ตลาดการเงินโลกปิดเดือนตุลาคมด้วยบรรยากาศ "ปิดรับความเสี่ยง" อย่างชัดเจนในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2026 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐถูกเทขายหนักหลังงบของบริษัทใหญ่ออกมาน่าผิดหวัง ราคาน้ำมันพุ่งต่อจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ทองคำหลุดระดับ $4,000 ส่วนคริปโตอ่อนตัวตามหลังข่าวแฮ็กกระดานเทรดรายใหญ่
หุ้นสหรัฐ: Nasdaq ร่วงเกือบ 3% จากงบเทคฯ ที่ผิดหวัง
- Dow Jones ปิดราว 51,770–51,786 จุด ลดลงประมาณ 1.1%
- S&P 500 ปิดราว 7,579 จุด ลดลงประมาณ 1.8%
- Nasdaq Composite ปิดราว 25,440 จุด ลดลงประมาณ 2.85%
แรงขายหลักมาจาก Intel ที่ร่วงราว 29% ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังให้แนวโน้มผลประกอบการอ่อนแอ จากตลาด PC ที่ชะลอตัวและอุบัติเหตุในโรงงานที่อิสราเอล ส่งผลกดดันหุ้นชิปอื่นอย่าง AMD และ Nvidia ด้าน Amazon ลดลงราว 2% หลังกำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด และกระแสเงินสดอิสระ 12 เดือนติดลบเป็นสถิติ ขณะที่ Reddit ดิ่งราว 29% จากคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ที่อ่อนลง
ประเด็นที่นักลงทุนกังวลคือ เงินลงทุนด้าน AI ที่สูงมากจะสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้คุ้มค่าหรือไม่ ดัชนีความผันผวน VIX พุ่งขึ้นแรงระหว่างวัน ทั้งเดือนตุลาคม Nasdaq ลดลงราว 5% ซึ่งเป็นเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2025 ส่วน Dow ยังบวกได้ราว 1.5% สะท้อนการหมุนเงินออกจากหุ้นเทคฯ ไปยังกลุ่มอื่น
น้ำมันพุ่งต่อ จากเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนแถว $103–104 ต่อบาร์เรล และ Brent อยู่เหนือ $110 หลังมีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันอาจหยุดชะงัก ทั้งเดือนตุลาคมราคาน้ำมันปรับขึ้นราว 13–15% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก
ทองคำหลุด $4,000 เงินร่วงแรง
ทองคำลดลงหลุดระดับ $4,000 ต่อออนซ์ลงไปแถว $3,880–3,960 และมีแนวโน้มปิดลบเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ส่วน เงิน (Silver) ร่วงราว 4% ลงมาแถว $50 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี
สาเหตุคือ ตลาดคาดว่าเฟดอาจต้อง "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อสู้เงินเฟ้อ ซึ่งเพิ่มต้นทุนการถือทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทน แม้บอนด์ยีลด์จะลดลงในวันนี้ แต่แรงขายทำกำไรและความคาดหวังนโยบายที่เข้มงวดขึ้นยังมีน้ำหนักมากกว่า
ค่าเงินและพันธบัตร: ยีลด์ลง เฟดยังส่งสัญญาณเข้ม
บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีลดลงราว 6–7 bps มาอยู่แถว 4.92–4.93% และยีลด์ 2 ปีลดลงมาแถว 4.57% เพราะเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยระหว่างที่หุ้นถูกเทขาย ดัชนีดอลลาร์ (DXY) แทบไม่เปลี่ยนแปลง ปิดราว 101.96 (-0.08%) ส่วนเงินเยนแข็งค่าขึ้น หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงดอกเบี้ยที่ 1.25% ด้วยท่าทีเข้มงวด
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังร้อนแรง ได้แก่ PCE เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน (3.6% เทียบปีก่อน) และ Core PCE อยู่ที่ 3.1% เทียบปีก่อน ขณะที่ GDP ไตรมาส 3 โต 3.4% (อัตราต่อปี) สัปดาห์นี้เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% แต่มีกรรมการ 2 คนโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย ตลาดจึงให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมสูงกว่า 70%
คริปโต: Bitcoin และ Ethereum อ่อนตัว
Bitcoin ลดลงราว 3% มาแถว $76,700–77,300 ส่วน Ethereum ลดลงราว 4% มาแถว $2,230 แรงกดดันมาจากข่าวกระดานเทรด Binance ถูกแฮ็กมูลค่าราว $6.3 พันล้าน (Binance ระบุว่าเงินฝากของผู้ใช้ไม่ได้รับผลกระทบและจะชดเชยความเสียหาย) รวมถึงบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงที่ลามมาจากหุ้นเทคฯ
สรุปภาพรวม
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้มี 3 เรื่องหลัก คือ (1) ความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน AI ที่กดดันหุ้นเทคฯ (2) ราคาน้ำมันที่สูงจากความเสี่ยงในตะวันออกกลาง และ (3) เงินเฟ้อที่ยังสูงจนตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย สิ่งที่ควรติดตามต่อคือความคืบหน้าในช่องแคบฮอร์มุซ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชุดถัดไป และท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน