ตลาดการเงินโลกในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2026 กลับมาอยู่ในโหมด "ฟื้นตัว" อย่างชัดเจน หลังจากวันก่อนหน้าเผชิญแรงขายหนักจากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ออกมาในโทนเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด โดยตัวขับเคลื่อนหลักของวันนี้คือผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยดึงความเชื่อมั่นในกลุ่มหุ้น AI กลับคืนมา
หุ้นสหรัฐ: ดีดกลับแรง นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีหลักของสหรัฐปิดบวกทั้งกระดาน โดยดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้นราว 2.8% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่แรงที่สุดในสามดัชนี ตามด้วย S&P 500 ที่บวกประมาณ 1.66% และ Dow Jones Industrial Average ที่ปิดที่ระดับราว 52,208 จุด เพิ่มขึ้นประมาณ 1.19%
สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการของ Microsoft ที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งรายได้ไตรมาสล่าสุดที่ราว 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ Azure ที่เร่งตัวขึ้น ราคาหุ้นปรับขึ้นกว่า 15% ในวันเดียว คิดเป็นมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นเกือบ 4.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดในหนึ่งวันที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาของบริษัทจดทะเบียน
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำไรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "การตีความ" ของตลาด กล่าวคือ ก่อนหน้านี้นักลงทุนกังวลว่าการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์อาจใช้เงินเร็วกว่าที่รายได้จะตามทัน ผลประกอบการรอบนี้จึงถูกมองว่าเป็นหลักฐานว่าเม็ดเงินที่ลงไปเริ่มแปลงเป็นรายได้จริง ทำให้หุ้นในธีม AI ทั้งกลุ่มได้แรงหนุนตามไปด้วย
พันธบัตรและค่าเงิน: แรงกดดันยังไม่หายไป
แม้หุ้นจะฟื้น แต่ตลาดพันธบัตรยังส่งสัญญาณตึงตัว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียืนอยู่ในย่านราว 4.66-4.68% ใกล้ระดับสูงสุดของปี ขณะที่รุ่นอายุ 30 ปีขึ้นไปแตะบริเวณ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ
สาเหตุมาจากผลการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่คงดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% แต่มีกรรมการถึง 3 รายที่ออกเสียงคัดค้านโดยต้องการให้ "ขึ้น" ดอกเบี้ยทันที ตลาดจึงตีความว่าเฟดอาจกำลังตามหลังเงินเฟ้อ และเริ่มให้น้ำหนักความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ด้านดัชนีดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวในกรอบราว 100.8-100.9 ยังไม่ได้แข็งค่าออกไปมาก สะท้อนว่าตลาดค่าเงินยังรอความชัดเจนจากข้อมูลเงินเฟ้อรอบถัดไป
ทองคำ คริปโต และน้ำมัน
- ทองคำ ปรับขึ้นเล็กน้อยราว 0.3-0.6% ยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเคลื่อนไหวในย่านประมาณ 4,060-4,100 ดอลลาร์ การที่เฟดคงดอกเบี้ยช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่ยีลด์ระยะยาวที่สูงยังเป็นปัจจัยจำกัดฝั่งบน
- คริปโทเคอร์เรนซี ขยับขึ้นตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น Bitcoin ขึ้นจากบริเวณ 63,900 ดอลลาร์ไปแถว 64,800 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum ขยับจากราว 1,908 ดอลลาร์ขึ้นไปแถว 1,923 ดอลลาร์
- น้ำมันดิบ เคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อย โดย WTI อยู่ในย่านราว 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สิ่งที่ควรจับตาต่อ
ภาพรวมของวันนี้คือ "ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรกำลังเล่าคนละเรื่อง" ฝั่งหุ้นให้น้ำหนักกับผลประกอบการและวัฏจักรการลงทุน AI ขณะที่ฝั่งพันธบัตรให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ความต่างนี้ทำให้ความผันผวนระหว่างสินทรัพย์มีโอกาสสูงขึ้นในช่วงข้างหน้า โดยตัวแปรถัดไปที่ตลาดรออยู่คือข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยเดือนกันยายนจะถูกยืนยันหรือถูกกลับทิศ
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน