ตลาดการเงินโลกในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2026 เคลื่อนไหวแบบผสม ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากช่วงอ่อนแอตอนเปิดตลาดจนปิดบวกเกือบทุกดัชนี ขณะที่น้ำมันพุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือนระหว่างวันก่อนย่อตัวลง ส่วนบอนด์ยีลด์และดอลลาร์อ่อนลงหลังตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
หุ้นสหรัฐฯ: Dow นำตลาด หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทรงตัว
- Dow Jones ปิดที่ 52,495.88 จุด เพิ่มขึ้น 529.85 จุด (+1.02%)
- S&P 500 ปิดที่ 7,712.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.84 จุด (+0.28%)
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,424.82 จุด ลดลง 6.07 จุด (-0.02%)
แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ที่ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ หุ้นขนาดเล็กปรับตัวดี และผลประกอบการไตรมาส 3 ของหลายบริษัทที่ดีกว่าคาด เช่น 3M ที่ราคาหุ้นบวกกว่า 5% หลังประกาศงบ ขณะที่ General Motors ร่วงราว 7-8% แม้กำไรไตรมาส 3 จะดีกว่าคาด เพราะประมาณการกำไรทั้งปีต่ำกว่าค่ากลางที่นักวิเคราะห์คาดไว้ สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับแนวโน้มอนาคตมากกว่าตัวเลขย้อนหลัง
ด้านหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มอุปกรณ์ผลิตชิปอ่อนตัว เนื่องจากนักลงทุนรอดูงบของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ที่จะทยอยประกาศ ทำให้ Nasdaq ทรงตัว ขณะที่ในเอเชีย ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงถึง 3.73% จากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป
น้ำมันและทองคำ: ความเสี่ยงตะวันออกกลางยังเป็นตัวกำหนดทิศทาง
น้ำมัน แกว่งตัวแรง ราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปแตะราว 110-111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จากความกังวลเรื่องการโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซและเหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะย่อตัวลงจากความหวังเรื่องการเจรจากับอิหร่าน โดย Brent สัญญาเดือนธันวาคมปิดราว 108.79 ดอลลาร์ (-0.69%) และ WTI ปิดราว 98.28 ดอลลาร์ (-0.26%) การที่น้ำมันย่อตัวช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในช่วงบ่าย
ทองคำ ปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ราคาสปอตอยู่ราว 4,124 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (-0.39%) และทองคำฟิวเจอร์สเดือนธันวาคมราว 4,143 ดอลลาร์ (-0.42%) ปัจจัยกดดันคือราคาน้ำมันที่สูงทำให้ตลาดกังวลเงินเฟ้อและเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำ ส่วนเงิน (Silver) ขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ราว 57.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คริปโต: แกว่งตัวตามภาวะสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin อ่อนตัวลงในช่วงเช้าตามเวลาสหรัฐฯ ไปแถว 81,400 ดอลลาร์ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง ก่อนฟื้นกลับมาบริเวณ 82,800 ดอลลาร์ในช่วงท้ายวัน พร้อมกับตลาดหุ้นที่ฟื้นตัว ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวอ่อนแอกว่า ซื้อขายบริเวณ 2,380-2,400 ดอลลาร์ ลดลงราว 1.5% ในระหว่างวัน ทั้งนี้ราคาทั้งสองเหรียญยังต่ำกว่าระดับเมื่อ 1 ปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
ค่าเงินและพันธบัตร: ข้อมูลอสังหาฯ อ่อนแอ ฉุดยีลด์ลง
ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน (Housing Starts) และยอดทำสัญญาขายบ้าน (Pending Home Sales) ของสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงราว 3 basis points มาอยู่ที่ประมาณ 5.12% และอายุ 2 ปีอยู่ราว 4.76% ยีลด์ที่ลดลงช่วยหนุนหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และธนาคาร ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลง 0.26% มาอยู่ที่ราว 101.71
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ แต่ให้โอกาสสูงที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หากราคาพลังงานยังกดดันเงินเฟ้อ
ประเด็นที่ควรติดตาม
- ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง Nasdaq และหุ้นกลุ่ม AI
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความคืบหน้าการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อราคาน้ำมัน
- ท่าทีของ Fed ก่อนการประชุมปลายเดือนตุลาคม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน