ตลาดการเงินโลกในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2026 เคลื่อนไหวในลักษณะ "ผสม" โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับสองปัจจัยหลัก คือ ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการรอตัวเลขเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จับตา
หุ้นสหรัฐ: ดัชนีแยกทิศ เทคโนโลยีฉุดตลาด
ดัชนีหลักของสหรัฐปิดไม่ไปในทิศทางเดียวกัน โดย ดาวโจนส์ บวก 148.01 จุด หรือราว 0.29% ขณะที่ S&P 500 ปรับลง 0.37% มาที่ 7,472.79 จุด และ Nasdaq ร่วงแรงกว่าที่ 1.32% มาปิดที่ 26,166.60 จุด
แรงกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ถูกเทขาย ได้แก่:
- Alphabet ลดลงราว 5%
- Amazon ลดลงราว 4.8%
- Microsoft ลดลงราว 3%
- Meta Platforms ลดลงราว 2.3%
ในทางกลับกัน หุ้นขนาดเล็กกลับโดดเด่น โดยดัชนี Russell 2000 ปิดที่ระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนการหมุนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เข้าสู่หุ้นกลุ่มอื่น
ค่าเงิน: ดอลลาร์ทรงตัวแข็ง เยนอ่อนต่อเนื่อง
ดอลลาร์สหรัฐยังทรงตัวในระดับแข็งค่า ได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ยังเหนียว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ระดับสูง และท่าทีระมัดระวังของเฟด ด้าน USD/JPY เคลื่อนไหวแถว 161 เยนต่อดอลลาร์ สะท้อนเงินเยนที่อ่อนค่ากว่าที่ตลาดเคยคาด ขณะที่ EUR/USD ยังเคลื่อนไหวในกรอบบริเวณ 1.17
ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
ทองคำ ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยอยู่ที่ราว 4,199 ดอลลาร์ ฟื้นตัวบางส่วนจากการปรับลงในช่วงก่อนหน้า แม้แรงกดดันด้านความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะเริ่มคลายลง
น้ำมันดิบ ปรับตัวลงต่อ โดยสัญญาส่งมอบเดือนสิงหาคมอยู่ที่ราว 73.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านเห็นชอบแผนเดินหน้าสู่ข้อตกลงสันติภาพภายใน 60 วัน ทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันคลายลง
Bitcoin เคลื่อนไหวที่ราว 64,575 ดอลลาร์ ปรับขึ้นเล็กน้อยราว 0.80%
สรุปปัจจัยขับเคลื่อน
ภาพรวมของวันสะท้อนว่า ความหวังเรื่องสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยกดราคาน้ำมันและลดความเสี่ยง ขณะที่การเทขายหุ้นเทคโนโลยีฉุด S&P 500 และ Nasdaq ส่วนนักลงทุนยังรอตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญเพื่อประเมินทิศทางนโยบายของเฟดในระยะถัดไป
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน