ตลาดการเงินโลกในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2026 เคลื่อนไหวในลักษณะ "ปิดรับความเสี่ยง" อย่างระมัดระวัง ตลาดหุ้นสหรัฐย่อตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำยังยืนในระดับสูง สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผสมกับการที่นักลงทุนรอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐ: ปรับลงทั้งสามดัชนีหลัก
- ดาวโจนส์ ปิดลบ 184.13 จุด หรือ -0.34% ที่ 53,791.85 จุด
- S&P 500 ปิดลบ 0.32% ที่ 7,728.20 จุด
- Nasdaq Composite ปิดลบ 0.60% ที่ 26,445.45 จุด
แรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยหุ้น Alphabet (GOOGL) ปรับลงราว 3.6% หลังนักลงทุนกังวลเรื่องงบลงทุน (capex) ด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่กดดันหุ้นกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในภาพรวม
น้ำมัน: ยังเป็นตัวแปรหลักของตลาด
ราคาน้ำมันดิบยังผันผวนในกรอบสูง โดย WTI ซื้อขายเหนือระดับ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+ราว 1.45%) ส่วน Brent แกว่งลงไปแตะบริเวณ 87 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นกลับมาที่ราว 88.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ต้นตอคือความคืบหน้าที่ล่าช้าของการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและ LNG ราว 1 ใน 5 ของโลก ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าสหรัฐต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลก่อน จึงจะเปิดช่องแคบได้เต็มรูปแบบ ทำให้ตลาดยังไม่สามารถคลายความเสี่ยงด้านอุปทานได้
ทองคำ: ยืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์
ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยสัญญาทองคำส่งมอบเดือนธันวาคมเปิดที่ราว 4,446 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นราว 0.6% จากวันก่อนหน้า สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังต้องการสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับขึ้นก็ตาม
คริปโท: ย่อตัวก่อนตัวเลขเงินเฟ้อ
Bitcoin เปิดตลาดที่ราว 63,912 ดอลลาร์ ลดลงราว 1.4% จากวันก่อนหน้า ก่อนฟื้นขึ้นมาบริเวณ 64,200 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum เปิดที่ราว 1,871 ดอลลาร์ ลดลงราว 2% แล้วขยับขึ้นมาที่ราว 1,888 ดอลลาร์ ภาพรวมคือราคากลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยนักลงทุนชะลอการเพิ่มความเสี่ยงเพื่อรอตัวเลขเงินเฟ้อ
ค่าเงินและพันธบัตร
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวบริเวณ 99.84 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.03% หลังฟื้นจากจุดต่ำสุดในรอบสองเดือน ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ระดับราว 4.70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือน ขณะที่อายุ 30 ปี อยู่ราว 5.25%
เหตุผลเชื่อมโยงกัน คือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว และธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด แม้ตัวเลขตลาดแรงงานล่าสุดจะออกมาอ่อนแอกว่าคาดก็ตาม
สิ่งที่ตลาดจับตาต่อ
นักลงทุนรอดูตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ ซึ่งผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และอยู่ที่ราว 3.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดที่ราว 2.5% รายปี ตัวเลขนี้จะเป็นตัวชี้ทิศทางความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกันยายน
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน