ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2026 เคลื่อนไหวแบบผสม โดยปัจจัยหลักที่ครอบงำตลาดคือการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะใช้นโยบายการเงินสายเหยี่ยว (hawkish) มากขึ้น ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภท
ตลาดหุ้นสหรัฐ
ดัชนีหลักปิดแบบไม่ไปทางเดียวกัน ดาวโจนส์ ปรับขึ้น 0.35% ปิดที่ 51,848.90 จุด ขณะที่ S&P 500 ย่อลงเล็กน้อย 0.10% มาที่ 7,358.22 จุด และ Nasdaq ลดลง 0.43% ปิดที่ 25,476.44 จุด ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 บวก 0.37% ปิดที่ 2,986.63 จุด
แรงกดดันมาจากกลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนระมัดระวังก่อนการรายงานผลประกอบการของ Micron Technology และยังกังวลกับทิศทางดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น
ค่าเงินและดัชนีดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทะลุระดับ 100 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ส่งผลให้สกุลเงินหลักอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดย EUR/USD ถูกกดดันแม้ธนาคารกลางยุโรปจะขึ้นดอกเบี้ยไปก่อนหน้า ส่วน USD/JPY ขยับเข้าใกล้ระดับ 158 ทำให้ตลาดจับตาว่ากระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงหรือไม่หากเข้าใกล้ 160
ทองคำ
ราคา ทองคำ ร่วงแรงกว่า 3% หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาบริเวณ 4,016-4,040 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 สาเหตุหลักมาจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและการคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
น้ำมัน
ราคา น้ำมันดิบ WTI ปรับลงหลุดระดับ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวราว 69.65-73.17 ดอลลาร์ ปัจจัยกดดันมาจากเรือบรรทุกน้ำมันที่กลับมาสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ประกอบกับความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพ ทำให้ราคาน้ำมันปรับลงจากจุดสูงสุดช่วงสงครามแล้วราว 40%
คริปโต
Bitcoin ยังคงอ่อนแอ โดยลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบราว 20 เดือน ท่ามกลางแรงขายที่เกิดจากดอลลาร์แข็งค่า การคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น เงินไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง และความกังวลเรื่องสภาพคล่องในตลาดคริปโต
สรุปภาพรวม
โดยรวมแล้ว ปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดในวันนี้คือ "ธีมดอลลาร์แข็งค่าจากเฟดสายเหยี่ยว" ซึ่งกดดันทั้งทองคำและคริปโต ขณะที่น้ำมันลงตามปัจจัยอุปทานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย ส่วนตลาดหุ้นเคลื่อนไหวผสมตามแรงซื้อขายเฉพาะกลุ่ม
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน