ตลาดการเงินวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2026 มีภาพผสม หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ถูกเทขายหลังผลประกอบการของ Alphabet ทำให้ตลาดกังวลเรื่องรายจ่ายด้าน AI อีกครั้ง ในทางกลับกัน หุ้นขนาดเล็กปรับขึ้น และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลงกลับมาต่ำกว่า 5% ส่วนทองคำ น้ำมัน และคริปโตอ่อนตัวลงพร้อมกัน
หุ้นสหรัฐฯ: Nasdaq ร่วงนำ เพราะ Alphabet
- S&P 500 ปิดที่ 7,720.39 จุด ลดลง 0.30% ทำให้การปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วันสิ้นสุดลง
- Dow Jones ปิดที่ 52,342.56 จุด ลดลง 0.25%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 26,184.72 จุด ลดลง 1.38%
- Russell 2000 (หุ้นขนาดเล็ก) สวนตลาด ปรับขึ้นราว 1.0%
แรงกดดันหลักมาจาก Alphabet ที่ร่วงกว่า 12% หลังกำไรต่อหุ้นและรายได้ฝั่งโฆษณาค้นหาออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่รายจ่ายลงทุนด้าน AI ที่สูงมากทำให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ นักลงทุนจึงตั้งคำถามว่าเงินลงทุนก้อนใหญ่นี้จะให้ผลตอบแทนเมื่อไร แรงขายลามไปยังหุ้นซอฟต์แวร์และหุ้นที่เกี่ยวกับ AI เช่น ServiceNow, Fortinet และ Marvell ที่ร่วงแรง ส่วนใน Dow หุ้น Caterpillar ลดลงกว่า 9% เพราะแนวโน้มธุรกิจไม่ได้รับแรงหนุนจากดาต้าเซ็นเตอร์มากอย่างที่ตลาดหวัง
ฝั่งบวก Microsoft รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด และ Eli Lilly ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากยาลดน้ำหนัก ช่วยหนุนกลุ่มเฮลท์แคร์ ที่น่าสังเกตคือดัชนี S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักเท่ากันปรับขึ้น แปลว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดยังบวก การลดลงของดัชนีหลักกระจุกอยู่ที่หุ้นเทคขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว หลังตลาดปิด Amazon และ Intel ประกาศงบ และราคาหุ้นทั้งสองปรับลงในการซื้อขายนอกเวลา
เศรษฐกิจและเฟด: GDP แข็งแกร่ง เงินเฟ้อยังสูง
GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 (ประมาณการครั้งแรก) ขยายตัว 3.4% ต่อปี ดีกว่าที่ตลาดคาด ส่วนดัชนีราคา PCE เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.6% เทียบกับปีก่อน และ Core PCE เพิ่มขึ้น 3.1% ใกล้เคียงกับที่คาด แต่ยังสูงกว่าเป้า 2% ของเฟดอยู่มาก ข้อมูลนี้ออกมาหนึ่งวันหลังจากเฟดมีมติคงดอกเบี้ย ตลาดจึงยังให้น้ำหนักสูงราว 80% ว่าเฟดอาจ ขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนธันวาคม
พันธบัตรและค่าเงิน: ยีลด์ลง ดอลลาร์อ่อน
- ยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงราว 7 bps มาอยู่ที่ประมาณ 4.98% และยีลด์ 2 ปีลดลงราว 6 bps มาอยู่ที่ประมาณ 4.61%
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าราว 0.3% มาอยู่ที่ประมาณ 101.9
แม้เงินเฟ้อยังสูง แต่ยีลด์กลับลดลง เพราะมีแรงซื้อพันธบัตรเป็นแหล่งพักเงินปลอดภัยในวันที่หุ้นเทคถูกเทขาย เมื่อยีลด์ลง ส่วนต่างผลตอบแทนที่หนุนดอลลาร์ก็แคบลง ดอลลาร์จึงอ่อนค่าตาม
ทองคำและน้ำมัน: ย่อตัว
- ทองคำ (ฟิวเจอร์สเดือนธันวาคม) ลดลงราว 0.5% มาอยู่ที่ประมาณ 4,032 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดแทบไม่ตอบสนองต่อมติคงดอกเบี้ยของเฟด เพราะเป็นไปตามคาด โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดันต่อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล
- น้ำมันดิบ Brent ลดลงราว 0.4% มาอยู่ที่ประมาณ 114.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลงราว 0.8% มาอยู่ที่ประมาณ 102 ดอลลาร์ ความหวังด้านการทูตช่วยลดแรงกังวลเรื่องอุปทาน หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณต้องการฟื้นการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันยังสูงกว่าเมื่อปีก่อนมาก จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
คริปโต: Bitcoin หลุด 80,000 ดอลลาร์
- Bitcoin ลดลงราว 2–3% มาอยู่แถว 79,000 ดอลลาร์ หลังขึ้นไปใกล้ 81,700 ดอลลาร์ในช่วงกลางคืน
- Ethereum ลดลงราว 2% มาอยู่แถว 2,300 ดอลลาร์
ตลาดคริปโตอ่อนตัวไปพร้อมกับหุ้นเทค ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยี นอกจากนี้ กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Ethereum แบบ Spot ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิติดต่อกันหลายวัน ซึ่งกดดันราคา ETH เพิ่มเติม
สรุปภาพรวม
ประเด็นหลักของวันคือความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน AI ที่กดดันหุ้นเทคขนาดใหญ่ แต่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดยังบวก ด้านเศรษฐกิจ GDP ยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังสูง ทำให้ตลาดยังให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธันวาคม ปัจจัยที่ควรติดตามต่อไป ได้แก่ ผลประกอบการบริษัทเทคที่เหลือ ทิศทางราคาพลังงาน และท่าทีของเฟด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน