ตลาดการเงินโลกในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2026 เคลื่อนไหวแบบ "แยกทาง" อย่างชัดเจน ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขาย ส่วนทองคำพุ่งแรงที่สุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังคือความคืบหน้าของข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการรอตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ
หุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์นิวไฮ แต่แนสแด็กร่วง
- Dow Jones +0.5% ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ต่อเนื่องจากการทำนิวไฮในวันอังคาร
- S&P 500 -0.2% ย่อลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้วันก่อนหน้า
- Nasdaq Composite -0.8% ยุติการปรับขึ้น 4 วันติดต่อกัน
ความแตกต่างนี้สะท้อนการหมุนเงิน (rotation) ออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเข้าสู่หุ้นกลุ่มดั้งเดิมที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ตัวขับเคลื่อนสำคัญมาจากผลประกอบการ โดย Walt Disney ปรับขึ้นหลังรายงานผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ "Toy Story 5" ขณะที่ฝั่งลบมาจาก SpaceX ที่ดิ่งลงกว่า 8% ในการรายงานผลประกอบการครั้งแรกหลังเข้าตลาด แม้บริษัทจะระบุว่าผลตอบแทนจากการลงทุน AI มาเร็วกว่าคาด แต่นักลงทุนยังกังวลว่าธุรกิจ Starlink จะแบกรับค่าใช้จ่ายลงทุนมหาศาลได้นานแค่ไหน
ทองคำและน้ำมัน: สวนทางกันจากปัจจัยเดียวกัน
ทองคำ ปรับขึ้นแรง โดยราคาสปอตขึ้นไปแตะบริเวณ 4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ เหตุผลที่ดูขัดความรู้สึกคือ เมื่อความเสี่ยงราคาพลังงานพุ่งลดลง ตลาดจึงลดคาดการณ์เงินเฟ้อ กดดันอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (real yield) ให้ต่ำลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ
น้ำมันดิบ อ่อนตัวลงต่อเนื่อง หลังราคาลงมาต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากที่เคยขึ้นไปเหนือ 100 ดอลลาร์ในช่วงความตึงเครียดสูงสุด ตลาดกำลังกลับมามองภาพอุปทานที่คลี่คลาย มากกว่าภาพขาดแคลนแบบเดิม
คริปโต: ฟื้นตัวตามบรรยากาศเสี่ยง
Bitcoin เปิดที่ราว 64,050 ดอลลาร์ และขยับขึ้นบริเวณ 64,400-64,500 ดอลลาร์ สูงกว่าวันก่อนหน้าประมาณ 0.9% มูลค่าตลาดราว 1.28 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วน Ethereum เปิดที่ราว 1,868 ดอลลาร์ ขยับขึ้นแตะ 1,880 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 0.5% ทั้งสองเหรียญได้แรงหนุนจากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงเดียวกับหุ้น แต่ปริมาณการซื้อขายยังไม่หนาแน่นนัก เพราะนักลงทุนรอความชัดเจนของตัวเลขการจ้างงาน
ค่าเงินและพันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังอยู่ในโซนอ่อนค่า จากการที่ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป หลังข้อมูลตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ปัจจุบัน Fed คงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ด้วยมติ 9 ต่อ 3 ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขยับขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลเงินเฟ้อที่ยังค้างอยู่ ทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนสะท้อนมุมมองที่ยังไม่ลงตัวระหว่าง "เศรษฐกิจชะลอ" กับ "เงินเฟ้อยังไม่จบ"
สรุปภาพรวม
วันเทรดนี้ตลาดขับเคลื่อนด้วยธีมเดียวเป็นหลัก คือการคลี่คลายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลต่างกันในแต่ละสินทรัพย์ — กดน้ำมันลง หนุนทองคำและหุ้นวัฏจักร ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายจากปัจจัยเฉพาะตัวเรื่องผลประกอบการ สิ่งที่ตลาดรออยู่ลำดับถัดไปคือรายงานการจ้างงานสหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Fed
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน