ตลาดการเงินวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2026 แทบทุกสินทรัพย์เคลื่อนไหวตามเรื่องเดียวกัน คือผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ พรรคเดโมแครตชนะเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตลาดหุ้นจึงดีดตัวแรง ราคาน้ำมันร่วงกว่า 8% ทองคำกลับขึ้นเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลง
ตัวเลขสำคัญของวัน
- Dow Jones: 53,356.12 จุด บวก 1,569.40 จุด (+3.03%)
- S&P 500: 7,688.62 จุด (+1.58%)
- Nasdaq Composite: 25,736.51 จุด (+1.44%)
- ทองคำ: ราว 4,065 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว +3.4%)
- น้ำมัน: WTI 88.12 ดอลลาร์ (-8.3%) · Brent 94.62 ดอลลาร์ (-8.7%)
- คริปโต: Bitcoin ราว 80,000 ดอลลาร์ · Ethereum ราว 2,420 ดอลลาร์
- ดอลลาร์และบอนด์: ดัชนีดอลลาร์ราว 101.5 (-0.4%) · บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ราว 4.89%
หุ้นสหรัฐ: ขึ้นกันถ้วนหน้า ยกเว้นกลุ่มที่ผูกกับ AI และพลังงาน
ช่วงค่ำวันอังคารฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐลดลงก่อน เพราะนักลงทุนกังวลว่าสภาคองเกรสชุดใหม่อาจคุมเข้มการสร้างศูนย์ข้อมูล แต่เมื่อผลเลือกตั้งออกมาชัดเจนและประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่ายอมรับผล ความไม่แน่นอนก็ลดลงทันที ตลาดจึงกลับตัวขึ้นแรง Dow ทำผลงานวันเดียวดีที่สุดนับจากเดือนเมษายน 2025 ส่วน S&P 500 ดีที่สุดในรอบ 3 เดือน
เหตุผลที่นักลงทุนมองบวกมีสองข้อ ข้อแรกคือรัฐบาลกับสภาที่อยู่คนละฝ่ายมักออกนโยบายใหญ่ได้ยากขึ้น ธุรกิจจึงเจอการเปลี่ยนแปลงกะทันหันน้อยลง ข้อที่สองคือราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ
เม็ดเงินหมุนเข้ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย การเงิน และสาธารณสุข ซึ่งบวกกันราว 3-4% แต่กลุ่มพลังงานลดลงราว 4.7% ตามราคาน้ำมัน ด้านหุ้นเทคโนโลยีภาพรวมแทบไม่ขยับ เพราะ Amazon, Microsoft และ Apple ปรับขึ้น ขณะที่ Nvidia ลดลงราว 3% และหุ้นที่เกี่ยวกับการสร้างศูนย์ข้อมูลอย่าง CoreWeave ถูกขาย หลังผู้ว่าการรัฐเท็กซัสคนใหม่ประกาศจะระงับโครงการศูนย์ข้อมูล
น้ำมัน: ตลาดลดเบี้ยความเสี่ยงสงคราม
ราคาน้ำมันคือสินทรัพย์ที่ขยับแรงที่สุดของวัน รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ระบุว่าสงครามอิหร่านคือเหตุที่พรรครีพับลิกันแพ้เลือกตั้ง ส่วนชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ประกาศจะผลักดันให้ยุติสงคราม ตลาดจึงตีความว่าทรัมป์อาจมีแรงจูงใจเจรจากับอิหร่านมากขึ้น ความเสี่ยงต่ออุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจึงถูกหักออกจากราคา ทั้ง WTI และ Brent ลงไปต่ำสุดในรอบ 2 เดือน โดย Brent ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับจากวันที่ 7 ตุลาคม
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าการร่วงครั้งนี้อาจเร็วเกินไป เพราะยังไม่มีข้อตกลงจริง หากการเจรจาล้มเหลว ราคาก็อาจดีดกลับได้
ทองคำ: ได้แรงหนุนจากดอลลาร์และยีลด์ที่อ่อนลง
ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ย เมื่อดอลลาร์และยีลด์ลดลงพร้อมกัน จึงน่าถือมากขึ้นในสายตานักลงทุน ราคาจึงฟื้นจากการปรับฐานในเดือนตุลาคมและกลับขึ้นเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ส่วนเงินบวกแรงกว่า โดยขึ้นราว 5% ไปอยู่แถว 52 ดอลลาร์
ค่าเงินและพันธบัตร: ตลาดคาดรัฐบาลกู้เพิ่มยากขึ้น
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงราว 6 จุดพื้นฐาน เพราะตลาดคาดว่าสภาที่คานอำนาจกันจะจำกัดการใช้จ่ายของรัฐ บวกกับน้ำมันที่ถูกลงช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลหลัก โดยดัชนีดอลลาร์ลงไปแตะ 101.21 ระหว่างวัน ต่ำสุดนับจากปลายเดือนกันยายน ด้านตัวเลขเศรษฐกิจออกมาปนกัน ADP รายงานการจ้างงานเอกชนเพิ่ม 86,000 ตำแหน่ง ดีกว่าคาด แต่ดัชนี ISM ภาคบริการอยู่ที่ 54.5 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
คริปโต: ฟื้นตามหุ้น Ethereum นำตลาด
Bitcoin ลงไปต่ำสุดราว 75,700 ดอลลาร์ในคืนนับคะแนน ก่อนกลับขึ้นเหนือ 80,000 ดอลลาร์พร้อมกับการเปิดตลาดหุ้นสหรัฐ ส่วน Ethereum บวกราว 6% มากกว่า Bitcoin ปัจจัยหนุนมาจากความเสี่ยงการเมืองที่ลดลง น้ำมันที่ถูกลง และยีลด์ที่อ่อนตัว อีกเรื่องที่ตลาดจับตาคือพรรคเดโมแครตอาจเสนอแก้ร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งยังติดค้างอยู่
เรื่องที่ตลาดจับตาต่อ
- การประชุมธนาคารกลางอังกฤษและตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ วันพฤหัสบดี
- รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ วันศุกร์
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน