ตลาดการเงินโลกในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2026 เคลื่อนไหวในโทน "ระมัดระวัง" โดยมีสองแรงกดดันหลักทำงานพร้อมกัน คือ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ ที่ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ ทั้งสองปัจจัยรวมกันทำให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกขายทำกำไร ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำยังยืนได้
หุ้นสหรัฐ: ปิดลบเล็กน้อยทั้งสามดัชนี
- ดาวโจนส์ ลดลง 107.58 จุด หรือ -0.2% ปิดที่ 53,732.41 จุด
- S&P 500 ลดลง 13.23 จุด หรือ -0.2% ปิดที่ 7,785.76 จุด
- Nasdaq Composite ลดลง 73.86 จุด หรือ -0.3% ปิดที่ 26,729.16 จุด
แรงกดดันมาจากต้นทุนการเงินระยะยาวที่สูงขึ้น เมื่อบอนด์ยีลด์ขยับขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตจะถูกคิดลดมากขึ้น หุ้นกลุ่มเติบโตจึงอ่อนไหวเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนออกมาที่ Nasdaq ที่ปรับตัวลงมากกว่าดัชนีอื่น นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการตัดสินใจเพื่อรอผลประกอบการของกลุ่มค้าปลีกที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นหน้าต่างสำคัญในการอ่านกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ
พันธบัตร: ยีลด์ 30 ปี ขึ้นแตะ 5.31% สูงสุดตั้งแต่ปี 2007
ประเด็นใหญ่ที่สุดของวันอยู่ที่ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับขึ้นเกือบ 6 basis points สู่ระดับ 5.31% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สาเหตุมาจากความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ที่ขยายตัว ปริมาณการออกพันธบัตรระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมายของเฟดต่อเนื่อง แรงขายลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรแคนาดา (ยีลด์ 30 ปี สูงสุดตั้งแต่ปี 2010) และเยอรมนี (สูงสุดตั้งแต่ปี 2011) สะท้อนว่าเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องเฉพาะสหรัฐฯ
น้ำมันและทองคำ
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 3% โดย เบรนท์ ขยับเข้าใกล้ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราว 3 สัปดาห์ ต้นเหตุมาจากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะกลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้าน ทองคำ ยังทรงตัวในระดับสูง โดยสัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมเคลื่อนไหวราว 4,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับขึ้นเล็กน้อยราว 0.1% จากวันศุกร์ และปิดสัปดาห์ก่อนหน้าด้วยการบวกราว 2.4% แรงหนุนมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอ โดยยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมหดตัว 0.6% หลังจากขยายตัวติดต่อกัน 9 เดือน
ค่าเงินและคริปโต
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลง 0.2% ในวันดังกล่าว แม้ภาพรวมทั้งปียังบวกราว 1.2% การอ่อนค่าระยะสั้นสอดคล้องกับตัวเลขค้าปลีกที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้ตลาดกลับมาตั้งคำถามเรื่องความแข็งแกร่งของการบริโภคภายในประเทศ
ฝั่ง คริปโต ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ Bitcoin ซื้อขายบริเวณ 63,000-63,500 ดอลลาร์ ยังไม่สามารถผ่านแนว 64,000 ดอลลาร์ได้ และปรับตัวลงกว่า 3% ในรอบสัปดาห์ ส่วน Ethereum เคลื่อนไหวราว 1,875-1,895 ดอลลาร์ ลดลงราว 1.8% ในรอบสัปดาห์ ตลาดคริปโตยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ ขณะที่ความสนใจของนักลงทุนบางส่วนไหลไปยังธีมการลงทุนด้าน AI compute แทน
สรุปภาพรวม
วันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นภาพของตลาดที่ถูกกดจาก "ต้นทุนเงิน" และ "ต้นทุนพลังงาน" พร้อมกัน หุ้นย่อตัวเล็กน้อย ทองคำยืนได้ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง น้ำมันเป็นตัวนำขาขึ้น และพันธบัตรระยะยาวคือจุดที่ควรจับตามากที่สุด เพราะเป็นตัวแปรที่ส่งผ่านไปยังทุกสินทรัพย์
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน