ตลาดการเงินวันอังคารที่ 29 กันยายน 2026 ยังอยู่ในบรรยากาศระมัดระวัง หุ้นสหรัฐปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยแรงกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่ยืนสูงใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี บวกกับตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดมาก ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลงแรงและทองคำฟื้นตัวได้เล็กน้อย
หุ้นสหรัฐ: ปิดลบวันที่สาม
- Dow Jones ปิดที่ 51,349.92 จุด ลดลง 67.04 จุด หรือ -0.13%
- S&P 500 ปิดที่ 7,670.84 จุด ลดลง 28.76 จุด หรือ -0.37%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,797.54 จุด ลดลง 111.22 จุด หรือ -0.41%
ตัวแปรสำคัญของวันคือรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก Conference Board เดือนกันยายน ซึ่งร่วงลง 6.7 จุด มาอยู่ที่ 81.9 ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2014 หรือกว่า 12 ปี โดยหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Conference Board ระบุว่าผู้ตอบแบบสำรวจพูดถึงราคาสินค้าและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นในเดือนกันยายนมากเป็นประวัติการณ์ รวมถึงความกังวลเรื่องการเมือง การค้า และการจ้างงาน
ตัวเลขนี้สำคัญเพราะการบริโภคเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อความเชื่อมั่นทรุด ตลาดจึงเริ่มตั้งคำถามถึงกำไรบริษัทในไตรมาสถัดไป และกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ราคาขึ้นมาสูงก็ถูกขายทำกำไรก่อน
พันธบัตรและค่าเงิน: ต้นตอของแรงกดดัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังเป็นตัวกดตลาดหุ้น โดยยีลด์อายุ 10 ปีเคลื่อนไหวแถว 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ยีลด์อายุ 30 ปีขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบราว 24 ปีเมื่อวันจันทร์ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยในวันอังคาร
สาเหตุอยู่ที่มุมมองนโยบายการเงิน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาที่ระดับ 3.75–4.00% และเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายย้ำว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดให้น้ำหนักราว 68–70% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม เมื่อยีลด์สูงขึ้น ผลตอบแทนที่ปลอดความเสี่ยงก็น่าสนใจกว่า เงินจึงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นราว 0.2% ไปอยู่แถว 101.4 เข้าใกล้จุดสูงสุดของปี ตามแรงหนุนจากยีลด์และท่าทีเข้มงวดของเฟด ส่วนคู่เงิน EUR/USD อ่อนลงมาที่ราว 1.1340 จาก 1.1371 ในวันก่อน
ทองคำและน้ำมัน: เดินสวนทาง
ทองคำฟื้นตัวราว 0.7% มาปิดแถว 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังวันจันทร์ร่วงแรงลงไปทำระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม แรงซื้อกลับส่วนหนึ่งมาจากผู้ซื้อที่เข้าสะสมก่อนช่วงวันหยุดยาว Golden Week ของจีน แต่การฟื้นตัวถูกจำกัดด้วยดอลลาร์ที่แข็งและยีลด์ที่สูง ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำ
น้ำมันดิบ WTI ปรับลงแรงราว 3% มาปิดแถว 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent อยู่ราว 104–105 ดอลลาร์ สาเหตุคือความกังวลด้านอุปทานคลายลงอย่างชัดเจน ปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางฟื้นกลับมาที่ราว 17.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 98% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง สหรัฐประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์อีก 40 ล้านบาร์เรล และมีรายงานการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐกับอิหร่านผ่านคนกลางเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
คริปโต: แทบไม่ขยับ
Bitcoin ปิดแถว 83,500 ดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อน (+0.05%) ส่วน Ethereum อยู่ที่ราว 2,674 ดอลลาร์ ลดลง 0.5% ภาพรวมคริปโตยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบและอ่อนแรงตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น เพราะสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงและดอลลาร์แข็งไม่เอื้อต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนระหว่างถือ
สรุปภาพรวม
แกนกลางของตลาดวันนี้คือ "เงินเฟ้อจากพลังงาน" ที่ส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ราคาน้ำมันที่พุ่งในเดือนกันยายนกดความเชื่อมั่นผู้บริโภคลงต่ำสุดในรอบ 12 ปี พร้อมกันนั้นก็ผลักคาดการณ์เงินเฟ้อและยีลด์พันธบัตรให้สูงขึ้น ซึ่งย้อนกลับมากดตลาดหุ้นและหนุนดอลลาร์ ประเด็นที่ตลาดจับตาต่อคือทิศทางการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ และการประชุมเฟดเดือนตุลาคม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน