ตลาดการเงินวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2026 เคลื่อนไหวแบบแยกทิศทาง ขณะที่ชาวอเมริกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอม หุ้นเทคโนโลยีและชิปฟื้นตัวหนุนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq แต่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดกลับปรับลง ด้านข้อมูลตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งดันบอนด์ยีลด์สูงขึ้นและกดดันทองคำ ส่วนราคาน้ำมันผันผวนหนักตามข่าวการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
หุ้นสหรัฐฯ: ดัชนีหลักบวก แต่ความกว้างตลาดอ่อนแอ
- S&P 500 เพิ่มขึ้น 27.52 จุด (+0.4%) ปิดที่ 7,568.92 จุด ยุติการลดลงติดต่อกัน 3 วัน
- Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 207.65 จุด (+0.8%) ปิดที่ 25,372.01 จุด
- Dow Jones ลดลง 197.26 จุด (-0.4%) ปิดที่ 51,786.72 จุด
แรงหนุนหลักมาจากกลุ่มชิปที่ฟื้นตัวหลังผันผวนหนักในช่วงก่อนหน้า ดัชนี PHLX Semiconductor บวก 2.63% โดย Nvidia เพิ่มขึ้น 2.29% ส่วน Microsoft บวก 2.74% ขณะที่ Apple ลดลง 1.90% และเป็นตัวถ่วง Dow หลังบริษัทเตือนว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นอาจกดดันอัตรากำไร ภาพรวมจึงไม่ได้แข็งแรงอย่างที่ดัชนีสะท้อน เพราะหุ้นส่วนใหญ่ใน S&P 500 ปรับลง และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคกับกลุ่มวัสดุลดลงราว 2% หลังตลาดปิด AMD ขยับขึ้นราว 7% จากผลประกอบการและแนวโน้มรายได้ที่ดีกว่าคาด
พันธบัตรและค่าเงิน: ข้อมูลแข็งแกร่ง ตอกย้ำแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย
ตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 7.523 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดและสูงสุดนับจากเดือนพฤษภาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเพิ่มขึ้น 1.8% ดีกว่าคาดเช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ตลาดให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมวันที่ 8-9 ธันวาคมสูงราว 3 ใน 4 หลังการประชุมรอบล่าสุดที่เฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75-4.00% แต่มีกรรมการ 2 คนเห็นควรให้ขึ้นดอกเบี้ยทันที
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ราว 4.95% และอายุ 30 ปีอยู่ราว 5.32%
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) เพิ่มขึ้นราว 0.1% มาที่ประมาณ 101.9
- USD/JPY เพิ่มขึ้นราว 0.5% มาที่ประมาณ 158.7 ตามส่วนต่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้น
ทองคำและน้ำมัน: แรงกดดันจากยีลด์ และข่าวอิหร่านที่สวนทางกัน
ทองคำ สปอตลดลงราว 0.6% มาอยู่แถว 3,924 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันราว 3,893 ดอลลาร์ เหตุผลหลักคือบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ที่แข็งขึ้นทำให้การถือทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยน่าสนใจน้อยลง ส่วนเงินลดลงราว 2% แถว 49.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์
น้ำมัน Brent ปิดที่ 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (-1.12%) และ WTI ปิดที่ 96.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (-0.38%) ต่อเนื่องจากวันจันทร์ที่ Brent ร่วงถึง 7.6% ราคาขึ้นในช่วงแรกหลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน ก่อนที่ Brent จะดิ่งจากราว 107 ดอลลาร์ลงไปใกล้ 101 ดอลลาร์ในเวลาสั้นๆ เมื่อมีรายงานว่าวอชิงตันอนุมัติร่างข้อตกลงผ่านตัวกลางกาตาร์ จากนั้นราคาฟื้นกลับบางส่วนเมื่อเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลจากข้อตกลง และช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัดอยู่
คริปโต: ฟื้นตามหุ้นเทค แต่เงินทุนยังไหลออก
Bitcoin ฟื้นขึ้นราว 1.4% มาแถว 77,700 ดอลลาร์ และ Ethereum เพิ่มขึ้นราว 1.6% มาแถว 2,290 ดอลลาร์ ช่วงตลาดสหรัฐฯ ปิด โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ดี บรรยากาศยังระมัดระวัง เพราะกองทุน Bitcoin ETF ฝั่งสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิราว 398 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ ประกอบกับตลาดยังซึมซับผลกระทบจากเหตุ Binance ถูกโจรกรรมสินทรัพย์มูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์เมื่อปลายเดือนตุลาคม
ภาพรวม
ประเด็นที่เชื่อมตลาดทั้งหมดเข้าด้วยกันคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งดันยีลด์และดอลลาร์ขึ้น พร้อมกับความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันแกว่งตัวแรง ตลาดยังรอติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองด้านการคลังและนโยบายของสหรัฐฯ ต่อไป
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน