หัวข้อที่ครองความสนใจของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 หนีไม่พ้นความคืบหน้าของ การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเฉพาะข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันและ LNG ของโลกกว่า 20%
สถานะการเจรจาล่าสุด
ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุเมื่อ 23 พฤษภาคมว่า ข้อตกลงกับอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ "เจรจากันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่" และจะมีการประกาศในเร็วๆ นี้ โดยข้อตกลงจะประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจ (MOU) เป็นเฟสแรก ก่อนจะเข้าสู่การเจรจาในรายละเอียดเพิ่มเติมภายใน 30-60 วัน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio ระบุว่าการเจรจา "ยังเป็นงานที่กำลังดำเนินอยู่" และอิหร่านยังคงโต้แย้งบางประเด็น โดยยืนยันว่าน่านน้ำดังกล่าวจะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วในตลาด
- ราคาน้ำมัน — WTI ร่วงเกือบ 5% เหลือราว 88 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนเบรนต์อยู่ที่ราว 99 ดอลลาร์ สะท้อนความหวังว่าอุปทานจะกลับมา
- ราคาน้ำมันที่ปั๊ม — ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐสูงถึง 4.56 ดอลลาร์/แกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
- เงินเฟ้อสหรัฐ — พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เป็นแรงกดดันให้ Fed ต้องระมัดระวังในการลดดอกเบี้ย
- ตลาดหุ้น — Dow และ S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันพุธ ขานรับความหวังเรื่องน้ำมันลดลงและอุปทานพลังงานคลี่คลาย
ทำไมช่องแคบฮอร์มุซจึงสำคัญ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและ LNG ที่สำคัญที่สุดในโลก โดยน้ำมันราว 20% ของอุปทานทั่วโลกผ่านเส้นทางนี้ ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ช่องแคบนี้ "ปิดโดยพฤตินัย" สำหรับการขนส่งน้ำมัน แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกในสัปดาห์นี้ เมื่อเรือซูเปอร์แทงเกอร์ที่ไม่ใช่ของอิหร่าน 2 ลำ ผ่านช่องแคบได้เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ ขนส่งน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรล
ความหมายต่อเทรดเดอร์
หากการเจรจาสำเร็จและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาขนส่งได้ตามปกติ ราคาน้ำมันอาจปรับลงต่อ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก เปิดทางให้ธนาคารกลางใหญ่ๆ ผ่อนคลายนโยบายได้สบายขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ในทางกลับกัน หากการเจรจาล่ม ตลาดอาจกลับเข้าสู่โหมด Risk-Off อย่างรวดเร็ว ทองคำและดอลลาร์น่าจะเป็นที่หลบภัย ขณะที่น้ำมันมีโอกาสพุ่งกลับเหนือ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง
เทรดเดอร์ควรจับตา การประกาศ MOU อย่างเป็นทางการ และพัฒนาการในอีก 30-60 วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสินทรัพย์หลักทั่วโลกในระยะกลาง
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน