ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2026 ในแดนลบสำหรับกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่แรงเทขายในหุ้นชิปและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลุกลามต่อเนื่องจากการซื้อขายช่วงก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงแรงในกลุ่มหุ้นชิปหน่วยความจำ (memory chip) เป็นตัวกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ภาพรวมดัชนีหุ้นสหรัฐ
- S&P 500 ลดลง 1.44% ปิดที่ 7,365.46 จุด
- Nasdaq Composite ร่วงแรง 2.21% ปิดที่ 25,587.04 จุด จากแรงขายในหุ้นเทคและเซมิคอนดักเตอร์
- Dow Jones ลดลงเล็กน้อย 45.87 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 51,666.84 จุด สะท้อนว่าแรงขายกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคมากกว่าหุ้นกลุ่มดั้งเดิม
ทำไมตลาดถึงปรับตัวลง
แรงกดดันหลักมาจาก การชะลอตัวของ "ธีมการลงทุนใน AI" ที่ก่อนหน้านี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด นักลงทุนเริ่มกังวลว่าการใช้จ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจเติบโตช้าลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการชิปหน่วยความจำและชิปประมวลผล ประกอบกับมีบันทึกวิเคราะห์จากฝั่งสถาบันการเงินที่พูดถึงความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ยิ่งซ้ำเติมความระมัดระวังของตลาด
ค่าเงิน ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
- ดอลลาร์สหรัฐ ยังคงแข็งค่า โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเอนเอียงไปทางสหรัฐ ทำให้ USD/JPY ยืนเหนือระดับ 161 ส่วน EUR/USD ยังขึ้นไปยืนเหนือ 1.15 ได้ยาก จากความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์
- ทองคำ ปรับตัวลงหลุดระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คืนกำไรจากวันก่อนหน้า เนื่องจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจคงท่าทีเข้มงวด (hawkish) กดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ
- น้ำมัน ราคาอ่อนตัวต่อเนื่อง หลังสหรัฐออกใบอนุญาต 60 วันให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานโลกจะฟื้นตัวเร็วขึ้น และกิจกรรมการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น
- บิตคอยน์ (Bitcoin) ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด โดยมูลค่าตลาดรวมอยู่ราว 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ห่างจากอันดับสองอย่างอีเธอเรียมอย่างชัดเจน
โดยรวม บรรยากาศการลงทุนในวันดังกล่าวสะท้อนภาพ "การลดความเสี่ยง" (risk-off) ในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ปัจจัยเรื่องนโยบายการเงินของเฟดและพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังเป็นตัวแปรที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน