูกถ่วงด้วยดอกเบี้ยนโยบายที่เพิ่งปรับขึ้น สิ่งที่ตลาดจับตาต่อคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมัน และสัญญาณดอกเบี้ยรอบถัดไปของเฟด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน