คืนวันที่ 28 ต.ค. 2026 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75%-4.00% หลังจากปรับขึ้นไปเมื่อเดือนกันยายน ตามที่ตลาดคาด แต่ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญกลับไม่ใช่ตัวมติ หากเป็นผลโหวต 10 ต่อ 2 ซึ่งกรรมการสองคนที่ไม่เห็นด้วย คือ Lisa Cook และ Beth Hammack ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ทันที
ทำไมเฟดถึง "แตกคอ" ไปทางขาขึ้น
ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดยังร้อนกว่าที่คาด ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7% เทียบปีก่อน และ 0.6% เทียบเดือนก่อน โดยราคาพลังงานพุ่งราว 20% จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันขึ้นไปเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่ Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดที่เฟดใช้ อยู่ที่ราว 3.0%
ฝั่ง Hammack มองว่าเงินเฟ้อเริ่มกระจายตัวไปในวงกว้าง จึงควรขึ้นดอกเบี้ยทีละน้อยตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนเสียงข้างมากเลือกรอข้อมูลเพิ่ม เพราะตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง การจ้างงานเดือนกันยายนเพิ่มเพียง 29,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.2%
ในแถลงการณ์ เฟดปรับคำบรรยายเศรษฐกิจจาก "solid" เป็น "strong" ระบุว่าเงินเฟ้อ "ยังอยู่ในระดับสูง" และเปลี่ยนแนวทางเป็นว่าจะใช้ "ข้อมูลที่สะสมเพิ่มเติม" ประกอบการตัดสินใจ ขณะที่ประธานเฟด Kevin Warsh เรียกการประชุมครั้งนี้ว่าเป็น "การถกเถียงในครอบครัว" ยืนยันว่าการเมืองไม่มีผลต่อมติ แม้การประชุมจะจัดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเพียงไม่กี่วัน และไม่ให้คำมั่นล่วงหน้าเรื่องการประชุมเดือนธันวาคม
ตลาดตีความอย่างไร
- ตลาดฟิวเจอร์สดอกเบี้ย: ยังให้น้ำหนักราว 85% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 8-9 ธ.ค. ลดลงเล็กน้อยจากราว 90% ก่อนการแถลง
- พันธบัตรสหรัฐ: เกิดภาพ "เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้น" ยีลด์ 2 ปีลดลงเล็กน้อยมาที่ราว 4.73% แต่ยีลด์ 10 ปีขยับขึ้นราว 4-5 จุดเบซิส ปิดเหนือ 5.04% และยีลด์ 30 ปีขึ้นไปแถว 5.37%
- ค่าเงินดอลลาร์: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนลงมาราว 102 หลังการแถลง เมื่อตลาดลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นลงเล็กน้อย
- หุ้นสหรัฐ: S&P 500 ปิดบวกราว 0.3% ที่ประมาณ 7,744 จุด Nasdaq 100 บวกราว 0.6% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี
- ทองคำและน้ำมัน: ทองคำฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวแถว 4,050-4,060 ดอลลาร์ ไม่ได้รับแรงหนุนชัดเจน ขณะที่ WTI ปิดราว 102.8 ดอลลาร์ และ Brent ราว 111.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทำไมยีลด์ระยะยาวขึ้น ทั้งที่ระยะสั้นลง
ยีลด์ระยะสั้นสะท้อนการคาดการณ์นโยบายเฟดในอีกไม่กี่เดือน เมื่อ Warsh ไม่ยืนยันการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม ยีลด์ 2 ปีจึงย่อลง แต่ยีลด์ระยะยาวสะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในอนาคตและ "ค่าชดเชยความเสี่ยง" ของการถือพันธบัตรนาน หากตลาดมองว่าเฟดอาจตามเงินเฟ้อไม่ทันในช่วงที่ราคาพลังงานยังสูง นักลงทุนก็จะเรียกผลตอบแทนระยะยาวสูงขึ้น
ยีลด์ 10 ปีที่ยืนเหนือ 5% มีผลต่อหลายตลาด ทั้งต้นทุนกู้ยืมของภาคเอกชนและสินเชื่อบ้าน การประเมินมูลค่าหุ้นเติบโตที่อิงกระแสเงินสดในอนาคต และต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ย
สิ่งที่เทรดเดอร์ควรจับตาต่อ
- ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐ (คาดราว 2.8%) และ Core PCE รอบถัดไป ว่าจะยืนยันมุมมองฝั่งที่อยากขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
- ตัวเลขการจ้างงานเดือนตุลาคม หากยังอ่อนต่อเนื่อง อาจทำให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมลดลง
- ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นตัวแปรหลักของเงินเฟ้อด้านพลังงานในรอบนี้
- จำนวนเสียงที่ไม่เห็นด้วยในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณทิศทางนโยบายที่ตลาดใช้ประกอบการตีความ
โดยสรุป มติคงดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าวงจรขาขึ้นจบแล้ว เสียงแตกภายในเฟดและยีลด์ระยะยาวที่ยืนเหนือ 5% บอกว่าตลาดยังมองความเสี่ยงเงินเฟ้อเป็นโจทย์หลัก ความผันผวนของพันธบัตร ค่าเงิน หุ้น และทองคำ จึงน่าจะยังผูกกับข้อมูลเศรษฐกิจแต่ละตัวในช่วงก่อนการประชุมเดือนธันวาคม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน