🔍 เลือกโบรกเกอร์ยังไงดี? เรารีวิวและให้คะแนนโบรกเด่นไว้ให้แล้วดูรีวิว
หน้าแรก / เรียนเทรด / มือใหม่เริ่มต้น
มือใหม่เริ่มต้น

Forex คืออะไร?

Forex ย่อมาจาก "Foreign Exchange" แปลตรงตัวว่า "การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ" พูดง่ายๆ คือตลาดที่คนทั่วโลกเอาเงินสกุลหนึ่งไปแลกเป็นอีกสกุลหนึ่ง

จริงๆ แล้วเราทุกคนเคยสัมผัส Forex มาแล้ว ลองนึกถึงตอนไปเที่ยวต่างประเทศ — เราเอาเงินบาทไปแลกเป็นเงินเยนหรือดอลลาร์ที่ร้านแลกเงิน นั่นแหละคือการเทรด Forex ในแบบที่ง่ายที่สุด

ความต่างก็คือ เทรดเดอร์ในตลาด Forex ไม่ได้แลกเงินเพื่อเอาไปใช้จ่าย แต่แลกเพื่อ "ทำกำไรจากส่วนต่างของราคา" เพราะค่าเงินแต่ละสกุลขึ้น-ลงตลอดเวลา ถ้าเราแลกตอนราคาถูก แล้วแลกกลับตอนราคาแพงขึ้น ส่วนต่างที่ได้ก็คือกำไร

และเพราะเงินตราถูกซื้อขายกันทั่วโลกแทบจะตลอดเวลา Forex จึงกลายเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก — ใหญ่ขนาดไหน เราจะไปดูกันในหัวข้อถัดไป

ทำไม Forex ถึงใหญ่ที่สุดในโลก

ตลาด Forex ใหญ่แค่ไหน? ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (เทียบเป็นดอลลาร์สหรัฐ) ตลาด Forex 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อวัน ตลาดหุ้นทั่วโลก ≈ 0.5 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อวัน ตลาดคริปโต ≈ 0.1 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อวัน Forex ใหญ่กว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกันราว 15 เท่า ที่มา: BIS Triennial Central Bank Survey 2022 (Forex) · ตัวเลขตลาดหุ้นและคริปโตเป็นค่าประมาณ

ลองดูตัวเลขนี้กัน — ในแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนในตลาด Forex มากถึงราว 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ปี 2022) เทียบกันแล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกันซื้อขายกันวันละไม่ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดคริปโตยิ่งเล็กลงไปอีก พูดง่ายๆ คือ Forex ใหญ่กว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกันราว 15 เท่า

แล้วทำไมถึงใหญ่ขนาดนี้? เพราะ "เงิน" เป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกต้องใช้ ไม่ใช่แค่เทรดเดอร์ — ธนาคาร บริษัทนำเข้า-ส่งออก รัฐบาล ไปจนถึงนักท่องเที่ยว ทุกฝ่ายล้วนต้องแลกเปลี่ยนเงินตรากันตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีการค้าขายข้ามประเทศ ก็มีการซื้อขายเงินตราเกิดขึ้น

ความใหญ่ของตลาดนี้มีข้อดีสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ นั่นคือ "สภาพคล่องสูง" — มีคนซื้อคนขายอยู่เยอะตลอดเวลา เราจึงเข้า-ออกออเดอร์ได้ง่าย ราคาไม่ค่อยกระโดดผิดปกติเหมือนตลาดเล็กๆ

คู่เงินทำงานยังไง

อ่านคู่เงินยังไง? ทุกการเทรด Forex คือการจับคู่เงิน 2 สกุล — ตัวอย่างคู่ EUR/USD EUR / USD สกุลเงินหลัก (Base) สกุลเงินตัวแรก — ตัวที่เรา ตัดสินใจ "ซื้อ" หรือ "ขาย" สกุลเงินอ้างอิง (Quote) สกุลเงินตัวหลัง — ตัวที่ ใช้ "บอกราคา" EUR/USD = 1.0850 → เงิน 1 ยูโร แลกได้ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ

ในตลาด Forex เราไม่ได้ซื้อขายเงินสกุลเดียวโดดๆ แต่ซื้อขายกันเป็น "คู่เงิน" เสมอ เพราะการเทรดคือการเอาเงินสกุลหนึ่งไปแลกอีกสกุลหนึ่ง คู่เงินที่คนทั่วโลกเทรดกันมากที่สุดคือ EUR/USD หรือยูโรเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

คู่เงินทุกคู่มี 2 ส่วนเสมอ — สกุลเงินตัวแรกเรียกว่า "สกุลเงินหลัก" (base currency) ส่วนตัวหลังเรียกว่า "สกุลเงินอ้างอิง" (quote currency) ตัวเลขราคาที่เราเห็นจะบอกว่า เงินหลัก 1 หน่วย แลกเป็นเงินอ้างอิงได้เท่าไหร่

ยกตัวอย่าง ถ้า EUR/USD = 1.0850 หมายความว่าเงิน 1 ยูโร แลกเป็นดอลลาร์ได้ 1.0850 ดอลลาร์ ถ้าตัวเลขนี้ขยับขึ้นเป็น 1.0900 แปลว่ายูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถ้าลดลงเหลือ 1.0800 ก็แปลว่ายูโรอ่อนค่าลง

เทรดเดอร์ทำกำไรจากการเดาทิศทางนี้ให้ถูก — ถ้าคิดว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้นก็ "ซื้อ" คู่เงินนี้ไว้ ถ้าคิดว่าจะอ่อนค่าลงก็ "ขาย" ออกไป เรื่องการซื้อ-ขายทำกำไรนี้ เราจะลงรายละเอียดในหัวข้อท้ายๆ ของบทเรียน

ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์

ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง เปิดต่อเนื่อง จันทร์–ศุกร์ ผ่าน 4 เซสชันทั่วโลกหมุนเวียนกันไป (เวลาประเทศไทย) ช่วงคึกคัก ซิดนีย์ 05:00 – 14:00 โตเกียว 07:00 – 16:00 ลอนดอน 14:00 – 23:00 นิวยอร์ก 19:00 – 04:00 05:00 08:00 11:00 14:00 17:00 20:00 23:00 02:00 05:00 ช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน (ราว 19:00–23:00 น.) คือเวลาที่ตลาดคึกคักและราคาเคลื่อนไหวแรงที่สุด เวลาโดยประมาณตามเขตเวลาไทย · อาจคลาดเคลื่อนราว 1 ชั่วโมงตามช่วงเวลาออมแสง (DST) ของแต่ละประเทศ

ข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้ Forex ต่างจากตลาดหุ้น คือมันเปิดเกือบตลอดเวลา — ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ไปจนถึงเช้าวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย โดยไม่มีการปิดพักระหว่างวัน

เป็นแบบนี้ได้เพราะตลาด Forex ไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่เดียว แต่กระจายอยู่ตามเมืองการเงินใหญ่ทั่วโลก เมื่อเมืองหนึ่งปิดทำการ อีกเมืองก็เปิดรับช่วงต่อ หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ แบ่งเป็น 4 เซสชันหลัก คือ ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก

ช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดคือตอนที่ 2 เซสชัน "ทับซ้อน" กัน โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (ราว 19:00–23:00 น. ตามเวลาไทย) ช่วงนี้มีคนเทรดมากที่สุด ราคาเคลื่อนไหวแรงและมีโอกาสมากกว่าช่วงอื่น

สำหรับคนไทยที่ทำงานประจำ นี่เป็นข้อดี เพราะเราเลือกเทรดช่วงเย็นถึงค่ำได้ ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงที่ตลาดคึกคักที่สุดพอดี

ใครเล่นอยู่ในตลาด Forex บ้าง

ใครเล่นอยู่ในตลาด Forex บ้าง? ผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ที่ขับเคลื่อนตลาด จนถึงเทรดเดอร์รายย่อยอย่างเรา รายใหญ่ รายย่อย ธนาคารกลาง คุมนโยบายการเงิน ธนาคารใหญ่ระดับโลก ซื้อขายปริมาณมากที่สุด กองทุนและสถาบันการเงิน เฮดจ์ฟันด์ · กองทุนรวม ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก แลกเงินเพื่อการค้าจริง เทรดเดอร์รายย่อย นักเทรดทั่วไปอย่างเรา ขนาดของแถบสื่อถึงลำดับความใหญ่ของผู้เล่น ไม่ใช่สัดส่วนปริมาณซื้อขายจริง

ตลาด Forex มีผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่รายใหญ่ที่สุดไปจนถึงรายย่อย การเข้าใจว่ามีใครอยู่ในตลาดบ้าง ช่วยให้เรามองภาพออกว่าราคาถูกขับเคลื่อนด้วยใคร

บนสุดคือ "ธนาคารกลาง" ของแต่ละประเทศ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งกำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย ส่งผลต่อค่าเงินโดยตรง ถัดลงมาคือธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ระดับโลก ที่ซื้อขายเงินกันเองในปริมาณมหาศาล รวมกันแล้วเป็นสัดส่วนการซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในตลาด

ระดับกลางคือกองทุนและสถาบันการเงิน เช่น เฮดจ์ฟันด์ กองทุนรวม และบริษัทประกัน ถัดมาคือธุรกิจที่นำเข้า-ส่งออกสินค้า ซึ่งต้องแลกเงินเพื่อการค้าจริง

ล่างสุดคือ "เทรดเดอร์รายย่อย" หรือนักเทรดทั่วไปอย่างเรา แม้เงินทุนของแต่ละคนจะน้อยมากเมื่อเทียบกับรายใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเราเป็นผู้เล่นรายเล็ก จึงควรเทรดไปตามทิศทางของตลาด ไม่ใช่ฝืนตลาด

กำไรจาก Forex มาจากไหน

หลักการทำกำไรใน Forex จริงๆ แล้วเรียบง่าย — มาจาก "ส่วนต่างของราคา" ระหว่างราคาที่เราซื้อกับราคาที่เราขาย แต่มีจุดที่มือใหม่หลายคนยังไม่รู้ คือเราทำกำไรได้ทั้งตอนราคาขึ้นและตอนราคาลง

กรณีที่ 1 — ราคาขึ้น: ถ้าเราคิดว่าคู่เงินจะแข็งค่าขึ้น เราก็ "ซื้อ" (เปิดออเดอร์ Buy) ที่ราคาถูก แล้วรอขายคืนตอนราคาแพงขึ้น ส่วนต่างคือกำไร — อันนี้เหมือนการซื้อมาขายไปทั่วไปที่ทุกคนคุ้นเคย

กรณีที่ 2 — ราคาลง: ถ้าเราคิดว่าคู่เงินจะอ่อนค่าลง เราก็ "ขาย" (เปิดออเดอร์ Sell) ที่ราคาสูงก่อน แล้วซื้อคืนตอนราคาถูกลง ส่วนต่างก็เป็นกำไรเช่นกัน ความสามารถนี้เรียกว่าการ "ขายชอร์ต" (short selling) เป็นข้อได้เปรียบของ Forex ที่เปิดโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

แต่ต้องเข้าใจอีกด้านด้วย — เมื่อทำกำไรได้ทั้งสองทาง ก็แปลว่าขาดทุนได้ทั้งสองทางเช่นกัน ถ้าเราเดาทิศทางผิด ส่วนต่างของราคาก็จะกลายเป็นการขาดทุนแทน นี่คือเหตุผลที่ "การบริหารความเสี่ยง" สำคัญมาก และเป็นเรื่องที่เราจะเรียนลึกขึ้นในระดับถัดไป

สรุปบทเรียน

มาถึงตรงนี้ เราได้รู้จักภาพรวมของตลาด Forex กันครบแล้ว — ตั้งแต่ความหมาย ขนาดของตลาด วิธีอ่านคู่เงิน เวลาเปิด-ปิด ผู้เล่นในตลาด ไปจนถึงที่มาของกำไร ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานที่จะใช้ต่อยอดในบทเรียนถัดๆ ไป

สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้

  • Forex คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • เราซื้อขายกันเป็น "คู่เงิน" เสมอ — ราคาบอกว่าเงินหลัก 1 หน่วยแลกเงินอ้างอิงได้เท่าไหร่
  • ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง จันทร์–ศุกร์ ผ่าน 4 เซสชันทั่วโลก ช่วงลอนดอน-นิวยอร์กทับซ้อนคือช่วงคึกคักสุด
  • ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น (Buy) และขาลง (Sell) แต่ก็ขาดทุนได้ทั้งสองทางเช่นกัน

คำเตือน: บทเรียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินทุนได้ ผู้เริ่มต้นควรฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo) จนเข้าใจดีก่อนเริ่มใช้เงินจริงเสมอ

← กลับหน้าคอร์ส บทถัดไป →